การตลาด
สกู๊ป "เพาเวอร์บาย"พลิกเกมลุยไซต์หน้าร้านบุกออมนิชาแนล


การที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นและก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าอะไรก็ต้องหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตก่อนจึงทำให้ “เพาเวอร์บาย” เล็งเห็นโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้าในช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่องทางขายออฟไลน์ โดยเมื่อช่วง2ปีที่ผ่านมา“เพาเวอร์บาย”ก็ได้เริ่มมีการปรับโครงสร้างองค์กรด้วยการสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบ step changeในการบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อสินค้า


นอกจากนี้บริการใหม่ๆที่“เพาเวอร์บาย”พัฒนาขึ้นมายังมุ่งเน้นไปที่การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าด้วยการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Omni channel ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้นและเพิ่มความสะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัด ถือเป็นการบูรณาการช่องทางออนไลน์กับออฟไลน์ ทั้งบนเว็บไซต์บนโมบาย หน้าร้าน และการรับชำระเงินที่สะดวกสบายและการให้บริการรับ-คืนสินค้า รวมไปถึงการซ่อมแซมสินค้า

หลังจากเปิดตัวบริการดังกล่าวยอดขายของ“เพาเวอร์บาย”ในช่องทางออนไลน์ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและจากความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ทำให้“เพาเวอร์บาย”เร่งสานต่อกลยุทธ์ดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงยอดขายในช่องทางออนไลน์ที่เริ่มปรับตัวลดลง
 

 
 
 
นายธีรินทร์ คูสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้า“เพาเวอร์บาย” กล่าวว่าแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนากลยุทธ์ Customer Centric หรือ การยึดเอาความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อรู้จักและเข้าใจความรู้สึกของลูกค้าและนำมาพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทุกระดับ โดยบริษัทมุ่งเน้นการเป็นผู้นำในการเป็นร้านค้าปลีกรูปแบบออมนิ แชนแนล (OMNI-Channel)โดยอาศัยจุดแข็งจากการที่มีสาขาเพาเวอร์บายมากถึง 106 สาขาทั่วประเทศและรองรับการเจริญเติบโตของธุรกิจออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.powerbuy.co.th เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการจากเพาเวอร์บายได้อย่างสะดวกสบายในทุกช่องทาง

นอกจากจะมุ่งไปที่การขยายช่องทางขายแล้ว“เพาเวอร์บาย”ยังให้ความสำคัญในด้านของการบริการหลังการขายผ่าน Power Care ที่สามารถให้บริการลูกค้าแบบ Total Service Solutionsที่ครบวงจรมากที่สุดในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยที่ลูกค้าสามารถเลือกจัดส่งได้ทั่วประเทศภายในระยะเวลาที่ต้องการ พร้อมบริการติดตั้งฟรีโดยช่างผู้ชำนาญการ รวมถึงการให้บริการซ่อม เคลม หรือเปลี่ยน/คืนสินค้าได้ถึงที่บ้าน อีกทั้งยังมีบริการให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือผ่าน contact center 1324 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายธีรินทร์ กล่าวต่อว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 3ปีก่อน เริ่มจากการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ การผสมผสานออนไลน์-ออฟไลน์สู่ออมนิ แชนนอล การให้บริการคลิกแอนด์คลอเร็ค รวมถึงการให้บริการอี-ออเดอริ่งและการนำดาต้ามาใช้ในการวางยุทธศาสตร์ด้านการตลาด

หลังจาก“เพาเวอร์บาย”ขยายรูปแบบการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ทำให้ปี2561ที่ผ่านมา“เพาเวอร์บาย” ตัดสินใจที่จะลดพื้นที่การขายหน้าร้านลดลง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการลดขนาดหน้าร้านลงเหลือเพียงกว่า 1,000 ตร.ม. เท่านั้น จากเดิมจะใช้ขนาดพื้นที่ประมาณ 3,000 – 5,000 ตร.ม. โดยในปีที่ผ่านมาได้ทำการขยายสาขาขนาดเล็กไปแล้วประมาณ 8-10 สาขา และในปีนี้“เพาเวอร์บาย”ก็เดินหน้าลุยขยายสาขาขนาดเล็กต่อเนื่อง เพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

ปัจจุบันเพาเวอร์บายมีสาขารวมประมาณ 106 สาขา แบ่งออกเป็น ร้านขนาดใหญ่มีพื้นที่ 3,000 – 5,000 ตร.ม. ร้านขนาดกลาง มีพื้นที่ 1,000-3,000 ตร.ม. และร้านขนาดเล็กพื้นที่ต่ำกว่า 1,000 ตร.ม.

นายธีรินทร์ กล่าวอีกว่ายอดขายในช่องทางออนไลน์เติบโตดีมาก ซึ่งจากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าวทำให้แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้บริษัทจะเน้นการทำตลาดไปที่อี-ออเดอริ่ง ซึ่งเป็นบริการที่ลูกค้ามาที่ร้านแล้วไม่พบสินค้า แต่สามารถหาสินค้าชิ้นที่ต้องการได้ผ่านบริการอี-ออเดอริ่ง เนื่องจากช่องทางขายดังกล่าวมีสินค้าให้ลูกค้าได้เลือกมากกว่า 20,000 รายการ กลยุทธ์ดังกล่าวถือว่าเป็นการประหยัดพื้นที่และงบลงทุนได้มาก

จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าวทำให้ปัจจุบัน“เพาเวอร์บาย”มีสัดส่วนยอดขายจากออนไลน์ประมาณ5% เพิ่มขึ้นจากช่วง 2 ปีก่อนที่มีสัดส่วนยอดขายออนไลน์เพียง 2% เท่านั้น ซึ่งจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้ขณะนี้ “เพาเวอร์บาย” มีฐานลูกค้าในช่องทางออนไลน์รวมประมาณ 1.3 ล้านราย

 
 
 
ล่าสุด“เพาเวอร์บาย”ได้เสริมความแข็งแกร่งด้วยการจัดงาน Power Buy Expo 2019 ภายใต้แนวคิด POWER YOUR FUTURE ระหว่างวันที่ 17-26 พ.ค. 2562 ณ ไบเทค บางนา ซึ่งจะเป็นการรวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำเต็มรูปแบบพร้อมกิจกรรมมากมาย พื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. เช่นการจัดแสดง TV Wall ที่ยาวที่สุดกว่า 44 เมตร กิจกรรมถ่ายภาพ Power Snap กับ Net Idol การแข่งขัน e-SportPower Challenge เป็นต้น

สำหรับสินค้าที่นำมาร่วมงานมากกว่า 100 แบรนด์ รวมกว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า ไอทีแก็ดเจ็ตเกม และเครื่องเสียงชั้นนำจะมีการจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับสมาชิก The 1 จ่ายเต็มผ่านบัตรได้ส่วนลด 3% สามารถแลกพอยต์เพื่อรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 15% อีกทั้งยังได้รับเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 36,000 บาท และร่วมสนุกชอปไปกับสินค้า Crazy Item ลดกระหน่ำทุกวัน

จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว “เพาเวอร์บาย” คาดหวังว่าสิ้นปี 2562 นี้จะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 8% จากปี 2561 ที่มีรายได้ประมาณ 18,000 ล้านบาท เนื่องจากช่วง 4 เดือนแรกของปี 2562 ที่ผ่านมามียอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยสินค้าที่มียอดขายมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา คือ เครื่องปรับอากาศ ซึ่งมียอดขายเติบโตสูงถึง 30% มากกว่าตลาดรวมที่เติบโต 20%

นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องฟอกอากาศก็มียอดขายเติบโตในทิศทางที่ดี เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เนื่องจากสินค้าดังกล่าวสามารถตอบโจทย์ความต้องการไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่อยู่คอนโดมิเนียมได้เป็นอย่างดี ส่วนสินค้าที่มียอดขายไม่ค่อยโต คือ มือถือ และเพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ “เพาเวอร์บาย” จึงได้มีการใช้งบการตลาด 350 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วที่ใช้ไป 300 ล้านบาท ทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างเข้มข้นในปีนี้

LastUpdate 13/05/2562 14:05:34 โดย : Admin

17-07-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555