เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
"ไทย"ติดอันดับ2"โมบายเพย์เมนต์"ในอาเซียน


“ไทย”ติดอันดับ 2 “โมบายเพย์เมนต์”ในอาเซียน แนะค้าเร่งหาแพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ใหม่ๆรักษาการเติบโต


PwCเผยการจ่ายเงินผ่านมือถือหรือโมบายเพย์เมนต์ได้รับความนิยมมากเหตุประชากรหันมาใช้มือถือเพิ่มขึ้นบวกกับโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากพบเวียดนาม เติบโตรวดเร็วเป็นอันดับ 1 ของโลก-อาเซียน ส่วนไทยรั้งอันดับ 2ของภูมิภาค แนะค้าปลีกไทยเร่งหาแพลตฟอร์มการชอปปิงออนไลน์ใหม่ๆและลงทุนด้านรักษาความปลอดภัยเพิ่ม เพื่อรักษาอัตราการเติบโต-ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วให้ตรงจุด

กระแสของการชำระเงินผ่านมือถือหรือโมบายเพย์เมนต์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เหตุประชากรหันมาใช้มือถือเพิ่มขึ้นบวกกับโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากกว่าฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา

นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยถึงผลรายงาน Global Consumer Insights Survey 2019 ของ PwC ซึ่งทำการสำรวจพฤติกรรม ลักษณะนิสัยและความคาดหวังของผู้บริโภคออนไลน์จำนวนมากกว่า 21,000 คนใน 27 ประเทศทั่วโลก พบว่า เวียดนาม มีอัตราการชำระเงินผ่านมือถือ (Mobile payment) เติบโตรวดเร็วที่สุดที่ 61% ในปีนี้จาก 37% ในปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 24% ซึ่งอัตราการเติบโตนี้ยังสูงกว่าบรรดา 6 ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกสำรวจด้วยทั้งหมด

ส่วนในในระดับภูมิภาคประเทศไทยมีอัตราการชำระเงินผ่านมือถือเติบโตรวดเร็วเป็นอันดับที่ 2 รองจากเวียดนาม (เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 19% มาที่ 67%) ตามด้วยอันดับที่ 3 ได้แก่ มาเลเซีย (เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17% มาที่ 40%) ฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับที่ 4 (เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14% มาที่ 45%) ตามด้วยสิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 5 (เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12% มาที่ 46%) และอันดับที่ 6 ได้แก่ อินโดนีเซีย (เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 9% มาที่ 47%) ตามลำดับ

ทั้งนี้เมื่อดูในระดับโลก พบว่ากลุ่มประเทศตะวันออกกลางมีอัตราการชำระเงินผ่านมือถือเติบโตรวดเร็วเป็นอันดับที่ 2 รองจากเวียดนาม (เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% มาที่ 45%) ขณะที่อัตราการชำระเงินผ่านมือถือของประเทศผู้นำอย่างจีนนั้นคงที่ ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดที่ 86% รายงานยังด้วยระบุว่าในปีนี้ 34%ของผู้บริโภคทั่วโลกมีการชำระสินค้าและบริการผ่านมือถือ โดยเพิ่มขึ้นจาก24% ในปีที่ผ่านมา

ด้านนายชิริช เจน ผู้อำนวยการฝ่ายการชำระเงินของPwC Strategy& กล่าวถึงภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเด็นนี้ว่าเอเชียยังคงเป็นผู้นำกระแสการชำระเงินผ่านมือถือของผู้บริโภค

โดยรายงานชี้ว่ามีประเทศในเอเชียถึง 8 ประเทศ ที่ติด10 อันดับแรก และในจำนวนนี้มีถึง 6 ประเทศที่มาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยเวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการใช้งานค่อนข้างต่ำในปีแล้วกลับเห็นการเติบโตรวดเร็วที่สุดในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้แพลตฟอร์มมือถือที่มีความสะดวกสบายมากกว่าการพาณิชย์ในรูปแบบเดิม

ตรงกันข้ามกับสิงคโปร์ แม้เราจะเห็นการเติบโตเช่นกัน แต่ด้วยความที่สิงคโปร์มีระบบนิเวศดั้งเดิมที่มีความล้ำหน้า รวมถึงตัวเลือกของบริการชำระเงินผ่านมือถือที่มีให้ใช้มากมายจนอาจทำให้เกิดความสับสน และส่งผลทำให้อัตราการชำระเงินผ่านมือถือที่ได้กลับช้าลง

นายเจน กล่าวด้วยว่าผลจากการศึกษาครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญ 4 ประการที่มาบรรจบกัน ได้แก่ 1.ระยะของวงจรการเติบโตของเศรษฐกิจที่ผลักดันความมั่งคั่งและรายได้ที่ใช้จ่ายได้จริง 2.ความพร้อมของแพลตฟอร์มที่ตอบสนองความต้องการของประชากรในพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนการชำระเงินสดในการส่งมอบสินค้า 3.ต้นทุนที่ต่ำกว่าสำหรับผู้ค้าปลีกและผู้ให้บริการ และ 4. ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่าผู้บริโภคในเอเชียมีส่วนร่วมทางสังคมออนไลน์มากกว่าผู้บริโภคในฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยผู้ถูกสำรวจจากไทย (50%) อินโดนีเซีย (49%) และเวียดนาม (48%) เป็นผู้นำในการซื้อสินค้าและบริการโดยตรงผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดีย เช่น อินสตราแกรม และ เฟซบุ๊ก เปรียบเทียบกับในระดับโลกที่มีเพียง 21% ของผู้ถูกสำรวจเท่านั้น ที่ซื้อสินค้าและบริการโดยตรงผ่านโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังพบว่าสื่อสังคมออนไลน์มีผลกระทบการตัดสินใจซื้อสินค้าประเภทแฟชั่น (Fashion) มากที่สุด

นาย ชาลส์ โลห์ หัวหน้าสายงานที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ PwC ประเทศสิงคโปร์ กล่าวเสริมว่าโซเชียลมีเดีย ถือเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีความสำคัญอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“โดยเทรนด์ของการชอปปิงออนไลน์ในระยะข้างหน้าจะเห็นการควบรวมกันมากขึ้นของผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ ซึ่งดูเหมือนว่าลาซาด้า (Lazada)จะเป็นผู้นำทางด้านนั้น ในประเทศอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เราเห็นผู้บริโภคที่ใช้ลาซาด้า ขณะที่ในอินโดนีเซีย ผู้บริโภคหันไปใช้โตโกพีเดีย (Tokopedia) ซึ่งดูเหมือนว่า ตอนนี้จะมีผู้ควบรวมอยู่ในทุกๆตลาด”

นอกจากนี้9%ของผู้บริโภคทั่วโลกที่ถูกสำรวจยังกล่าวด้วยว่าปัจจุบันพวกเขาใช้เทคโนโลยีเสียง (Voice technology) ในการชอปปิงออนไลน์เป็นประจำทุกสัปดาห์หรือบ่อยกว่านั้น ด้วยเหตุนี้บริษัทค้าปลีกควรเริ่มคิดให้ไกลกว่าการชอปปิงผ่านมือถือว่าจะสามารถใช้เทคโนโลยีเสียงในครัวเรือน รถยนต์ หรือในที่อื่นๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าได้อย่างไร ทั้งนี้ มาตรฐานของการเป็นผู้นำทางด้านแบรนด์จะยังคงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในขณะที่องค์กรมีการนำเสนอเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคมากขึ้น

“เทคโนโลยีเสียงถูกใช้อย่างแพร่หลายบนแพลตฟอร์มการสื่อสารประเภทข้อความโต้ตอบแบบทันที หรือ Instant messaging ซึ่งคงอีกไม่นานกว่าที่เราจะประยุกต์เทคโนโลยีนี้กับตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน” นาย โลห์ กล่าว

ด้าน นางสาววิไลพร กล่าวเสริมต่อว่าไม่น่าแปลกใจที่ไทยมีการใช้การชำระเงินผ่านมือถือติดอันดับต้นๆของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะกระแสอีคอมเมิร์ซกำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างมาก

“ดิฉันมองว่าปัจจัยส่วนหนึ่งยังมาจากการที่คนไทยนิยมใช้โซเชียลมีเดียมากติดลำดับต้นๆ ของโลก ทำให้ธุรกิจค้าปลีกทั้งรายใหญ่และรายย่อยหันมาเจาะตลาดชอปปิงออนไลน์อย่างไม่ต้องสงสัย”

เนื่องจากแข่งกันนำเสนอโปรโมชั่นและส่วนลดให้กับลูกค้า ยิ่งธนาคารยกเลิกค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมออนไลน์ ก็ยิ่งกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านมือถือเติบโต

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงอีกจุดหนึ่ง คือ ระบบความปลอดภัยในการชำระเงินออนไลน์ เพราะนี่เป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและแบรนด์สินค้า

“ควรศึกษาแพลตฟอร์มการชอปปิงออนไลน์ในรูปแบบใหม่ เช่น การชอปปิงแบบมีผู้ช่วยเสียง (Voice Assistant) หรือ การนำเอไอเข้ามาช่วยสร้างประสบการณ์การชอปปิงออนไลน์ด้วย”

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 เม.ย. 2562 เวลา : 23:27:58
02-12-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 2, 2020, 4:40 pm