คุณภาพชีวิต
"ปลดหนี้อย่างมีวินัย"ซีพีเอฟสร้างฐานการเงินที่มั่นคงให้แก่พนักงาน


บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)หรือซีพีเอฟ มุ่งมั่นสู่องค์กรแห่งความสุขในการทำงาน สานต่อโครงการปลดหนี้ให้กับพนักงาน ควบคู่กับการสร้างวินัยในการออมเงิน พร้อมทั้งจับมือแบงก์เดินสายให้ความรู้เพื่อวางแผนทางการเงินอย่างเหมาะสม


นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟกล่าวว่าบริษัทฯให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กร ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่นำมาสู่ประสิทธิผลและคุณภาพของงานที่ดี ซึ่งสายธุรกิจสุกรของซีพีเอฟ ได้เริ่มโครงการ”ปลดหนี้ สร้างสุข และส่งเสริมการออม” เมื่อปี 2558 และขยายผลไปยังสายธุรกิจและหน่วยงานอื่นในซีพีเอฟ เพื่อช่วยปลดหนี้ให้กับพนักงานที่ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะหนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิตซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยสูง

จากการติดตามผลของโครงการพบว่าพนักงานพึงพอใจโครงการดังกล่าวสามารถแก้ปัญหาหนี้ได้จริง พนักงานมีวินัยและมีความรอบคอบในการใช้เงินมากขึ้น รู้จักวางแผนการเงิน การทำบัญชีรายรับ –รายจ่ายของครัวเรือน สามารถจัดสรรเงินเพื่อเก็บออมในแต่ละเดือนได้นำมาสู่การวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมของแต่ละรายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเพราะไม่ต้องเครียดและกังวลกับภาระหนี้

 
 
 
นายวิชิต อุปนันท์ หรือปุ้ย วัย 38 ปี คนงานในฟาร์มสุกรจอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งต้องเลี้ยงดูบิดา มารดาและบุตรอีก 1 คน กล่าวว่าเคยกู้เงินนอกระบบและมีหนี้บัตรเครดิตอีก 3 ใบ รวมหนี้ประมาณ 1 แสนบาท ขณะนั้นมีรายได้ 9,000 บาทต่อเดือน ต้องจ่ายหนี้ขั้นต่ำรวมทั้งหมด 8,000 บาท เหลือเงินใช้จ่ายแค่เดือนละ 1,000 บาท ต้องรับจ้างเก็บลำใยเพื่อหารายได้เพิ่มเติมแต่ก็ยังไม่พอใช้จ่าย ชีวิตไม่มีความสุข เมื่อบริษัทฯมีโครงการปลดหนี้ฯจึงสมัครเข้าโครงการปลดหนี้ฯโดยกู้เงินจำนวน 1 แสนบาท มาชำระหนี้เงินกู้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิต ทุกวันนี้ชำระหนี้หมดแล้วและมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้ในแต่ละเดือนยังสามารถจัดสรรเงินออมเดือนละ 3,000 บาท เงินออมที่เก็บไว้นำมาลงทุนในสวนลำใยมีรายได้ปีละ 40,000-50,000 บาท นอกจากนี้ตั้งแต่เข้าโครงการฯจนถึงปัจจุบันก็ยังทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง เพราะทำให้เรารู้ว่าใช้เงินไปอย่างไรช่วยให้เราวางแผนการเงินดีขึ้น

นางสิริพิชญา มากด่าน หรือ ป้านี อายุ 55 ปี แม่บ้านประจำฟาร์มสุกรวังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งเข้าโครงการปลดหนี้และปัจจุบันชำระหนี้หมดแล้ว เล่าว่าสมัครเข้าโครงการฯเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เนื่องจากมีภาระหนี้หลายทาง ส่วนหนึ่งเป็นหนี้ที่กู้มาจากบริษัทที่ปล่อยเงินกู้จำนวน 50,000 บาท ซึ่งผ่อนจ่ายชำระหนี้เดือนละ 1,000 บาท แต่มาทราบทีหลังว่าเงินที่ชำระหนี้หักเงินต้นได้เพียง 200 บาท ที่เหลือเป็นดอกเบี้ยทั้งหมดมานั่งคิดว่าเมื่อไหร่จะใช้หนี้ได้หมดจึงตัดสินใจเข้าโครงการปลดหนี้ฯตอนนี้ชำระหนี้หมดแล้วก่อนที่ตัวเองจะเกษียณปีนี้

“เราใช้หนี้หมดแล้วมันก็รู้สึกโล่งจากเดิมที่ต้องมานั่งกังวลว่าจะเอาเงินทีไหนมาใช้หนี้และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะใช้หนี้หมด คุยกับเพื่อนๆพนักงานที่มีภาระหนี้ ทุกคนบอกว่าโครงการปลดหนี้ช่วยพนักงานได้จริงๆเพราะทำให้เราสามารถปลดหนี้ได้เร็ว ไม่ใช่เฉพาะปลดหนี้แต่สร้างวินัยทางการเงินและไม่กลับไปเป็นหนี้อีก“ ป้านีเล่า

นางจิตภินันท์ รัตนชัยสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านบริหารงานพนักงานสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่าซีพีเอฟ
ให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กร ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่นำมาสู่ประสิทธิผลและคุณภาพของงานที่ดีจึงได้ร่วมมือกับสถาบันการเงิน (ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารธนชาต ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)ดำเนินโครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานในองค์กร พนักงานในโรงงานและฟาร์ม เข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผล ช่วยแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต หนี้นอกระบบ หรือแม้แต่การรีไฟแนนซ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยฯลฯ นอกจากนี้บริษัทฯและพนักงานของธนาคารที่มีความชี่ยวชาญด้านสินเชื่อ มีการเดินสายจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านบริหารเงิน การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายครัวเรือน การวางแผนการเงินฯให้แก่พนักงานโรงงานและฟาร์มทั่วประเทศด้วย

ทั้งนี้ตั้งแต่ ส.ค.61- ก.ค. 62 มีจำนวนพนักงานของโรงงานและฟาร์มของสายธุรกิจสุกรและสายธุรกิจอื่นๆของซีพีเอฟและเครือเจริญโภคภัณฑ์เข้าโครงการปลดหนี้ฯและผ่านการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินรวม 748 ราย วงเงินอนุมัติรวมประมาณ 336 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการขอกู้เพื่อชำระหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต นอกจากนี้บางรายเป็นการขอกู้เพื่อรีไฟแนนซ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 ส.ค. 2562 เวลา : 19:42:01
15-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 15, 2019, 12:49 am