กองทุนรวม
บลจ.บีแคป โชว์ผลงานกองทุน BMSCITH ปันผล 30 ล้าน


บลจ.บางกอกแคปปิตอลโชว์ผลงานกองทุน BMSCITH ลงทุนหุ้นบนดัชนี MSCI ในไทย ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2562 อัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิรับเงินปันผล 26 ก.ค. และดีเดย์จ่ายเงิน 9 ส.ค.นี้ ปลื้มผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี ประมาณ 10.68%ต่อปี


นางเมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัดหรือ BCAP Asset เปิดเผยว่าบริษัทฯเตรียมจ่ายเงินปันผลปี 2562ของกองทุนเปิด BCAP MSCI THAILAND ETF (BMSCITH) จากผลกำไรสะสม ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อรายชื่อในสมุดทะเบียน ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 (ขึ้น XD วันที่ 24 กรกฎาคม 2562) และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 สิงหาคม 2562 นี้ รวมมูลค่าการจ่ายเงินปันผลทั้งสิ้นประมาณ 30 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุน BMSCITH นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนวันที่ 2 มิถุนายน 2559 - 28 มิถุนายน 2562 หรือย้อนหลัง 3 ปี กองทุนให้ผลตอบแทนประมาณ 10.68% ต่อปี โดยกองทุน BMSCITH ซึ่งเป็นกองทุนรวม ETF ที่นักลงทุนสามารถซื้อขายได้เหมือนหุ้นตัวหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่อยู่ในดัชนี MSCI Thailand ex Foreign Board ซึ่งเป็นดัชนีที่นักลงทุนต่างประเทศมักใช้อ้างอิงเมื่อจะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย

นอกจากนี้กองทุนมีค่าความผันผวนของส่วนต่างระหว่าง ผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนรวมและผลตอบแทนดัชนีอ้างอิง (Tracking Error) ย้อนหลัง 1 ปี อยู่ในระดับต่ำประมาณ 0.10% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับกองทุนคู่แข่ง ประกอบกับกองทุน BMSCITH มีสภาพคล่องในการซื้อขายค่อนข้างดี โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง ทำหน้าที่สร้างสภาพคล่อง (Market Maker)ให้กับกองทุน เมื่อเทียบกับกองทุนอีทีเอฟอื่นๆ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีสภาพคล่องในการซื้อขายมากนัก ประกอบกับกองทุนอีทีเอฟมีจุดเด่นอยู่ที่ค่าใช้จ่ายในการจัดการกองทุนต่ำ

"กองทุน BMSCITH สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้หลากหลายตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การออมเงินระยะยาวในหุ้นในประเทศสำหรับนักลงทุนทั่วไป จนถึงการใช้กระจาย ความเสี่ยงของหุ้นในพอร์ต รวมถึงเพื่อการเก็งกำไรทิศทางของตลาดในระยะสั้นของนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่แล้ว

โดยจุดเด่นของกองทุนนี้ที่แตกต่างจากกองทุนรวมทั่วไป คือความสะดวกของนักลงทุนที่สามารถซื้อขายได้จากทุกที่ ผ่าน Application Streaming ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือสามารถซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่ง ด้วยราคา realtime" นางเมธ์วดี กล่าว

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 12 ก.ค. 2562 เวลา : 11:47:57
12-12-2019
เบรกกิ้งนิวส์
1. ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่ม และทิศทางสงครามการค้ายังไม่ชัดเจน

2. ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาแต่ยังมีอากาศหนาวเย็น"กทม.และปริมณฑล"อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศา

3. ดาวโจนส์ปิดตลาด(11 ธ.ค.)บวก 29.58 จุด

4. ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ยังมีอากาศหนาวเย็น"กทม.และปริมณฑล"อุณหภูมิต่ำสุด17-18 องศา

5. ดาวโจนส์ปิดตลาด(10 ธ.ค.) ลบ 27.88 จุด

6. ดาวโจนส์ปิดตลาด(9 ธ.ค.)ลบ 105.46 จุด

7. ผู้ค้าปรับราคาน้ำมันทุกชนิด20-40สต./ลิตรมีผลพรุ่งนี้(10ธ.ค.)

8. หุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(9 ธ.ค.)ลดลง 6.03 จุด

9. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า(9ธ.ค.) ลดลง 3.91 จุด

10. ทองเปิดตลาดราคาลงบาทละ50รูปพรรณขายออก 21,500

11. ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม

12. หุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้า(9ธ.ค.) เพิ่มขึ้น 0.85 จุด

13. เงินบาทเปิดตลาด(9ธ.ค.)ที่ 30.35 บาท/ดอลล์

14. ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็นอุณหภูมิลดลง 1-2 องศา"กทม.และปริมณฑล"อุณหภูมิต่ำสุด 12-22 องศา

15. ดาวโจนส์ปิดตลาด(6 ธ.ค.)พุ่ง 337.27 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 12, 2019, 4:41 pm