เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ผลนิด้าโพลชี้ชัดร้านโชห่วย90% ไม่เห็นด้วยขึ้นภาษีบุหรี่เท่าตัว


สมาคมการค้ายาสูบไทยเผยผลสำรวจนิด้าโพล ร้านค้าปลีกขนาดเล็กร้อยละ 90 ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีบุหรี่รอบหน้า เหตุเศรษฐกิจกำลังแย่ ยอดขายลดลงทั้งบุหรี่และภาษียาเส้น ย้ำไม่เอาภาษีบุหรี่ร้อยละ 40 เดือนตุลาคมปีหน้า เตรียมนำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นต่อ รมช. กระทรวงการคลัง กรมสรรพสามิตและนายกรัฐมนตรี ชี้ขึ้นภาษีมากเกินไปกลับทำให้ของเถื่อนทะลัก การขึ้นภาษีแบบเป็นขั้นเป็นตอนน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า


 
นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่าในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมากระทรวงการคลังขึ้นภาษียาสูบและยาเส้นเป็นระลอก เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 ที่ปรับขึ้นภาษีบุหรี่ 2 ชั้น ทำให้ราคาบุหรี่ถูกที่สุดแพงขึ้นกว่า 50% จนปัญหาบุหรี่เถื่อนรุนแรงขึ้นและผู้สูบบุหรี่หันไปสูบยาเส้นที่มีราคาถูกกว่าแทนและเมื่อเดือนพฤษภาคมก็ได้มีการขึ้นภาษียาเส้นอีก จนทำให้ร้านค้าได้รับผลกระทบอย่างหนัก “สมาคมฯ ได้รับทราบปัญหาการค้าขายจากสมาชิกว่ายอดขายบุหรี่ (ที่ถูกกฎหมาย)และยาเส้นลดลง
 
 
 
 
ซึ่งผลสำรวจของนิด้าโพลก็ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์โดยทั่วไปกำลังแย่ โดยร้อยละ 68 บอกว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมากิจการโดยภาพรวมขายของได้น้อยลง ร้อยละ 73 บอกว่าขายยาเส้นได้น้อยลงตั้งแต่ขึ้นภาษียาเส้นเดือนพฤษภาคม 62 และร้อยละ 83 บอกว่าขายบุหรี่ได้น้อยลงตั้งแต่ขึ้นภาษีบุหรี่เดือนกันยายน 60 และร้านค้ากว่า ร้อยละ 90 ยืนยันเสียงเดียวกันว่า “ไม่เห็นด้วย” กับการขึ้นภาษีบุหรี่รอบหน้าจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 40 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 เพราะคาดว่าจะทำให้รายได้จากการขายของลดลงและประสบปัญหาเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอเพราะต้นทุนบุหรี่สูงขึ้น ซึ่งจะซ้ำเติมร้านค้าโชห่วยให้ค้าขายยากลำบากขึ้นไปอีก”

 
นอกจากนี้ผลสำรวจเรื่องผลกระทบร้านค้าปลีกจากนโยบายการขึ้นภาษียาสูบสุดโหดจัดทำโดยนิด้าโพล ซึ่งทำการสำรวจความเห็นของร้านค้าโชห่วยที่ขายยาสูบใน 7 จังหวัด (กรุงเทพฯ อุบลราชธานี อุดรธานี เชียงใหม่ เชียงราย นครศรีธรรมราช และสงขลา) จำนวนทั้งสิ้น 1,029 ร้าน เมื่อเดือนกันยายน 2562 ยังพบว่า ร้านค้าร้อยละ 95 คาดว่าจะถูกกระทบหากขึ้นภาษีบุหรี่ในปี 63 โดยแบ่งเป็น ร้อยละ 57 มองว่าผลกระทบหลักมาจากรายได้ที่จะลดลงจากการขายบุหรี่ ร้อยละ 29 มองว่าผลกระทบหลักจะเป็นเรื่องของเงินทุนที่อาจมีปัญหาเพราะต้นทุนบุหรี่แพงและร้อยละ 9 มองว่าผลกระทบหลักจะมาจากการที่ขายสินค้าอื่นลดลงตาม

นางวราภรณ์กล่าวเสริมว่าในฐานะตัวแทนของร้านค้าปลีกที่ขายยาสูบ สมาคมฯจะนำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นนี้ต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ กรมสรรพสามิตและท่านนายกรัฐมนตรีต่อไป เพื่อสะท้อนสถานการณ์ปากท้องของร้านค้าให้ท่านได้รับทราบและพิจารณาปรับแนวนโยบายเพื่อลดผลกระทบหรือบรรเทาปัญหาให้แก่ร้านค้าเหล่านี้

 
 
ด้านตัวแทนร้านโชห่วย กล่าวว่า“ยาสูบหรือยาเส้นขึ้นราคาผู้สูบบุหรี่ก็ยังไม่เลิกสูบอยู่ดีถ้ารัฐบาลจะขึ้นภาษีโดยให้กระทบพวกเราให้น้อยที่สุดก็น่าจะค่อยๆ ขึ้นเป็นช่วงๆไปจะดีกว่า พวกเราร้านค้าก็เข้าใจว่าราคาสินค้าต้องมีการปรับขึ้นกันบ้าง โดยเฉพาะสินค้าจำพวกบุหรี่หรือยาเส้น เพราะรัฐบาลก็อยากให้คนบริโภคน้อยลง แต่ก็อยากขอร้องว่าให้เห็นใจร้านค้าที่ทำมาหากินสุจริตบ้าง รัฐบาลขึ้นภาษีบุหรี่ครั้งละมากๆทุกครั้งไม่ได้เป็นผลดีกับใครเลย กลับทำให้ของเถื่อนทะลักอย่างที่เห็นกัน รัฐน่าจะเปลี่ยนมุมมองจะขึ้นภาษีก็ลองมองวิธีการใหม่ๆบ้าง ให้พวกเรายังอยู่กันได้ รัฐเองก็จะได้ไม่เสียรายได้ภาษีด้วย การขึ้นภาษีแบบเป็นขั้นเป็นตอนทีละน้อย น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า”

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 31 ต.ค. 2562 เวลา : 22:35:21
12-11-2019
เบรกกิ้งนิวส์
1. เงินบาทปิดตลาด(12พ.ย.)ที่ 30.34 บาท/ดอลล์

2. ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(12พ.ย.) เพิ่มขึ้น 4.08 จุด

3. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า(12พ.ย.) เพิ่มขึ้น 4.92 จุด

4. ไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น"ใต้"ฝนตกต่อเนื่อง

5. ทองเปิดตลาดปรับลงบาทละ150 รูปพรรณขายออก 21,450

6. เงินบาทเปิดตลาด(12พ.ย.)ที่ 30.35-30.37 บาท/ดอลล์

7. หุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้า(12พ.ย.) เพิ่มขึ้น 3.30 จุด

8. เงินบาทปิดตลาด(11พ.ย.)ที่ 30.34 บาท/ดอลล์

9. ผู้ค้าขึ้นเบนซิน30-50 สต./ลิตร ส่วนดีเซลลด30สต./ลิตร มีผลพรุ่งนี้(12พ.ย.)

10. หุ้นไทยปิดตลาด(11พ.ย.) ลดลง 15.73 จุด

11. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า(11 พ.ย.) ลดลง 11.71 จุด

12. หุ้นไทยเปิดตลาด (11 พ.ย.) ลดลง 5.08 จุด

13. ทองคงที่รูปพรรณขายออกที่ 21,600 บาท

14. MTS Gold แนะกลยุทธ์วันนี้ เก็งกำไรกรอบระหว่าง 1,448-1,475 เหรียญ

15. บล.กรุงศรี คาดแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้แกว่งตัวในกรอบ 1,630 - 1,645 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 12, 2019, 9:49 pm