การตลาด
สกู๊ป "ไอคอนสยาม"ตอกย้ำ Global Destination บูมบิ๊กอีเวนต์ครบ 1 ปี


หลังจากสร้างความฮือฮาให้กับวงการค้าปลีกไทยไปเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา อีกไม่กี่วัน “ไอคอนสยาม”โครงการมิกซ์ยูสมูลค่ารวมกว่า 55,000 ล้านบาทก็จะเปิดให้บริการครบ 1 ปีแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ไอคอนสยามได้ผลการตอบรับจากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างดี เห็นได้จากจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากเฉลี่ยวันละประมาณ 100,000 – 150,000 คน และในช่วงเทศกาลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200,000 - 350,000 คน แบ่งเป็นคนไทยประมาณ 65-70% และนักท่องเที่ยว 30-35%


สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุด คือ จีน ตามด้วย เกาหลี ไต้หวัน อินเดียและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในส่วนของนักท่องเที่ยวแต่ละคนที่เข้ามาใช้บริการมีการใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าไอคอนสยามอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อคนต่อวัน

 
นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม กล่าวว่า วันนี้บริษัทมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำภารกิจสำคัญตามวิสัยทัศน์ที่ประกาศไว้เมื่อ 7 ปีก่อนได้สำเร็จลุล่วงแล้วทุกประการ สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า “ไอคอนสยาม” เป็น Game Changer Destination ที่สามารถสร้างศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวกลางเมืองของกรุงเทพฯอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและฝั่งธนบุรีได้สำเร็จ

นอกจากนี้“ไอคอนสยาม”ยังได้รับการยอมรับว่ามีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในฐานะเป็นแม่เหล็กของการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ทรงพลัง Global Destination ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและจากทั่วประเทศไทยให้เดินทางมาเยี่ยม ซึ่งนอกจากจะดึงนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือนในโครงการแล้ว ไอคอนสยามยังดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยผ่านการลงทุนเปิดธุรกิจร้านค้าต่างๆในโครงการ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น Apple Store สาขาแรกในประเทศไทย และ Luxury Brands ต่างๆ

จากความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ปัจจัยหลักมาจาก 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยามที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น 1. สุขสยาม สถานที่ที่รวบรวม Local Heroes ศิลปิน ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้ทำการค้าขายในกรุงเทพฯให้ได้เข้ามาทำการค้าขายบนเวทีที่มีศักยภาพ ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา สุขสยามได้ดึงดูดผู้คนเข้ามาที่สุขสยามไม่ต่ำกว่า 50,000 – 70,000 คนต่อวัน

2.ริเวอร์ พาร์ค สถานที่ที่เกิดจากปณิธานของไอคอนสยามในการอุทิศพื้นที่ในโครงการขนาดใหญ่ 10 ไร่ ให้เป็น Community Space วันนี้ริเวิอร์พาร์คได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่ชุมชนสามารถมาใช้ประโยชน์ได้เสมือนเป็นระเบียงหน้าบ้าน มีการใช้พื้นที่ในการจัดประเพณีไทยเต็มตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา

 
3.การแสดงระบำสายน้ำ แสง สี เสียง มัลติมีเดีย ที่ยาวและยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้พิสูจน์ความสำเร็จแล้วในการทำให้แม่น้ำเจ้าพระยากลายเป็น New Global Destination ผ่านการมี World Class Attraction 4. ทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การประชุมระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทยบนชั้น 7 ด้วยความจุขนาด 2,700 ที่นั่ง รองรับการจัดงานประชุม ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียและสามารถรองรับโชว์ต่างๆที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศได้

5.ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก พื้นที่ศิลปะและพิพิธภัณฑ์ระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย โดยได้เปิดเฟสแรก ‘ไอคอนสยาม อาร์ท สเปซ’ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาบนพื้นที่ 2,000 ตร.ม. เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยทุกแขนงได้มาแสดงออกความคิดสร้างสรรค์ 6. รถไฟฟ้าสายสีทองซึ่งจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่านถนนเจริญนครไปสิ้นสุดที่โรงพยาบาลตากสินรวม 3 สถานี จะเป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ทำให้ลูกค้าและคนฝั่งธนบุรีได้รับความสะดวกในการเดินทาง 7. ปรากฏการณ์รวมโลกในรอยไทยกว่า 100 ชิ้น ภายในปี 2563จะเตรียมเปิดบริการ

และเพื่อเติมเต็มให้ “ไอคอนสยาม” กลายเป็น New Global Destination ที่สมบูรณ์แบบทางทีมผู้บริหารจึงได้เตรียมนำบริการใหม่ๆ มาเติมเต็มประสบการณ์ให้กับลูกค้าเพิ่ม ได้แก่ ซุปเปอร์พาร์ค สวนสนุกซึ่งรวบรวมกิจกรรมที่ปลอดภัยและสนุกสนานไว้อย่างครบครันมากที่สุดเป็นครั้งแรกจากประเทศฟินแลนด์ , Blue by Alain Ducasse ภัตตาคารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งสุดหรูโดยเชฟ Alain Ducasse 1 ใน 2 พ่อครัวระดับโลกที่ครอบครองมิชลินสตาร์กว่า 21 ดวง และยังการันตีความอร่อยด้วยร้านอาหาร 30 แห่งใน 7 ประเทศ
 
นอกจากนี้ยังมี ARABICA ร้านกาแฟชั้นนำสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง การันตีด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่า 44 แห่งใน 12 ประเทศทั่วโลก , เดียร์ทัมมี่ (Dear Tummy) ซึ่งเป็น Foods Market คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย
 

 
 
นางชฎาทิพ กล่าวว่าเพื่อฉลองครบรอบ 1 ปี “ไอคอนสยาม”และร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บริษัทจะใช้งบกว่า 300 ล้านบาท ทำกิจกรรมในช่วงเดือนพ.ย.- ธ.ค. นี้ผ่าน 10 อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ระดับโลกในธีม The Great Iconic Celebration มหาปรากฏการณ์ “The Celebrations of Glory ICONSIAM” ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันที่ 8-10 พ.ย. 2562 โดยได้รังสรรค์การแสดงแสงสีเสียงสุดตระการตาบนแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะสะกดทุกสายตาทั่วทั้งโลก ตอกย้ำแนวคิด “สิ่งที่ดีที่สุดของไทย บรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก”กับการแสดงชุด “Glory of ICONSIAM เฉิดฉายประกายสยาม”จากนักแสดงมืออาชีพทั้งไทยและต่างชาติที่มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ

พร้อมกันนี้ยังจะมีกิจกรรม ICONSIAM Chao Phraya River of Glory โดยการร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดงานเทศกาลลอยกระทง อีกหนึ่งปรากฏการณ์ “สุดยอดของโลก” บนแลนด์มาร์คริมสายน้ำแห่งประวัติศาสตร์ของไทยและการจัดกิจกรรม Amazing Thailand Countdown 2020 ที่สุดของปรากฏการณ์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของประเทศไทย ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว “ไอคอนสยาม” มั่นใจว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงและเพิ่มทราฟฟิกได้เป็นที่น่าพอใจอย่างแน่นอน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 พ.ย. 2562 เวลา : 08:50:49
20-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 20, 2019, 10:03 am