กองทุนรวม
กอง ETF บลจ.บีแคป ทยอยปันผลต่อเนื่อง BSET100 ปันผล 20 ล้าน


ล่าสุดกองทุนจาก บลจ.บางกอกแคปปิตอล ปันผล 20 ล้านบาท โดยกองทุน BSET100 ที่ลงทุนในหุ้นตามดัชนี SET100 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2562 อัตรา 0.15 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิรับเงินปันผล วันที่ 28 ต.ค.และดีเดย์จ่ายเงิน 11 พ.ย.นี้ ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 6.64%


 
 
 
นางเมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด หรือ BCAP Asset เปิดเผยว่าบริษัทฯเตรียมจ่ายเงินปันผลปี 2562 อีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นของกองทุนเปิด BCAP SET 100 ETF (BSET100) จากผลกำไรสะสม ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2562 ในอัตรา 0.15 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อรายชื่อในสมุดทะเบียน ในวันที่ 28 ตุลาคม 2562 (ขึ้น XD วันที่ 24 ตุลาคม 2562) และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 นี้ รวมมูลค่าการจ่ายเงินปันผลทั้งสิ้นประมาณ 20 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุน BSET100  นับตั้งแต่ต้นปี 2562 กองทุนให้ผลตอบแทนประมาณ 6.64% ต่อปี (ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562) โดยกองทุน BSET100 เป็นกองทุนรวม ETFที่นักลงทุนสามารถซื้อขายได้เหมือนหุ้นตัวหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET100 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นหุ้นนำตลาด

นอกจากนั้น บลจ.บางกอกแคปปิตอล ยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก บล.บัวหลวงในการดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ทำให้กองทุน BSET100 มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ง่าย และกองทุนอีทีเอฟยังมีจุดเด่นอยู่ที่ค่าใช้จ่ายในการจัดการกองทุนต่ำ

"กองทุน BSET100 สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนได้หลากหลายตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การออมเงินระยะยาวในหุ้นในประเทศสำหรับนักลงทุนทั่วไป จนถึงการใช้กระจาย ความเสี่ยงของหุ้นในพอร์ต รวมถึงเพื่อการเก็งกำไรทิศทางของตลาดในระยะสั้นของนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่แล้ว

โดยจุดเด่นของกองทุน ETF ของ บลจ.บางกอกแคปปิตอล ที่แตกต่างจากกองทุนรวมทั่วไป คือ ความสะดวกของนักลงทุนที่สามารถซื้อขายได้จากทุกที่ ผ่าน Application Streaming ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือสามารถซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่ง ด้วยราคา realtime" นางเมธ์วดี กล่าว

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ต.ค. 2562 เวลา : 13:24:51
14-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิด (14 ม.ค.69) บวก 9.00 จุด ดัชนี 1,244.30 จุด

2. ประกาศ กปน.: 16 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล โรงงานผลิตน้ำสามเสน 2

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (14 ม.ค.69) บวก 9.62 จุด ดัชนี 1,244.92 จุด

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่ือคืน (13 ม.ค.69) ลดลง 15.60 ดอลลาร์ หลังพุ่งแรงรับ CPI ต่ำกว่าคาด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่ือคืน (13 ม.ค.69) ลดลง 15.60 ดอลลาร์ หลังพุ่งแรงรับ CPI ต่ำกว่าคาด

6. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทำจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มขาขึ้น ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 4,590-4,570 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,640-4,660 เหรียญ

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-31.65 บาท/ดอลลาร์

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (13 ม.ค.69) ลบ 398.21 จุด หุ้นการเงินร่วงฉุดตลาด เหตุทรัมป์จ่อกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ม.ค.69) บวก 4.35 จุด ดัชนี 1,239.65 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (14 ม.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.54 บาทต่อดอลลาร์

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 ม.ค. 69) พุ่งขึ้นแรง 650 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,650 บาท

12. พยากรณ์อากาศวันนี้ (14 ม.ค.69) ประเทศไทยอุณหภูมิสูงขึ้น 1 - 3 องศา แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวบริเวณประเทศไทยตอนบน "ยอดดอย - ยอกภู" 5 องศา

13. ตลาดหุ้นปิด (13 ม.ค.2569) ลบ 6.90 จุด ดัชนี 1,235.30 จุด

14. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (13 ม.ค.69) ลบ 5.63 จุด ดัชนี 1,236.57 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 4,550-4,530 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,630-4,650 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 14, 2026, 8:15 pm