การตลาด
สกู๊ป ซูเปอร์มาร์เก็ตแข่งเดือด"สยามพิวรรธน์"สบช่องส่ง"เดียร์ทัมมี่"ชิงเค้ก


ตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตถือเป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนท์ของธุรกิจค้าปลีกที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนและหันมาช้อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการในตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตต้องออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกันอย่างหนักทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์


ทั้งนี้ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการในตลาดจะออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกันอย่างหนักแต่ภาพรวมตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตในสิ้นปีนี้ก็ยังคงคาดการณ์กันว่าจะเติบโตได้ที่ประมาณ 4% เท่านั้น เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวดีนักตามสภาพเศรษฐกิจที่ยังดูซึมๆ
 
 
 

 
 
อย่างไรก็ดีแม้ว่าตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตจะเติบโตน้อยแต่ก็ถือว่าเติบโตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับธุรกิจค้าปลีกเซ็กเมนท์อื่นๆ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ด้วยเหตุนี้บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด จึงเล็งเห็นโอกาสโดยการจับมือร่วมกับบริษัท กูร์เมต์ เอเซีย จำกัด เปิดให้บริการ “เดียร์ทัมมี่ “ ซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาแรกในประเทศไทยบนพื้นที่ 2,000 ตร.ม. บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

ในส่วนของ “เดียร์ทัมมี่” สาขาศูนย์การค้าไอคอนสยามนั้น บริษัท สยามพิวรรธน์ ได้ใช้งบลงทุนไปประมาณ 200 ล้านบาท ชูจุดเด่นของการเป็นเดสติเนชันแห่งใหม่สำหรับคนรักอาหาร ภายในเดียร์ทัมมี่จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ โซนโกรเซอรี (Grocery)ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต จำหน่าย Grocery และ Green Grocer สินค้าเบ็ดเตล็ด เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่โซน โกรเซอรองต์ (Grocerant) จะประกอบไปด้วย สเปเชียลตีสโตร์ 7 ร้าน นำเสนอผลิตภัณฑ์และเมนูอาหารโดย Food Artisans ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบและอาหาร อาทิ Flying Pig Sausage Haus ร้าน Craft Sausages ไส้กรอกหมูทำสดใหม่ทุกวัน , M•M (Marble Marvellous) ร้านเนื้อคุณภาพ พร้อมบริการคุกกิ้ง, Shrimp Shack เหมาะสำหรับคนรักกุ้ง, Klongsan Poultry Market ไก่เบญจา Charcoal Grilled ย่างด้วยเตา Josper เครื่องแรกในเอเชียและเครื่องที่ 7 ของโลก, Fiskebar แหล่งรวมวัตถุดิบเกรดพรีเมียมจากทะเลทั่วทุกมุมโลก และ Taberna แหล่งรวมเอกลักษณ์อาหารยุโรปสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เป็นต้น

 
 
 
 
นางลักขณา นะวิโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ มาร์ท จำกัด ผู้บริหารเดียร์ ทัมมี่ ซูเปอร์มาร์เก็ต กล่าวว่าจุดเด่นของ” เดียร์ทัมมี่”ที่แตกต่างไปจากซูเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆ คือ การสร้างประสบการณ์ใหม่ของการช็อปปิ้ง (New Grocerant Experiences) ในรูปแบบโกรเซอรองต์ ซึ่งลูกค้าสามารถนั่งทานอาหารที่ร้าน ซึ่งสร้างสรรค์โดย Food Artisans

นอกจากนี้ที่ “เดียร์ทัมมี่” ยังใช้เทคโนโลยีการประกอบอาหารที่ใช้เป็นแห่งแรกในเอเชีย (First-in-Asia Technology and Convenience in Shopping Experience) เช่น เตาย่างไก่ แบรนด์โจสเปอร์ การใช้ถ่านจากไม้ที่ดีที่สุด และเทคโนโลยีขั้นสูงของรอบหมุนในการย่างไก่ ทำให้ได้ไก่ย่างที่มีเนื้อนุ่ม กรอบนอก ฉ่ำในและยังมีบริการชำระเงินผ่านเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ (Auto-Cash Machine) และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะทุกร้านค้าที่นี่จะเลือกใช้ถุงพลาสติกชีวภาพ

อีกหนึ่งจุดแข็งของ “เดียร์ทัมมี่” ที่แตกต่างไปจากคู่แข่ง คือ การมีพันธมิตร 7 แบรนด์เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง ประกอบด้วย 1. Green Grocer อาณาจักรของคนรักสุขภาพ 2. Fiskebar วัตถุดิบทะเลเกรดพรีเมียม 3. Flying Pig Sausage Haus ร้าน Craft Sausages ไส้กรอกหมู 4. M•M (Marble Marvellous) เนื้อคุณภาพดี 5. Shrimp Shack กุ้งไซส์ใหญ่ 6. Klong San Poultry Market ไก่เบญจาย่างด้วยเตา Josper เครื่องแรกในเอเชียและเครื่องที่ 7 ของโลก และ 7.Taberna รวมเอกลักษณ์อาหารยุโรปสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการ คาดการณ์ว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการต่อวันไม่ต่ำกว่า 5,000-8,000 คน และมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ในสิ้นปี 2563

ขณะที่น้องใหม่กำลังมุ่งมั่นอยู่กับการทำการตลาดและสร้างแบรนด์ ในส่วนของพี่ใหญ่ก็ออกมารับน้อง โดยการออกมาประกาศเร่งเครื่องขยายสาขาและงัดกลยุทธ์ใหม่ๆ ออกมาทำการตลาด นายชัยรัตน์ เพชรดากูล ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต กูร์เมต์ มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่าขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาให้เปิดบริการด้านอี-คอมเมิร์ซด้วยตัวเอง เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคในดิจิทัล หลังจากปัจจุบันได้ร่วมทำการตลาดรูปแบบดังกล่าวมาบ้างแล้ว ด้วยการจับมือกับแฮปปี้เฟรช จำหน่ายและบริการส่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

นอกจากนี้เดอะมอลล์ ยังมีแผนที่จะเดินหน้ายกระดับกูร์เมต์ มาร์เก็ต ให้เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม ด้วยการนำสินค้าและบริการระดับพรีเมียมมาให้บริการลูกค้า ขณะเดียวกันยังมีแผนที่จะขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 5 สาขาต่อปี หรือลงทุนประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งนับจากนี้ไป เดะมอลล์จะให้ความสำคัญกับการนำกูร์เมต์มาร์เก็ตเข้าไปเปิดให้บริการนอกเครือข่ายของเดอะมอลล์มากขึ้น
 
 
 

 
 
 
พร้อมกันนี้ในปี 2563 เดอะมอลล์ ยังจะทำการปรับโฉมโฮมเฟรชมาร์ทที่เหลือเป็นกูร์เมต์มาร์เก็ตทั้งหมด เช่น สาขารามคำแหง และท่าพระ จากปัจจุบันมีสาขารวม 17 สาขา และสิ้นปีนี้จะเปิดอีก 2 สาขา คือ สาขาดีไซน์วิลเลจของบุญถาวรที่พุทธมณฑลสาย 2 เปิดให้บริการบนพื้นที่ 2,700 ตารางเมตร ถือเป็นสาขาใหญ่ที่สุดในกลุ่มสแตนด์อะโลน และสาขาพีเพิลพาร์ค อ่อนนุช ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1,600 ตารางเมตรของโครงการ จากแผนการดำเนินงานดังกล่าวสิ้นปี 2562 นี้ เดอะมอลล์ คาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2561 ที่ 11,800 ล้านบาท

ด้าน น.ส.ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่าภาพรวมยอดขายของบริษัทในสิ้นปี 2562 นี้คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% สูงกว่าภาพรวมตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตที่เติบโตเพียง 4% เนื่องจากบริษัทมีการขยายสาขาใหม่ไปตามสถานที่ต่างๆ ปรับปรุงสาขาเก่าให้ทันสมัย และทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการนำเสนอสินค้าใหม่ๆที่มีคุณภาพและแตกต่างจากคู่แข่งมาให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าได้ซื้อสินค้าดีมีคุณภาพ

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ธ.ค. 2562 เวลา : 07:54:07
14-08-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 14, 2020, 9:49 am