การตลาด
''อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์'' ปักธงแฟรนไชส์อินโดนีเซีย ผนึก ''MAP Group'' ค้าปลีกยักษ์ใหญ่เสริมทัพ เปิดค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ครบวงจร


บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ หรือ ILM เดินหน้าสร้างการเติบโตตลาดต่างประเทศ ประกาศความร่วมมือกับ PT Mitra Adiperkasa “MAP Group” (แม๊ป กรุ๊ป) กลุ่มทุนบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในอินโดนีเซียด้วยสิทธิ์แฟรนไชส์   ปูพรมเปิดให้บริการห้างสรรพสินค้า SOGO ใจกลางเมืองจาการ์ตา 2 สาขาอย่างเป็นทางการในไตรมาส 4 ปีนี้ ขานรับดีมานด์เฟอร์นิเจอร์ ของใช้และของตกแต่งบ้านพุ่ง แม้เกิดการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 หนุนกระแสการแต่งบ้านเติบโต วางเป้าหมายผลักดันยอดขายตลาดต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง   


นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นขยายธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้โมเดลการให้สิทธิ์แฟรนไชส์ให้กับพันธมิตรท้องถิ่นในแต่ละประเทศที่มีศักยภาพเพื่อสร้างการเติบโต ล่าสุด บริษัทฯ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญโดยให้สิทธิ์แฟรนไชส์กับ PT Mitra Adiperkasa “MAP Group” (แม๊ป กรุ๊ป) กลุ่มทุนบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในอินโดนีเซีย ที่มีธุรกิจค้าปลีกและร้านค้าชั้นนำในด้านแฟชั่น กีฬา เสื้อผ้าเด็ก อาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 2,300 แห่ง ใน 81 เมืองใหญ่ อาทิ  ห้างสรรพสินค้า SOGO, SEIBU, LAFAYETTE GALLERIES และแหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น Fashion Active (Sports, Golf & Leisure) เป็นต้น  
 


ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าว นับเป็นก้าวสำคัญของ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ในการนำเฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่มีคุณภาพขยายสู่ตลาดอาเซียน โดยวางเป้าหมายให้ ‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ เป็นผู้นำ “Home Stylish and Lifestyle Destination” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ และของแต่งบ้านในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง จากฐานจำนวนประชากรเป็นอันดับ 4 ของโลกอยู่ที่ 263 ล้านคน และมีประชากรชนชั้นกลางยังขยายตัวสูงที่เพิ่มขึ้น 53.6 % ของประชากรทั้งประเทศ หรือราว 141 ล้านคน และแม้ต้องเผชิญการแพร่ระบาด Covid-19 แต่ด้วยวิถีชีวิตที่ต้องกักตัวและทำงานที่บ้าน (WFH) ส่งผลให้ตลาดเฟอร์นิเจอร์มีกระแสตอบรับที่ดี โดยคาดว่าการเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศ ภายใต้สิทธิ์แฟรนไชส์ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี 
 

ด้าน MAP Group ผู้ได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ ได้วางแผนเปิดธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ในปีนี้จำนวน 2 สาขาภายในห้างสรรพสินค้า SOGO ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของประเทศใจกลางเมืองจาการ์ตา ซึ่งมีกลุ่มผู้อาศัยที่มีกำลังซื้อสูง คาดเปิดให้บริการสาขาแรกที่ SOGO Plaza Senayan (พลาซ่า เสนายัน มอลล์) บนพื้นที่ขาย 1,523.95 ตร.ม. เปิดให้บริการเดือนต.ค. นี้ และสาขาที่ 2 SOGO Kota Kasablanka (โกตา คาซาบลังกา) บนพื้นที่ขาย 1,364.95 ตร.ม. เปิดให้บริการเดือนพ.ย. นี้ โดยมุ่งนำเสนอสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในสัดส่วน 70% และอีก 30% เป็นของใช้ ของตกแต่งบ้าน โดยเปิดให้บริการภายใต้การนำเสนอจุดแข็ง ‘6 Reasons to love ILM’ ด้วยการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ไลฟ์สไตล์ที่ดีที่สุด (The Best Furniture Lifestyle Store in JAKARTA) พร้อมกับการเป็นศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ และของแต่งบ้านครบวงจร ดีไซน์โดดเด่น และคัดสรรวัสดุที่ดีที่สุด 

นอกจากนี้ ตอกย้ำด้านความคุ้มค่าที่สุด (The Best Value) ด้วยดีไซน์ที่ดีที่สุด (The Best Design) หลากสไตล์ และคุณภาพที่ดีที่สุด (The Best Quality) ตลอดจนมุ่งให้บริการที่ดีที่สุด (The Best Impression) และข้อเสนอที่ดีที่สุด (The Best Offers) ซึ่งสะท้อนศักยภาพและขีดความสามารถของ ‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ ในแง่แบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มุ่งสู่การเป็น รีจินัลแบรนด์อย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งได้นำความแข็งแกร่งกลยุทธ์ Omni-channal ของ MAP Group เพิ่มช่องทางการช้อปที่หลากหลายให้แก่ลูกค้าในกรุงจาการ์ตา รวมไปถึงการขยายลูกค้าในพื้นที่รัศมี 1 กิโลเมตร อย่าง Gambir , Tanah Abang, Menteng  
 

คุณอาร์โนลดา รัตนวาติ สิดาร์ต้า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของห้างสรรพสินค้า SOGO ประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า PT Mitra Adiperkasa “MAP Group” มองว่า ตลาดเฟอร์นิเจอร์ในอินโดนีเซีย มีศักยภาพและการเติบโตสูง และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่ครบครัน จึงร่วมพันธมิตรธุรกิจ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านครบวงจร อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนานและมีฐานการผลิตจากโรงงานที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน รวมถึงมีสินค้าหลากหลายและดีไซน์ให้เลือกมากมาย สอดคล้องกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่ม Young Urbanism Families อายุ 30-60 ปี มีรายได้ 2,000  USD/เดือน ซึ่งมีพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยความร่วมมือครั้งนี้ช่วยตอกย้ำให้ SOGO Department store เป็นแหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ครบวงจรที่ดีที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย   

“ความร่วมมือกับอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ในครั้งนี้ ผลักดันให้พอร์ตโฟลิโอกลุ่มสินค้านำเข้าจากต่างประเทศของ “MAP Group” มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขณะที่สินค้าเฟอร์นิเจอร์นับว่าเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของผู้บริโภคอินโดนีเซีย ซึ่งอินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพมีมาตรฐานการผลิตระดับสากล จะเข้ามาช่วยเติมเต็มตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ทำให้เราได้รับความวางไว้ใจจากลูกค้าเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีฐานสมาชิก MAP Club มากกว่า 4.2 ล้านคน ล่าสุดห้างสรรพสินค้า SOGO เตรียมจัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่ ร่วมกับธนาคาร Bank Mandiri  มอบสิทธิพิเศษผ่อน 0% ระยะเวลา 3 เดือน และบัตรกำนัลช้อปปิ้ง SOGO พร้อมบริการจัดส่งฟรีสำหรับลูกค้าช้อปผ่าน SOGO Click & Shop เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น” อาร์โนลดา กล่าว   
 

นายเจอร์ราร์ด แมคเกิร์ก รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายบริหารสาขาและธุรกิจค้าปลีกต่างประเทศ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์  จำกัด (มหาชน) หรือ ILM กล่าวว่า อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ประสบความสำเร็จในการขยายสาขาในต่างประเทศ จากการให้สิทธิ์แฟรนไชส์ใน 8 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า เนปาล มัลดีฟส์ ปากีสถาน ล่าสุดที่อินโดนีเซีย ส่วนบรูไนวางแผนจะเปิดในช่วงปลายปีนี้ และวางเป้าหมายภายในปี 2565 จะเปิดครบ 10 ประเทศ ตอกย้ำถึงศักยภาพของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ที่มีความแข็งแกร่งได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรจากต่างประเทศเป็นอย่างดี  แม้ว่ายังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเพื่อผลิตสินค้า OEM ในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดในอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป บาห์เรนและเม็กซิโก  โดยบริษัทฯ ยังมุ่งมั่นขยายสาขาในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำระดับโลกในอนาคต ซึ่งสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของ ‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ คือการสร้างดีเอ็นเอเพื่อให้สินค้าเป็นแบรนด์ระดับโลกทั้งคุณภาพควบคู่ดีไซน์  

(หมายเหตุ :: สถานการณ์โควิดปัจจุบันเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในอินโดนีเซีย โดยผู้บริโภคหันมาช้อปสินค้าออนไลน์มากขึ้นจาก 75 ล้านคน เป็น 85 ล้านคน โดยคาดว่ายอดรวมการค้าสินค้าผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซในอีก6ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าสูงถึง 82,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเท่าตัวจากปี 2563 ที่มีมูลค่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ข้อมูลจาก : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย) 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ก.ย. 2564 เวลา : 15:40:03
21-10-2021
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 21, 2021, 4:23 pm