การตลาด
"ไลน์"ประกาศ 3 กลยุทธ์รุกธุรกิจในไทย


"ไลน์"โชว์วิสัยทัศน์Life 0n LINE ประกาศ3กลยุทธ์ธุรกิจ เน้น โอเอ็มโอ-ฟินเทค-AI เตรียมเปิดบริการใหม่เดือนสิงหาคมนี้   

ไลน์ ประเทศไทยจัดงาน LINE CONVERGE THAILAND 2019 เปิดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ธุรกิจในปี 2019 โดย นางอึน จองลี รองประธานกรรมการอาวุโศ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจระดับโลก ไลน์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าปัจจุบันไลน์ให้บริการในไทยมากกว่า 6 ปี ถือเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นมากกว่าแอพแชท โดยมีที่จำนวนผู้ใช้มากกว่า 44 ล้านคนหรือคิดเป็น 78% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยและมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง 26 วันต่อเดือน ทิศทางของไลน์ต่อจากนี้ ต้องการเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับทุกคนที่สามารถใช้งานตั้งแต่ตื่นนอนไปจนถึงเข้านอน 

โดยภายใต้วิสัยทัศน์ Life On LINE นั้น จะเน้นใน 3 กลยุทธ์ คือ 1) โอเอ็มโอ( OMO : online-merge-offline ) หรือการรวมกันของออนไลน์กับออฟไลน์ โดยได้เปิดตัว LINE Mini App ระบบที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้บริการเต็มรูปแบบจากแบรนด์หรือธุรกิจต่างๆ ผ่าน ไลน์ ได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกจากไลน์ 2) ฟินเทค(Fintech ) ด้วยการช่วยผลักดันสังคมไร้เงินสดให้เกิดขึ้นในไทย ผ่านบริการ ของ Rabbit LINE Pay และได้ร่วมมือกับ KBANK เพื่อให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินในนามกสิกร ไลน์ (KASIKORN LINE) ที่ร่วมทุนจัดตั้งขึ้นมาใหม่ ซึ่งในเรื่องฟินเทคนั้น ในญี่ปุ่น ไต้หวันก็เริ่มให้ความสำคัญเช่นกัน
          
และ 3. เอไอ( AI) โดยทางไลน์จะพัฒนาเทคโนโลยี เอไอ เพื่อพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ อาทิ Smart Channel ที่เรียนรู้จากพฤติกรรมความสนใจของผู้ใช้ไปสู่การนำเสนอข้อมูลที่ตรงกับความต้องการ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ซึ่งจะช่วยในการค้นหาตัวอักษรหรือข้อความที่อยู่ในภาพถ่ายและสามารถระบุประเภทของตัวอักษรได้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ร่วมกับการแปลภาษาต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันคนไทยนิยมใช้เป็นอย่างมาก
         
ด้าน ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่าผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ใหม่ที่จะมีการเปิดตัว คือ ไลน์ ช้อปปิง (LINE Shopping )ที่ได้ร่วมแหล่งออนไลน์ช้อปปิ้งไว้ในที่เดียว โดยมีพาร์ทเนอร์ เป็นมาร์เก็ตเพลสต่างๆ เพื่อช่วยให้ช้อปปิ้งจบได้ที่เดียว สามารถเปรียบเทียบราคา แจ้งเตือนเมื่อสินค้าลดราคา รวมถึงเพิ่มบริการ Line Man Grocery ซึ่งเป็นบริการซื้อสินค้าในซุบเปอร์มาร์เก็ตส่งถึงบ้านจะเริ่มให้บริการเดือน และบริการเสียงเรียกเขาและรอสายเมื่อโทรฯผ่านไลน์ ซึ่งจะเริ่มให้บริการในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าผู้ใช้งานไลน์ กว่า 50% ใช้บริการโทรฯไลน์ นอกจากนี้ในส่วนของไลน์แมน บริการสั่งอาหารจะขยายพื้นที่ให้บริการในหัวเมืองใหญ่และท่องเที่ยวต่างๆโดยจะเริ่มในปี 2020
          
ด้านนายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่าไลน์เป็น แพลตฟอร์มที่คนไทยใช้เวลามากที่สุด จึงเป็นโอกาสของภาคธุรกิจ และแบรนด์สินค้าในการสร้างความเติบโต อย่างไรก็ตาม การมีออฟฟิเชียล แอคเคาท์ หรือ โอเอ มากกว่า 3 ล้านราย ทำให้เกิดการส่งข้อความไปยังผู้ใช้งานมากเกินไป ในช่วงเม.ย.ที่ ได้มีการรวม ไลน์แอด และไลน์ โอเอ และได้ทำราคาใหม่ จากที่เดิมที่ต้องจ่าย 20 สตางค์ต่อข้อความ เหลือ 4 สตางค์ต่อข้อความ และหากเป็นองค์กรที่มีผู้ติดตามมากว่า 1 ล้านคน จะเหลือข้อความละ 1 สตางค์ โดยเริ่มตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้
         
นอกจากนี้ยังได้เปิด API ให้นักพัฒนาสามารถดึงไปใช้งานได้ รวมถึงเปิดบริการใหม่ โอเอ พลัส(OA Plus) เพื่อให้องค์กรสามารถทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลได้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ ภาคการศึกษา และภาครัฐนำไลน์ไปใช้ในองค์กร อาทิ ใช้ไลน์ในการลางาน ลาเรียน หรืออย่างภาครัฐได้รวมกับกระทรวงสาธารณสุข เปิดบริการจองคิวพบแพทย์ผ่านไลน์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังแพิ่มหมวดหมู่ ไลน์ไอดอล ( Line Idol) จากเดิมที่มี เซเลบฯ บล็อกเกอร์ ให้เพิ่มหมวดหมู่ สปอร์ต เพิ่มขึ้นโดยรวมมือกับพาร์ทเนอร์ Mailman spot Agercy ฯลฯ

   

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 25 ก.ค. 2562 เวลา : 21:25:13
25-09-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 25, 2020, 6:48 am