การตลาด
สกู๊ป ''เจเคเอ็น'' แตกธุรกิจ ''เพื่อสุขภาพ - ความงาม - สินค้าอุปโภคบริโภค'' เสริมรายได้โต


ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรแต่ธุรกิจของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN  ก็ยังมีรายได้เติบโตในทิศทางที่ดี  โดยเฉพาะการนำคอนเทนต์ออกไปจำหน่ายในตลาดอาเซียนกว่า 100 เรื่อง ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย กัมพูชา  ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย เกาหลี และไต้หวัน  เพื่อออกอากาศผ่านช่องทีวีดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือ OTT ส่งผลให้มีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศมากกว่า 30% ของยอดขายรวมทั้งหมด 

จากความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ทำให้ทิศทางการดำเนินธุรกิจนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ครึ่งปีหลังเป็นต้นมา JKN ยังคงเดินหน้ารุกขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 3 /2563 ที่ผ่านมา  JKN สามารถจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์อินเดียและฟิลิปปินส์ ให้แก่ มาเลเซีย และกลุ่มประเทศ CLMV เพิ่มขึ้นได้เป็นที่น่าพอใจ  เช่นเดียวกับการจำหน่ายคอนเทนต์ซีรีส์ละครไทยจากช่อง 3  ที่ขณะนี้กำลังทยอยส่งมอบคอนเทนต์ให้แก่ TV5 ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดรายการฟรีทีวีช่องหลักของประเทศฟิลิปปินส์ 
 
 
และเพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งเจ้าตลาดคอนเทนต์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 นี้  JKN  มีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าใหม่เข้าไปในกลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกา บรูไน ไต้หวัน ศรีลังกา บังคลาเทศ แอฟริกาใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และภูฏาณ ซึ่งจากแzนการดำเนิน'านดังกล่าว JKN  มั่นใจว่าสิ้นปี 2563 นี้ จะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15% โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากต่างประเทศ 
 
การเติบโตของรายได้ในตลาดต่างประเทศที่เกิดขึ้นดังกล่าว ถือว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ JKN ที่ต้องการมีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศเพิ่มเป็น 50% ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า และผลักดันให้ JKN ก้าวสู่การเป็นบริษัท Global Company ที่สร้างสรรค์ประสบการณ์จากคอนเทนต์ที่หลากหลายระดับโลกเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
 
อย่างไรก็ดี  เพื่อให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น JKN ก็มีแผนที่จะหาธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาเสริมพอร์ตรายได้  โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ต.ค.2563 ที่ผ่านมา  ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีการอนุมัติแผนงานการรุกขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจของ JKN   ไปสู่การทำธุรกิจผลิต ธุรกิจจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ธุรกิจความงาม  ธุรกิจสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค และธุรกิจด้านการจำหน่ายเครื่องดื่ม โดยใช้เงินลงทุนไม่เกิน 49 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล ลิฟวิ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด คิดเป็นจำนวน 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเข้าไปดำเนินธุรกิจดังกล่าว   
 
 
 
นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล  กล่าวว่า บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล ลิฟวิ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด ถือเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนหรือถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจการผลิต จัดจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ความงาม และสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค จำนวน 5 บริษัท ประกอบด้วย 1. บริษัท เจเคเอ็น เฮลท์ แอนด์ บิวตี้ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องหอม เครื่องสำอาง และสินค้าเพื่อสุขภาพ แบรนด์ C-TRIA by Anne JKN / Olig Fiber by Anne Jakrajutatip / V-Allin by Anne Jakrajutatip 2. บริษัท เจเคเอ็น คอนซูเมอร์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ประกอบกิจการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้แบรนด์ Hair Now 
 
3. บริษัท เจเคเอ็น หมี่วอย จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจซื้อ ขาย จำหน่าย อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ หมี่วอย 4. บริษัท เจเคเอ็น ทูฟิต ฟู๊ด จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งอาหารสำเร็จรูปข้าวเกรียบปลาทู ภายใต้แบรนด์ ทูฟิต และ 5. บริษัท เจเคเอ็น จีเนียส แฟมมิลี่ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจผลิตหรือจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Fish Cap โดย JKN คาดว่าการเข้าทำธุรกรรมซื้อหุ้นทั้งหมดของ  เจเคเอ็น โกลบอล ลิฟวิ่ง เน็ทเวิร์ค คาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จไม่เกินครึ่งปีแรกของปี 2564 
 
 
 
นอกจากนี้  ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบดำเนินการให้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ ภายใต้ชื่อ บริษัท เจเคเอ็น เอ็มเอ็นบี จำกัด ผู้ผลิตและการจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 34 ล้านบาท โดย JKN จะเข้าไปถือหุ้นร้อยละ 51 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดในบริษัทดังกล่าว ซึ่งจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 27 ล้านบาท คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้หรือต้นปี 2564 
 
นายจักรพงษ์ กล่าวต่อว่า  การเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้น เจเคเอ็น โกลบอล ลิฟวิ่ง เน็ทเวิร์ค และจัดตั้งบริษัทเจเคเอ็น เอ็มอ็นบี จำกัด ทำให้บริษัทสามารถรุกขยายธุรกิจครอบคลุมไปยังกลุ่มตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงและสอดรับกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพและจับจ่ายซื้อสินค้าที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งในเชิงสุขภาพและความสวยความงามมากขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดผลดีต่อบริษัทในการผลักดันการเติบโตให้แก่องค์กรได้อย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นของ JKN ทุกคน หลังจากที่เราได้นำ JKN เข้าไปจดทะเบียนซื้อขายในกระดาน SET ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
 
 
 
พร้อมกันนี้  ที่ประชุมคณะกรรมการของ JKN  ยังมีมติอนุมัติการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทย่อยของ JKN พร้อมเปลี่ยนแปลงลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท เจเคเอ็น แชนแนล จำกัด ที่ประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมประเภทเอ็นเตอร์เทนเมนท์ช่องรายการ JKN Dramax ซึ่งได้ยุติการออกอากาศตั้งแต่กลางเดือนต.ค.ที่ผ่านมา และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เจเคเอ็น ไลฟ์ จำกัด ผู้ให้บริการผลิตรายการ การให้เช่าสตูดิโอ การให้เช่าคอสตูม (เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ) การให้บริการจัดการงานอีเว้นท์ต่างๆ และการบริหารจัดการศิลปิน       
 
ขณะเดียวกัน  ก็มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท เจเคเอ็น นิวส์ จำกัด จากเดิมเป็นผู้ผลิตรายการข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ภายใต้ชื่อ JKN CNBC ซึ่งออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล และสื่อออนไลน์ เปลี่ยนเป็น ผู้ผลิตรายการข่าว ภายใต้ชื่อ สำนักข่าวเศรษฐกิจ JKN CNBC และสำนักข่าว JKN News ธุรกิจสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ประเภทเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เพื่อออกช่องรายการ JKN TV ทาง PSI 86 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมาและการให้บริการเวลาโฆษณา  การปรับโครงสร้างใหญ่ครั้งนี้จะช่วยให้ JKN มีรายได้โตแค่ไหนนั้นปีหน้ารู้กัน
 

LastUpdate 31/10/2563 11:30:16 โดย : Admin
28-02-2021
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 28, 2021, 10:32 pm