การตลาด
สกู๊ป ดิ แอ๊บโซลูทเร่งขยายแฟรนไชส์หวังนั่งโกลบอลแบรนด์


แม้ว่าปัจจุบันคนไทยจะหันมารักสุขภาพด้วยการออกกำลังกายกันมากขึ้น  แต่สัดส่วนของประชากรไทยที่หันมาออกกำลังกายยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับในหลายๆประเทศทั่วโลก  โดยเฉพาะในยุโรป อเมริกา  และออสเตรเลีย  เนื่องจากกลุ่มประเทศดังกล่าวมีสัดส่วนประชากรที่หันมาอออกกำลังกายสูงถึง 10-15% ของประชากรทั้งประเทศ  ขณะที่ประเทศไทยและประเทศต่างๆในเอเชียมีสัดส่วนของผู้ที่ออกกำลังกายเพียง 1% ของประชากรทั้งประเทศเท่านั้น


จากสัดส่วนของผู้ออกกำลังกายที่ค่อนข้างน้อย  ทำให้ธุรกิจฟิตเนสทั้งในประเทศและต่างประเทศเล็งเห็นโอกาสที่จะเข้ามาขยายธุรกิจฟิตเนสในภูมิภาคเอเชีย  และประเทศไทย  เนื่องจากยังมีโอกาสให้เข้ามาทำตลาดได้อีกมากเมื่อเทียบกับยุโรป อเมริกา  และออสเตรเลีย เช่นเดียวกับดิ แอ็บโซลูท ผู้นำในตลาดฟิตเนสและเวลเนสของประเทศไทย  ที่มีแผนจะเดินหน้าปูพรมขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง  ด้วยการใช้โมเดลขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศที่สนใจจะเข้ามาร่วมทำธุรกิจฟิตเนส 

ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ดิ แอ็บโซลูท ผู้นำในตลาดฟิตเนสและเวลเนสของประเทศไทย  มีการพัฒนาบริการใหม่ๆ มาตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง  ทำให้จากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงสตูดิโอให้บริการในด้านของโยคะ ภายใต้ชื่อ  แอ็บโซลูท โยคะ (Absolute Yoga) ปัจจุบันมีบริการเพิ่มเติมในส่วนของ แอ็บโซลูท พิลาทีส (Absolute Pilates) แอ็บโซลูท คอร์ บลาส (Absolute Coreblast) และ แอ็บโซลูท ไซเคิล (Absolute Cycle) คลาสปั่นจักรยาน Rhythm Cycling (ริทึ่ม ไซคลิ่ง)
 

 
และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 15 ปีของความเชี่ยวชาญในฐานะผู้นำในตลาดฟิตเนสและเวลเนส ดิ แอ็บโซลูท ภายใต้แบรนด์ แอ็บโซลูท ยู ได้เปิดตัว แอ็บโซลูท ยู แฟลกชิพ ฟิตเนส สตูดิโอ บนเนื้อที่กว่า 2,000 ตรม. บนตึกเอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์ ในย่านอโศก  เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรักสุขภาพ

น.ส.เบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดิ แอ็บโซลูท กล่าวว่า  การเปิดให้บริการแอ็บโซลูท ยู แฟลกชิพ ฟิตเนส สตูดิโอ  ที่ตึกเอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์   ตลาดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี  และจากผลตอบรับที่ได้รับดังกล่าวทำให้สตูดิโอแห่งนี้กลายมาเป็นบูทีค ฟิตเนส สตูดิโอที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ  ด้วยการมีบริการด้านการออกกำลังกายที่ครบครัน

หนึ่งในบริการใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ที่รักการออกกำลังกาย คือ  การเปิดตัว โปรแกรม ทรานสฟอร์เมชั่น (Transformation Program) ซึ่งเป็นโปรแกรมการออกกำลังที่ให้เห็นผลลัพธ์ภายใน 8-12 สัปดาห์ของ แอ็บโซลูท ยู ด้วยการประสานการออกกำลังแบบครบวงจรเข้ากับการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

น.ส.เบญจพร  กล่าวต่อว่า  บริษัทเชื่อว่าเหตุผลที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 15 ปี คือ การที่เรามีความใส่ใจในคุณภาพของสินค้าและบริการ  เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพครูที่ผ่านการอบรมให้สอนได้ตามมาตรฐานของ แอ็บโซลูท ยู อีกทั้งเราเป็น บูทีค ฟิตเนส สตูดิโอ ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ซึ่งแตกต่างจากบูทีค สตูดิโอ ทั่วไปที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเฉพาะเจาะจงประเภทเดียว  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความหลากหลายและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หรือคุณภาพของครูผู้สอน ล้วนแล้วแต่สร้างชื่อเสียงที่ดีในธุรกิจของแบรนด์ ทำให้เกิดเป็นโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

 
จากผลการตอบรับที่ดีของสตูดิโอในประเทศไทย  ทำให้ ดิ แอ็บโซลูท  ขอทดลองเปิดสาขาในต่างประเทศภายใต้แบรนด์ “แอ็บโซลูท ยู” จำนวน 2 สาขาที่สิงคโปร์   โดย 1 สาขาที่เกิดให้บริการ จะเป็นสตูดิโอที่มีบริการครบ  และอีก 1 สาขา  จะเป็นบริการ แอ็บโซลูท ไซเคิล สตูดิโอ ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการได้ผลการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นที่น่าพอใจ  ส่งผลให้ในปี 2562 คาดว่าจะมีรายได้จากประเทศดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 80-100 ล้านบาท

ความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าวทำให้การก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 ดิ แอ็บโซลูท มีแผนที่จะนำความรู้และประสบการณ์ในฐานะผู้นำในตลาดฟิตเนสและเวลเนส เพื่อช่วยผู้ที่มีความสนใจในธุรกิจสตูดิโอออกกำลังได้มีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยการนำเสนอในรูปแบบของแฟรนไชส์ ที่ปรึกษา และการร่วมทุน โดยให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนของการพิจารณา โมเดลการลงทุน ขนาดและจำนวนประเภทคลาสที่มีอยู่ในสตูดิโอ ซึ่งสามารถ มิกซ์ แอนด์ แมตช์ ได้ตามความเหมาะสมของตลาด กลุ่มเป้าหมาย และชุมชน  ด้วยการเปิดแผนเชิงรุกตลาดเอเชียในรูปแบบแฟรนไชส์

น.ส.เบญจพร กล่าวอีกว่า แผนการดำเนินธุรกิจนับจากนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในรูปแบบการขายแฟรนไชส์เป็นหลัก หลังจากลุยเปิดสาขาเองจนแบรนด์มีความแข็งแกร่งและเริ่มอิ่มตัว โดยภายใน 5 ปีนับจากนี้ บริษัทคาดว่าจะขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ได้ประมาณ 50 สาขา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในส่วนของตลาดในประเทศจะเน้นตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก เบื้องต้นคาดว่าปี 2562 จะสามารถขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ได้ประมาณ 5-10 สาขา ภายใต้งบลงทุนสาขาละประมาณ 5-10 ล้านบาท

ส่วนตลาดต่างประเทศมองไว้ที่สิงคโปร์  อินโดนีเซีย  สิงคโปร์  จีน  และเวียดนาม ซึ่งจากแผนการดำเนินงานดังกล่าวในอีก 3 ปีนับจากนี้  คาดการณ์ว่าจะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า  800-1,000 ล้านบาท  และก้าวเข้าสู่การเป็นโกลบอลแบรนด์อย่างเต็มตัวในตลาดเอเชีย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 พ.ย. 2561 เวลา : 21:26:21
30-05-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 30, 2020, 1:31 pm