การตลาด
สกู๊ป"โออิชิ"ปลุกกลยุทธ์ Health & Wellness สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน


แม้ว่าปีที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ในภาวะชะลอตัว ทำให้หลายธุรกิจต้องประสบปัญหากับผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ผลการดำเนินงานของ โออิชิ กรุ๊ป ก็ยังคงมียอดขายเติบโตอยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 8.2% หรือมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 13,631 แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มเครื่องดื่ม 6,501 ล้านบาท เติบโต 8.6% กลุ่มอาหาร 7,130 ล้านบาท เติบโต 7.9% ซึ่งการขยายตัวของธุรกิจที่ดีดังกล่าวส่งผลให้โออิชิ กรุ๊ป มีผลกำไรรวม 1,229 ล้านบาท เติบโต 21.9% จากปีก่อนหน้านี้ และเพื่อต่อยอดความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ทำให้ โออิชิ กรุ๊ป ต้องเดินหน้าพัฒนาสิ่งใหม่ๆเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในส่วนของกลยุทธ์ที่ โออิชิ กรุ๊ป จะนำมาใช้ในปี 2563 นี้ คือการให้ความสำคัญด้านสุขภาพและสุขอนามัยของผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กันมากขึ้น


ขณะเดียวกันยังจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ เพื่อพัฒนาการบริการในช่องทางต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability) โดยวางแนวทางธุรกิจให้กับธุรกิจเครื่องดื่ม อาหารและอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงพร้อมทาน หรือ แพ็คเกจฟู้ด

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับ “บุคลากร” เพราะการที่ธุรกิจจะเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงได้ บุคลากรต้องมีความรู้ความสามารถ ดังนั้น โออิชิ กรุ๊ป จึงให้ความสำคัญกับการดูแลใส่ใจบุคลากรทุกระดับ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเติบโตของพนักงานอย่างไร้ขีดจำกัด

 
 
 
นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การขับเคลื่อนธุรกิจของโออิชิ กรุ๊ป มุ่งเป็นผู้นำอย่างชัดเจนในนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น โดยจะใช้เครื่องมือทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนา สร้างแพลตฟอร์มและโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค พร้อมขยายตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเครื่องดื่ม, ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงพร้อมทาน
 

 
 
 
ด้านนางเจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2563 นี้ เครื่องดื่มโออิชิ จะเดินหน้าขยายธุรกิจภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.การขยายฐานผู้บริโภค ด้วยการเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นอายุระหว่าง 13-24 ปี ผ่านแพลตฟอร์มเกมในแคมเปญ OISHI x ROV  2.ขยายฐานผู้บริโภคระดับบนด้วยสินค้าพรีเมียม โดยการพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพเข้ามาทำตลาด เพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ ล่าสุดได้มีการพัฒนาชาเขียวพร้อมดื่มระดับพรีเมียม โออิชิ โกลด์ เกียวคุโระ ที่มีจุดเด่นในด้านของรสชาดเข้ามาทำตลาด

สำหรับกลยุทธ์ที่ 3 ที่จะนำใช้ คือ การขยายตลาดส่งออกไปใน 33 ประเทศทั่วโลก เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดโลก โดยตลาดที่จะเข้าไปขยายฐานลูกค้าเป็นพิเศษ คือ กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา ด้วยการเข้าไปสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ปัจจุบันตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 12,369 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 2.2% มีแบรนด์ โออิชิ เป็น ผู้นำตลาดด้วยการครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่ประมาณ 45%

 
 
 
ในส่วนของฝั่งร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ ก็มีแผนที่จะพัฒนาสินค้า พัฒนาเมนูใหม่ และพัฒนาบริการใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นเช่นกัน นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นเครือ โออิชิ ให้ได้ประมาณ 26 สาขา ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเมนูใหม่ รวมไปถึงแคมเปญการตลาดที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภค

ขณะเดียวกันก็จะพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ จากเดิมมีการสั่งซื้อผ่านทางของตัวเอง คือ โทร. 1773 และโออิชิเดลิเวอรี่ดอทคอม (www.oishidelivery.com) แต่นับจากนี้ไปจะให้ความสำคัญกับการจับมือกับพันธมิตรมากขึ้น เพื่อเพิ่มบริการในรูปแบบออนดีมานด์บนแอพพลิเคชั่น อย่างเช่น แกร็บฟู้ด (GrabFood) ไลน์แมน (LINE MAN) และ ฟู้ดแพนด้า (foodpanda)

นอกจากนี้ยังจะให้ความสำคัญกับการ Re-engineering Brand’s Business Model หรือ ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ เพื่อให้ร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิมีความทันสมัยตามเทรนด์ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น นำเสนอรูปแบบโมเดลธุรกิจใหม่ ชาบูชิ บริการ 24 ชั่วโมง รับวิถีคนเมือง สังคมคนนอนดึก ที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นเป็นสาขาแรกที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ส่วนร้านน้องใหม่ที่จะเปิดตัวเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังในปีนี้ ประกอบด้วย ร้านโฮว ยู (HOU YUU) ร้านซากาเอะ (SAKAE) และร้านโอโยกิ (OYOKI) ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์จะเน้นจาะกลุ่มเป้าหมายระดับบน

ปิดท้ายกันที่ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปที่ปีนี้ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างหนัก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป น.ส.เมขลา เนติโพธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ในปีนี้จะมีด้วยกัน 3 ด้าน คือ 1. Brand Building & Communication สร้างตราสินค้า โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) ให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักมากขึ้น 2. Innovation พัฒนาและสร้างสรรค์สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและโดดเด่น 3. Channel & Market Expansion สร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายหลักอย่าง ร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต และกลุ่มฟู้ด เซอร์วิส
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 25 ม.ค. 2563 เวลา : 09:04:52
06-06-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 6, 2020, 10:04 pm