กองทุนรวม
บลจ.บางกอกแคปปิตอลเปิดตัวกองทุน"BCAP-GPROP"ขาย 23-27 มี.ค. 63 นี้


"บลจ.บางกอกแคปปิตอล" เปิดตัวกองทุนเปิดบีแคป โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซ์ (BCAP-GPROP) ลงทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก เปิดขายครั้งแรกระหว่าง 23-27 มี.ค. 63 นี้ โอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้สม่ำเสมอในโอกาสที่สินทรัพย์ปรับตัวลงให้เข้าลงทุนในระดับต้นทุนที่ดี

 


 
 
นางเมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด หรือ BCAP เปิดเผยว่า บริษัทได้ เปิดตัวกองทุนเปิดบีแคป โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซ์ (BCAP-GPROP) เพื่อเป็นทางเลือกกระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ในจังหวะที่ดีในการลงทุนระยะยาวที่จะสร้างรายได้สม่ำเสมอจากรายได้ที่เกิดจากสินทรัพย์ที่ไปลงทุน เช่น ค่าเช่า ท่ามกลางสภาวะการลงทุนที่ผันผวนอย่างรุนแรงและมีการปรับตัวลงของราคาสินทรัพย์อย่างมีนัยในปีนี้ โดยเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 23-27 มีนาคม 2563 จองซื้อขั้นต่ำเพียง 500 บาท

กองทุน BCAP-GPROP มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและหรือหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก

นางเมธ์วดี กล่าวว่าหลายปีที่ผ่านมากองทุนอสังหาริมทรัพย์นับว่าเป็นการลงทุนที่ดี มีปันผลออกมาค่อนข้างสม่ำเสมอ และในช่วงเวลานี้จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่ต้นปี กอง REITs ต่าง ๆปรับตัวลงมามากกว่า 20% จากปัจจัยระยะสั้น จึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะลงทุน ทาง BCAP Asset จึงนำเสนอกอง BCAP-GPROP โดยกองจะลงทุนในอสังหาและโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ต่างกับกองประเภทนี้ในตลาดทั่วไปที่ส่วนมากสินทรัพย์ที่ลงทุนจะกระจุกตัวอยู่ในไทยและสิงคโปร์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมูลค่าของทรัพย์สิน REITs ในไทยกับสิงคโปร์ทั้งหมดรวมกันมีขนาดเพียง 5% ของทั้งโลก และยังกระจุกตัวของการลงทุนอยู่แค่ในภูมิภาคซึ่งหากเกิดปัญหาขึ้นมาจะส่งผลกระทบต่อพอร์ตค่อนข้างสูง

ซึ่งทางทีมบริหารการลงทุนเราตั้งใจที่จะให้มี exposure ของอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก เป็นทั้งการเพิ่มโอกาสและกระจายความเสี่ยงไปพร้อมกัน

ขณะเดียวกันเรามีมุมมองว่าแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอีกจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้หลักมาจากค่าเช่าซึ่งเป็นสัญญาระยะยาว จะมีรายได้ค่อนข้างแน่นอน และผลกระทบจาก
ไวรัส COVID-19 เป็นเพียงปัจจัยที่ส่งผลระยะสั้น ในระยะยาวเมื่อสถานการณ์กลับมาปกติกลุ่มนี้น่าจะมีการปรับตัวตามขึ้นมา

ความพิเศษอีกอย่างคือความยืดหยุ่นในการปรับสัดส่วนการลงทุน เรามีผู้จัดการกองทุนติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด และสร้างรายได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ได้มากกว่า 10,000 สินทรัพย์ ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลกและกองนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหน่วยลงทุน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 มี.ค. 2563 เวลา : 15:12:58
08-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 2.41 จุด ดัชนี 1,584.63 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 6.18 จุด ดัชนี 1,588.40 จุด

3. อุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมากทุกภาคทั่วไทย "กรุงเทพปริมณฑล" ระวัง 10-11 ต.ค. ฝนถล่มอีกครั้ง

4. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังเมื่อวานมีแรงซื้อกลับจากจุดต่ำสุดบริเวณ 4,103 เหรียญ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 4,184 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ต.ค.69) ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 70% คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร / กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% /ภาคอีสาน 20%

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (7 ต.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 66,900 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) ลบ 4.28 จุด ดัชนี 1,577.94 จุด

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ต.ค.69) บวก 253.38 จุด ขานรับบอนด์ยีลด์ร่วง-น้ำมันย่อตัว

10. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ต.ค.69) บวก 30.30 เหรียญ ขานรับดอลลาร์อ่อนค่า-บอนด์ยีลด์ร่วง

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 5.77 จุด ดัชนี 1,582.22 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ต.ค.69) บวก 10.03 จุด ดัชนี 1,586.48 จุด

14. อุตุฯ ประกาศเตือน 9 -13 ต.ค. "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในโซนล่างบริเวณ 4,140 - 4,160 เหรียญ ท่ามกลางแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าบริเวณ 102 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 8, 2026, 3:31 am