การตลาด
สกู๊ป อาร์เอสปั้นธุรกิจพาณิชย์ก้าวขึ้นอันดับ 1 สร้างรายได้เติบโต


อาร์เอส ประกาศแนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2562 กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานแบบ Diversification กระจายธุรกิจสร้างความหลากหลายและแตกต่างจากธุรกิจเดิม เพื่อให้มีรายได้และผลกำไรที่เติบโตมากขึ้น

            
ถือเป็นธุรกิจสื่ออีกหนึ่งธุรกิจที่ออกมาปรับตัว เพื่อลดความเสี่ยงสำหรับบริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจสื่ออยู่ในช่วงขาลง เพราะเม็ดเงินโฆษณาที่ถือเป็นรายได้หลักในการหล่อเลี้ยงธุรกิจยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายองค์กรต้องมองหาโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อต่อยอดรายได้

ในส่วนของบริษัท อาร์เอส หลังจากหันมาเอาดีในด้านของธุรกิจสุขภาพและความงามจนได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัท อาร์เอส ได้ออกมาประกาศปรับโมเดลธุรกิจ ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับโมเดลธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (Multi-platform Commerce หรือ MPC) เพื่อต่อยอดธุรกิจสื่อ (Media) และธุรกิจเพลง (Music) ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการขยายตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว ล่าสุดบริษัท อาร์เอส ได้ออกมาประกาศแนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2562 ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานแบบ Diversification กระจายธุรกิจสร้างความหลากหลายและแตกต่างจากธุรกิจเดิม เพื่อให้มีรายได้และผลกำไรที่เติบโตมากขึ้น
 

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่าแนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2562 ที่จะถึงนี้  บริษัทได้วางเป้าหมายก้าวสู่ยุคใหม่ของการดำเนินธุรกิจใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ชูแนวคิด Horizontal Integration สร้างการเติบโตแนวราบ เพื่อเปิดโอกาสตัวเองทำธุรกิจใหม่ๆที่น่าสนใจ ยิ่งกว่านั้นได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานแบบ Diversification กระจายธุรกิจสร้างความหลากหลายและแตกต่างจากธุรกิจเดิม ด้วยการนำความแข็งแกร่งของบิสิเนสโมเดลธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (Multi-platform Commerce หรือ MPC) มาซีเนอจี้กับธุรกิจสื่อ (Media) และธุรกิจเพลง (Music) เข้าด้วยกันแบบมีประสิทธิภาพมาก มุ่งเน้นเจาะกลุ่มคนดูและแฟนเพลงเปลี่ยนเป็นฐานลูกค้า (Database) ถือเป็นระบบจัดการแบบไร้กรอบที่จะนำมาสู่ผลลัพธ์สูงสุด

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาร่วม 4 ปีที่ทำธุรกิจ MPC ปรากฎว่าประสบความสำเร็จดีมาก มีผู้บริโภคให้การตอบรับเกินคาด โดยเฉพาะในช่วงเดือนต.ค.เป็นต้นมา ธุรกิจ MPC มียอดขายเติบโตโดดเด่นทุบสถิติที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากจะมีสินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังมีการจับมือกับพันธมิตร เพื่อต่อยอดความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอีกด้วย

หนึ่งในกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ในปี 2562 ที่จะถึงนี้คือ การจัดบิ๊กแคมเปญเพื่อส่งเสริมการขายและกระตุ้นยอดการซื้อสินค้า พร้อมกันนี้ยังมีแผนที่จะเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 100 รายการ  และจับมือร่วมกับแล็บชั้นนำระดับโลกผลิตสินค้าที่สุดแห่งนวัตกรรม ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการจับมือกับคู่ค้าเติมสุดยอดสินค้าคุณภาพแบรนด์ชั้นนำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างบรรยากาศการจับจ่ายสินค้าหลากหลายยิ่งขึ้น

ปัจจุบันบริษัท อาร์เอส  มีสินค้าต่างๆที่จำหน่ายในช่องทางค้าปลีกรูปแบบต่างๆกว่า 100 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม (Health and Beauty) 80% ได้แก่ กลุ่มดูแลผิวภายใต้แบรนด์มาจีค (Magique), กลุ่มดูแลผมภายใต้แบรนด์รีไวฟ์ (Revive) และกลุ่มอาหารเสริมภายใต้แบรนด์ (S.O.M)

นอกจากนี้ในส่วนของกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและไลฟ์สไตล์ (Home&Lifestyle) 15% และกลุ่มเครื่องประดับ (Accessories) และอื่นๆ 5% ส่วนแพลตฟอร์มจัดจำหน่ายสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุดในขณะนี้ ได้แก่ แพลตฟอร์มทีวีอย่างช่อง 8, ช่อง 2, ช่องสบายดีทีวี เลข 141, ช่องเพลินทีวี และวิทยุคูลฟาเรนไฮต์ ตามด้วยแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์อย่าง www.shop1781.com, LINE@shop1781 ช้อปทันที บริการส่งฟรีทั่วไทย เลือกเก็บเงินปลายทางได้, LINE@COOLanything ให้ทุกการช้อปปิ้ง inspire คุณ!! และแพลตฟอร์มร้านค้าปลีกทุกสาขาทั่วประเทศอย่างวัตสัน, ท็อป มาร์เก็ต, ไวตามินคลับ และเฮลท์ อัพ

นายสุรชัย กล่าวอีกว่าเพื่อต่อยอดความสำเร็จจากการบริหารจัดการฐานลูกค้า (Database) ที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 ล้านรายในปัจจุบัน มุ่งสู่การสร้างธุรกิจ “ไลฟ์สตาร์ บิส (LIFESTAR BIZ)” ที่จะมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจไฮไลท์ตัวใหม่ของกลุ่ม RS โดยเป็นการสร้างตัวแทนขายตรงด้วยการรับสมัครนักขายขั้นเทพจากทั่วประเทศผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ โทรศัพท์ 02-090-1214, เว็บไซต์ https://biz.lifestar.co.th และแอพพลิเคชั่น Lifestar BIZ ที่รองรับทั้งระบบ Android และ ระบบ iOS เข้ามาเป็นทีมนักธุรกิจไลฟ์สตาร์ บิส (Lifestar BIZ)

ทั้งนี้เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไลฟ์สตาร์ (Lifestar) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รายได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสได้” ซึ่งคาดว่าจะมีกระแสตอบรับดีภายในสิ้นปีหน้ามีนักธุรกิจไลฟ์สตาร์ บิส ครบ 1,000 ราย เพราะในเบื้องต้นมีการจัดแคมเปญมอบสิทธิพิเศษมากมายให้กับนักธุรกิจไลฟ์สตาร์ บิส อาทิ ซื้อสินค้าราคาพิเศษก่อนใคร หรือยิ่งซื้อสินค้ามากก็ยิ่งได้รับส่วนลดมาก หรือสะสมยอดซื้อครบตามกำหนดก็ลุ้นรับรางวัลเพียบ รวมทั้งในอนาคตจะนำสินค้าแบรนด์เอ็กซ์คูลซีฟหลากหลายประเภทมาขายให้เฉพาะนักธุรกิจไลฟ์สตาร์ บิสเท่านั้น

นายสุรชัย กล่าวต่อว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าธุรกิจใหม่จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะบริษัทมีความพร้อมในการสนับสนุนส่งเสริมการขายให้กับนักธุรกิจ Lifestar BIZ เพื่อสร้างยอดขายให้บรรลุเป้าที่วางไว้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านโปรดักส์ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและความงาม ผลิตโดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับนานาชาติ เพราะร่วมมือกับสถาบันวิจัยระดับโลก, ทางด้านโฆษณาเนื่องจากเป็นเจ้าของสื่ออย่างช่อง 8 ดิจิตอลทีวีอันดับต้นเมืองไทยและทีวีดาวเทียมในเครือ รวมไปถึงสถานีเพลงอันดับ 1 ของประเทศ ทำให้สามารถประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ

นอกจากจะให้ความสำคัญกับธุรกิจ MPC แล้ว ในส่วนของธุรกิจมีเดียมี “ช่อง 8” เป็นเรือธง ก็จะให้ความสำคัญในการหารายได้เพิ่มอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ด้วยการใช้กลยุทธ์เติมอภิมหาคอนเทนต์ใหม่ระดับพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศลงจอตลอดทั้งปี  เช่นเดียวกับธุรกิจวิทยุที่จะเดินหน้าขยายฐานผู้ฟังช่องทางออนไลน์ในกลุ่ม GEN C มากขึ้น

ส่วนธุรกิจเพลงจะมองเป็นธุรกิจต้นน้ำที่ต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ๆได้ เดินหน้าชู “อาร์สยาม” แบรนด์เดียว ภายใต้กลยุทธ์ Music Marketing and Services ทำแนวดนตรีไร้ขอบเขตตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ โดยในปี 2562 คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 ธ.ค. 2561 เวลา : 14:13:16
30-11-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 30, 2020, 12:20 pm