กองทุนรวม
กองทุน DIF เคาะอัตราส่วนจัดสรรหน่วยลงทุน 9.40 หน่วยลงทุนเดิม ต่อ 1 หน่วยลงทุนใหม่


กองทุน DIF เคาะอัตราส่วนจัดสรรหน่วยลงทุนใหม่แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อในอัตรา 9.40 หน่วยลงทุนเดิม ต่อ 1 หน่วยลงทุนใหม่ เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XB วันที่ 2 ส.ค.นี้


กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล(“กองทุนฯ” หรือ “DIF”)เตรียมเข้าลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จากกลุ่มทรู มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 15,800 ล้านบาท หนุนขนาดสินทรัพย์กองทุนฯใหญ่ขึ้น พร้อมประกาศอัตราส่วนจัดสรรหน่วยลงทุนใหม่แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อ ในอัตรา 9.40 หน่วยลงทุนเดิม ต่อ 1 หน่วยลงทุนใหม่ เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XB ในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ และวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ (Record Date) ในวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ทั้งนี้ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่สามารถจองซื้อเกินกว่าสิทธิ โดยส่วนเกินสิทธิจะได้รับการจัดสรรตามสัดส่วนการถือหน่วย หากมีหน่วยลงทุนที่เหลือจากการจองซื้อตามสิทธิ

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล หรือ Digital Telecommunications Infrastructure Fund (DIF) เปิดเผยว่ากองทุน DIFเตรียมเข้าลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จากกลุ่มทรู มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 15,800 ล้านบาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนของกองทุนฯ รวมไม่เกิน 10,500 ล้านบาท หลังได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ทรัพย์สินใหม่ที่จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จากกลุ่มทรู ประกอบด้วย

1. กรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคมสำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 788 เสา ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี

2. กรรมสิทธิ์ในใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable หรือ FOC) สำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ระยะทางประมาณ 1,795 กิโลเมตร (หรือประมาณ 107,694 คอร์กิโลเมตร) และ

3. กรรมสิทธิ์ใน FOC ซึ่งปัจจุบันใช้รองรับเทคโนโลยีระบบ FTTx สำหรับให้บริการอินเทอร์เน็ตและบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดรวมระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร (หรือประมาณ 40,823 คอร์กิโลเมตร) และประมาณ 3,414 กิโลเมตร (หรือประมาณ 147,209 คอร์กิโลเมตร) ตามลำดับ

โดยแหล่งเงินทุนที่ใช้สำหรับการเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้จะมาจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนกองทุน DIF โดยจะออกและเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ จำนวนไม่เกิน 1,050 ล้านหน่วย แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน

ขณะที่ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน DIF ย้อนหลัง 3 ปี (ปี 2559 – 2561) สามารถจ่ายเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยลงทุนแก่ผู้ถือหน่วยอย่างสม่ำเสมอ รวมต่อปีในอัตรา 0.956, 0.975 และ 1.016 บาทต่อหน่วยตามลำดับ โดยภายหลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 กองทุน DIF จะสามารถจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่ลงทุนเพิ่มเติมได้ทันที

 
 
 
นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ในการเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ครั้งนี้ กองทุน DIF กำหนดอัตราส่วนใช้สิทธิ์จองซื้อแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิ์จองซื้อในอัตราส่วน 9.40 หน่วยลงทุนเดิม ต่อ 1 หน่วยลงทุนใหม่

โดยกองทุน DIF เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XB ในวันที่ 2 สิงหาคม 2562 ซึ่งผู้ที่ต้องการได้รับสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ จะต้องซื้อหน่วยลงทุนเดิมก่อนวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XB ดังกล่าว และจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ (Record Date) ในวันที่ 5 สิงหาคม 2562

นางสาววีณากล่าวเพิ่มเติมว่าภายหลังการเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จะทำให้ประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยลงทุน (Cash Distribution Per Unit หรือ DPU) ไม่ต่ำไปกว่าประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรของกองทุน ในกรณีที่กองทุนฯ ไม่ได้เข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 4 โดยประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยลงทุนภายหลังการเข้าลงทุนดังกล่าว สำหรับช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2563 ซึ่งจัดเตรียมโดยบริษัทจัดการและตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต อยู่ที่ 1.044 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ภายหลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 จะทำให้กองทุน DIF มีโครงข่ายทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่ครอบคลุมและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น มีขนาดทรัพย์สินและมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความได้เปรียบทางกลยุทธ์และความสามารถของทรัพย์สินที่รองรับเทคโนโลยีในอนาคต ช่วยเพิ่มสภาพคล่องการซื้อขายหน่วยลงทุนและความน่าสนใจในการลงทุน รวมถึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมจะตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติมเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาวจากทรัพย์สินของกองทุนที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศไทย กระแสรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาเช่าระยะยาว รวมถึงฐานะทางการเงินของกองทุนที่แข็งแกร่งขึ้นภายหลังเข้าลงทุน โดยทรัพย์สินที่เข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ มีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำเนินกิจการโทรคมนาคมในธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต และให้บริการวงจรและโครงข่ายสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 ก.ค. 2562 เวลา : 12:01:00

19-08-2019
เบรกกิ้งนิวส์
1. ไทยออยล์วิเคราะห์ "ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้น"

2. บล.ทิสโก้ วิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นประจำวันนี้ (19 ส.ค.62)

3. ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้า บวก 4.68 จุด ดัชนี 1,636.08 จุด

4. MTS Gold แนะกลยุทธ์ลงทุนทองสัปดาห์นี้ "ปรับพอร์ตการลงทุนให้สมดุลกับการแกว่งตัวของตลาด"

5. ทองคำ เปิดตลาด ราคาลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 22,550 บาท

6. ทองนิวยอร์ก ร่วง 7.6 เหรียญ เหตุตลาดหุ้นสหรัฐพุ่ง นักลงทุนแห่ขายทองลงทุนหุ้น รับตัวเลขศก.ปรับตัวเพิ่มขึ้น

7. ค่าบาทเปิดตลาดทรงตัว 30.88 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันรอลุ้นตัวเลขจีดีพี Q2/62 ของไทย

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดต้นสัปดาห์ บวก 8.02 จุด ดัชนี 1,639.42 จุด

9. ไทยมีฝนตกต่อเนื่อง-กทม.ฝนร้อยละ 40

10. ดาวโจนส์ปิดตลาด(16 ส.ค.)พุ่ง 306.62 จุด

11. ทีเอ็มบี ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562

12. เงินบาทปิดตลาด(16ส.ค.)ที่ 30.90-30.91บาท/ดอลล์

13. หุ้นไทยปิดตลาด(16 ส.ค.)เพิ่มขึ้น 27.37 จุด

14. ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้า บวก 11.30 จุด ดัชนี 1,615.33 จุด

15. MTS Gold แนะกลยุทธ์ลงทุนทองในทิศทางขาขึ้น "เข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว และขายปิดทำกำไรตามแนวต้าน"

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555