กองทุนรวม
เปิดมุมมองใหม่วางแผนลงทุน สร้างโอกาสเพิ่มผลตอบแทนรับเศรษฐกิจฟื้น ด้วย ''ทีทีบี สมาร์ท พอร์ต'' ลงทุนง่าย สบายใจ บริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก


การลงทุนเป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง ซึ่งหากเราต้องการโอกาสเพิ่มผลตอบแทน เราควรต้องมีการวางแผนที่ดี โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวไม่เท่ากันและตลาดยังมีความผันผวน ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์การลงทุนง่าย สบายใจ และมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดี ทีเอ็มบีธนชาต และบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน อมุนดิ ประเทศไทย (Amundi Thailand) ร่วมด้วย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด (Thanachart Fund Eastspring) จึงได้จัดงานสัมมนาเสมือนจริง “Driving Growth For Your Smart Future” เพื่อแนะนำความรู้ เปิดมุมมองการลงทุนโดยผู้เชี่ยวชาญ และแนะนำกลยุทธ์การลงทุนด้วยโซลูชัน ทีทีบี สมาร์ท พอร์ต (ttb smart port) ที่ช่วยบริหารและจัดการลงทุน เพื่อให้ผลตอบแทนที่ดีและสามารถบรรลุเป้าหมายการลงทุนตามต้องการภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้และในอนาคต”


 

นายบดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน จาก TMBAM Eastspring ฉายภาพการลงทุน พร้อมแนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตในหัวข้อ “Smart Port, Smart Rebalancing ปรับพอร์ต เปลี่ยนอนาคต” ว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค ทำให้ตลาดปรับคาดการณ์การเติบโตแต่ละภูมิภาคแตกต่างกันไป โดยสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศในยุโรป เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าภูมิภาคเอเชียและตลาดเกิดใหม่ โดยดูได้การที่ตลาดหุ้นในหลายภูมิภาคหรือหุ้นหลายกลุ่มสร้างผลตอบแทนที่ดี ตั้งแต่ต้นปีและมีความน่าสนใจมาก สอดคล้องกับทิศทางการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหุ้นยังเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดี นำโดยหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป และตลาดโลก แต่ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ก็ยังมีโอกาสเกิดความผันผวนได้

สำหรับปัจจัยบวกที่เอื้อต่อการลงทุน ได้แก่ 1. เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมาเปิดตามปกติ นำโดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างสหรัฐฯ และยุโรป ขณะที่เอเชียเริ่มกระจายวัคซีนได้ดีขึ้น 2. การสนับสนุนนโยบายการคลังอย่างต่อเนื่องของประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมการลงทุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ดียิ่งขึ้น 3. การปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน หลังจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มเปิด โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ และยุโรปที่มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าตลาดฝั่งเอเชียและตลาดเกิดใหม่

นายบดินทร์กล่าวสรุปว่า หุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุน เน้นไปที่หุ้นสหรัฐฯ และยุโรป ส่วนตลาดเกิดใหม่และภูมิภาคเอเชียน่าจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แนะนำให้แบ่งพอร์ตเป็นหุ้นโลก 35% ให้น้ำหนักตลาดสหรัฐฯและยุโรปรวมทั้ง Thematic อีก 20% โดยสามารถปรับเพิ่มสัดส่วนในตลาดที่สนใจได้ หากชอบหุ้นสหรัฐฯ หรือยุโรปก็เพิ่มการลงทุนได้ ขณะที่ 15% ลงทุนในตลาดเอเชีย จีน และตลาดเกิดใหม่ ทยอยลงทุนได้ในปลายเดือนกันยายนนี้ ส่วนอีก 10% เลือกลงทุนในกองรีท (REIT) และอัลเทอร์เนทีฟ อินเวสเมนท์ ขณะเดียวกันก็ยังมีการกระจายความเสี่ยงไปยังตราสารหนี้โลกประเภท Credit ที่คาดว่าน่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกอีก 20%

ทั้งนี้ เทคนิคการลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนที่ดีให้ยึด 3 หลักสำคัญ คือ 1. Stock Selection เลือกหุ้นคุณภาพดี คือมีความผันผวนต่ำ คุณภาพสูง ปัจจัยพื้นฐานเหมาะสม ราคาไม่แพง สอดคล้องกับช่วงวัฏจักรเศรษฐกิจ ซึ่งต้องมีเวลาศึกษา 2. Market Timing จังหวะเข้าซื้อได้ราคาดี ซื้อถูก ขายแพง แต่พบว่าส่วนใหญ่จะทำได้ครั้งแรก เนื่องจากตลาดมักเล่นกับอารมณ์ของคน ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดในครั้งต่อไป และ 3. Asset Allocation คือ การกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ เพราะแต่ละช่วงเวลาสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนไม่เท่ากัน โดยจากการวิจัยพบว่า Asset Allocation เป็นวิธีลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในระยะยาว

ขณะที่ นางกิดาการ ชัฎสุวรรณ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์กองทุนรวม ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) กล่าวว่า “ttb smart port เป็นโซลูชันการลงทุนที่พัฒนาขึ้นด้วยการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโดยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ โดย ทีเอ็มบีธนชาต และ บลจ.ธนชาต (Thanachart Fund Eastspring) เชี่ยวชาญในเรื่องการจัดการสินทรัพย์ลงทุนในไทยและเอเชีย ส่วนอมุนดิมีความเชี่ยวชาญเรื่องการลงทุนทั่วโลก”

“ttb smart port โซลูชันการลงทุนนี้ถูกพัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ลงทุนง่าย สบายใจ ใคร...ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนดี” เราต้องการให้ลูกค้าได้ประโยชน์มากที่สุด คือ ทำให้ง่าย ลงทุนได้ตั้งแต่หนึ่งบาท สามารถเปิดบัญชีลงทุน ซื้อกองทุนผ่านแอปพลิเคชัน ttb touch และที่สำคัญเรายังเลือกผู้เชี่ยวชาญมาดูแลบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม ทำให้นักลงทุนสามารถสบายใจได้ นอกจากนี้ ยังประหยัดเรื่องค่าใช้จ่ายไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า แม้จะลงทุนในต่างประเทศก็เป็นการลงทุนตรงในมาสเตอร์ฟันด์ ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าลงทุนแล้วง่าย สบายใจ มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดี บรรลุเป้าหมายได้ในอนาคต”

นายประพัทธ์พงศ์ วีระมน กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน อมุนดิ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า กลยุทธ์สำคัญที่สุดในการบริหาร ttb smart port คือ 1. Asset Allocation จัดสัดส่วนลงทุนอย่างเหมาะสม ให้เป็นไปตามความเสี่ยงและเป้าหมายของลูกค้าทุกคน 2. Fund selection การคัดสรรกองทุนผ่านกระบวนการเฉพาะของอมุนดิ ที่คัดเลือกกองทุนผลงานโดดเด่นจากทั่วโลก 3. Rebound balancing portfolio ด้วยทีมงานมืออาชีพ มีการติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด และลูกค้าเลือกลงทุนผ่าน 5 พอร์ตได้ง่าย ๆ ตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม ทั้งยังบริหารแบบเชิงรุกพร้อมรับกับทุกสภาวะตลาด สร้างโอกาสเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนที่มากขึ้น เนื่องจากอมุนดิเป็นผู้จัดการกองทุนระดับโลกสามารถเชื่อมตลาดการเงินและผู้จัดการกองทุนชั้นนำจากทั่วโลก เพื่อคัดเลือกกองทุนที่ดีสุดให้แก่ลูกค้า

ด้านนางสาวเบญจรงค์ เตชะมวลไววิทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาและวางแผนกลยุทธ์ TMBAM Eastspring กล่าวว่า ลูกค้าสามารถเลือกลงทุนผ่าน 5 พอร์ต ได้ง่าย ๆ ตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม ได้แก่ 1. ttb smart port 1 preserver ลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 80% 2. ttb smart port 2 nurturer ลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 40% 3. ttb smart port 3 balancer ลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 80% 4. ttb smart port 4 explorer ลงทุนในตราสารทุน 0-100% และ 5. ttb smart port 5 go-getter ลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่า 80% ซึ่งการลงทุนในต่างประเทศยังน่าสนใจมาก โดย ttb smart port มีจุดเด่นเหมาะกับนักลงทุนที่ลงทุนแบบไม่จำกัดค่าย ไม่จำกัด บลจ. ปัจจุบันมีกองทุนหลายกองมากกว่า 30,000 กองทุน

นอกจากนี้ กองทุน ttb smart port ได้จัดโปรโมชันพิเศษในช่วงวันที่ 1 กันยายน - 31 ธันวาคม 2564 เพื่อส่งเสริมสร้างวินัยทางการออมและลงทุนให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น ทั้งวันนี้และในอนาคตต่อไป โดยลูกค้าที่ลงทุน ttb smart port อย่างสม่ำเสมอทุกเดือน (DCA : Dollar Cost Average) เป็นเวลา 12 เดือน ขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อเดือน ในพอร์ตชุดเดียวกันจะได้รับหน่วยลงทุนพิเศษที่ลูกค้าลงทุนอยู่ใน ttb smart port เสมือนโบนัสเข้าพอร์ตการลงทุนเพิ่มอีก 0.2% อีกด้วย

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ก.ย. 2564 เวลา : 13:40:43
18-10-2021
เบรกกิ้งนิวส์
1. ค่าเงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 33.46/48 บาท/ดอลลาร์

2. ราคาทองคำเช้านี้ (16 ต.ค.) ปรับลง 100 ทองรูปพรรณ ขายออก 28,550 บาท

3. ดาวโจนส์ตปิดตลาดเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) ปิดที่ 35,294.76 จุด เพิ่มขึ้น 382.20 จุด หรือ +1.09%

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ต.ค.) กทม. มีฝน 80% อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

5. ค่าเงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 33.30 บาท/ดอลลาร์

6. ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,638.34 จุด ลดลง -2.63 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 84,751.65 ล้านบาท.

7. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า (15 ต.ค.) +0.65 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,642 จุด มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 46,917 ล้านบาท

8. ทิสโก้ สรุปภาวะตลาดวันก่อน : SET -2.67 จุด ขายทำกำไร รอติดตามงบแบงก์ทยอยออก

9. ราคาทองคำเช้านี้ (15 ต.ค.) คงที่ ทองรูปพรรณ ขายออก 28,750 บาท

10. หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ (15 ต.ค.) +6.38 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,647 จุด มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 3,352 ล้านบาท

11. MTS วิเคราะห์ราคาทองคำ (ภาคเช้า) ราคาทองคำยังคงทรงตัวหลังปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 1,790 เหรียญขึ้นมา

12. ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน ประจำวันที่ 15 ต.ค. ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (15 ต.ค.) กทม. มีฝน 60% อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

14. ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้า (15 ต.ค.) ที่ 33.16 บาท/ดอลลาร์

15. ดาวโจนส์ ปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (14 ต.ค.)ที่ระดับ 34,912.56 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 18, 2021, 8:15 pm