เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
"กรมเจรจาฯ"ปลื้มเกษตรกรภาคเหนือตอนล่างใช้ประโยชน์จากFTA


กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจับมือสภาเกษตรกรแห่งชาติลงพื้นที่พบปะเกษตรกรภาคเหนือตอนล่าง พบเกษตรกรกลุ่มผู้ผลิตสามารถใช้ประโยชน์จากFTAสร้างรายได้ขยายการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ เน้นยกระดับคุณภาพ มาตรฐานสินค้าเพิ่มการแปรรูปสินค้าให้มีความหลากหลาย สร้างแต้มต่อในการแข่งขันทางการค้า


นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยผลการผนึกกำลังของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุโขทัยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)ที่ร่วมลงพื้นที่จัดสัมมนาและพบปะเกษตรกรภาคเหนือตอนล่างระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์–1 มีนาคม 2562 ณ จังหวัดสุโขทัย ภายใต้โครงการ"เพิ่มศักยภาพเกษตรกรในยุคการค้าเสรี ครั้งที่4” ว่าได้รับความสนใจและตอบรับอย่างดีจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างจากจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์และนครสวรรค์
 
 
 
 
 
 
โดยเฉพาะเกษตรกรกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟ ชาดอกกาแฟ ส้ม ละมุดและใบตองตานี ซึ่งผู้ผลิตหลายรายมีศักยภาพสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี(FTA)สร้างรายได้และขยายการส่งออกไปต่างประเทศ มีการพัฒนาสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้า สร้างเอกลักษณ์สินค้าในพื้นที่ มีการเสริมนวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ เช่น การปลูกกาแฟให้มีกลิ่นทุเรียนมีความหวานของน้ำตาลฟรุตโตสและคั่วมือ รวมทั้งแปรรูป พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งรูปแบบเมล็ดกาแฟคั่วบดและดริป อีกทั้งยังเชื่อมโยงเครือข่ายกับเกษตรกรกาแฟแม่ฮ่องสอน ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่รวมถึงสร้างพันธมิตรธุรกิจกับร้านกาแฟสด ที่พักโฮมสเตย์ สร้างเรื่องราวประวัติของกาแฟในพื้นที่และจับมือร่วมกับธุรกิจท่องเที่ยว ทำให้สามารถผลิตสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคผู้รักสุขภาพมีความพร้อมที่จะส่งออก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ระยะยาว

นางอรมน เสริมว่า กรมฯยังได้ลงพื้นที่พบหารือกับเกษตรกรผู้ผลิตส้มปลอดสารพิษกลุ่มแม่สินพัฒนา อำเภอศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นเกษตรแปลงใหญ่พื้นที่กว่า17,000 ไร่ จำหน่ายส้มสดและแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม อาทิ สบู่ส้ม สเปรย์กันยุง น้ำหมักชีวภาพ ส้มผงแห้ง รวมถึงจับมือกลุ่มท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างทางเดินไม้ไผ่บนยอดต้นส้ม เปลี่ยนภาพลักษณ์สู่สวนส้มปลอดภัยไร้สารพิษ ถือเป็นจุดเช็คอินท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสุโขทัย
 
 
 

 
 
นอกจากนี้ยังได้พบปะกลุ่มเกษตรกรใบตองตานีคลองกระจงซึ่งเป็นแหล่งปลูกใบตองขนาดใหญ่ของไทย เกษตรกรเน้นการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ แปรรูปผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรูปแบบ จากทุกส่วนของต้นกล้วย เช่น กระทงบรรจุภาชนะขึ้นรูป กระเป๋า ของตกแต่งบ้านจากใยกล้วย เมนูอาหารคาวหวาน รวมทั้งได้พบหารือกับเกษตรกรกลุ่มละมุดอินทรีย์ ซึ่งขณะนี้ได้จำหน่ายในประเทศผ่านห้างโมเดิร์นเทรดและส่งออกไปตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะเยอรมนีแล้ว ในการนี้พบว่าส้มปลอดสารพิษ ใบตองตานี ละมุดของสุโขทัย อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือGIซึ่งจะช่วยให้สินค้าสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้นเพราะมีเรื่องราวและคุณสมบัติพิเศษต่างจากผลไม้ชนิดเดียวกันที่ผลิตจากแหล่งอื่น

“การลงพื้นที่ในครั้งนี้ยังเป็นการติดตามงานของกรมเจรจาฯที่ได้ดำเนินการร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในปีที่ผ่านมา ซึ่งได้จุดประกายให้เกษตรกรเห็นโอกาสของการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มรักสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยในการพบปะเกษตรกรครั้งนี้พบว่าผู้ผลิตสินค้าอินทรีย์ประสบความสำเร็จ สามารถจำหน่ายสินค้าเกษตรของตนในราคาสูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วไปถึง10 เท่า สินค้าเกษตรอินทรีย์ยังเป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้นในตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เริ่มรวมกลุ่มผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์กันมากขึ้น” นางอรมนกล่าว
 

 
 
 
นางอรมน เสริมว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมฯยังได้จัดเสวนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง“ช่องทางรวยของสินค้าเกษตรจากเอฟทีเอ”และ“ทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรสู่ตลาดต่างประเทศ”เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงเอฟทีเอ กฎระเบียบทางการค้า มาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า รวมทั้งได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าและการตลาดมาเปิดเวทีติวเข้มวิเคราะห์สินค้าและแนะนำตลาดส่งออกที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยเกษตรกรให้ความสนใจนำสินค้ามาวิเคราะห์และจำหน่ายกันอย่างคึกคัก อาทิ กาแฟ น้ำผลไม้ กล้วยตาก ผักผลไม้ออร์แกนนิค เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มะขามป้อม มังคุด ฝรั่ง มะเขือเทศ ข้าวอินทรีย์ น้ำมันรำข้าว และผ้าซิ่นตีนจก
 
รวมทั้งมีการจับคู่ธุรกิจสร้างเครือข่ายเกษตรกรกลุ่มต่างๆแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการผลิต ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม การตลาดและช่องทางการจำหน่าย เช่น กลุ่มกาแฟโรบัสต้าภาคเหนือตอนล่างที่เป็นการรวมกลุ่มของบ้านห้วยตมสุโขทัย กับกลุ่มดอยลับแลและกลุ่มลุ่มน้ำน่านอุตรดิตถ์ การเชื่อมโยงเครือข่าย ข้าวอินทรีย์นครสวรรค์กับสุโขทัย เป็นต้น โดยกรมฯเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรและขยายช่องทางการจำหน่ายไปตลาดโลก โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอโดยเฉพาะการส่งออกไปประเทศคู่เอฟทีเอ เช่น อาเซียน จีน อินเดียและญี่ปุ่น เป็นต้นที่ได้ลดเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ให้ไทย

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 มี.ค. 2562 เวลา : 08:11:16
29-01-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 29, 2020, 7:18 am