ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บลจ.กสิกรไทยออก 4กองทุนตราสารหนี้เปิดขาย3-9ก.ค.นี้ ผลตอบแทน 3.25%


บลจ.กสิกรไทย เชื่อผลประชุม EU Summit ส่งผลดีแค่ระยะสั้นแนะผู้ลงทุนล็อกผลตอบแทนกับกองทุนตราสารหนี้ 4 กองทุนใหม่ตอบโจทย์ครบทั้ง “ไทย-เทศ-สั้น-ยาว” เปิดขายครั้งเดียว 3-9 กรกฎาคมนี้อวดผลตอบแทนปลอดภาษีสูงสุด 3.25% ต่อปี

นางสาวยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า จากการตอบรับกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการที่บริษัทเปิดขายอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ยังคงสะท้อนชัดถึงความต้องการทางเลือกในการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และให้โอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจการลงทุนที่ยังคงมีความผันผวนสูง บลจ.กสิกรไทย จึงเตรียมเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการต่อเนื่องอีก 4 กองทุนในสัปดาห์นี้ ทั้งกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ อายุ 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี ได้แก่ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน บีดี (KFI3MBD) กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน วี (KFF6MV) และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี เอไอ (KFF1YAI) พร้อมด้วยกองทุนตราสารหนี้ไทย คือ กองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น ตราสารหนี้ไทย 3 เดือน เออาร์ (KPPTF3MAR) โอกาสรับผลตอบแทนประมาณ 2.70% - 3.25% ต่อปี

“แม้ว่าผลการประชุม EU Summit เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจะมีความคืบหน้าในมาตรการแก้ไขปัญหามากขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และถือเป็นข่าวดีต่อตลาดหุ้น รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ เช่นน้ำมัน และทองคำที่ปรับตัวขึ้น แต่ บลจ.กสิกรไทย ยังเห็นว่านโยบายดังกล่าวน่าจะส่งผลดีในช่วงสั้นๆเท่านั้น เนื่องจากยังต้องรอดูผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว ในขณะที่การลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศเริ่มเป็นโจทย์ที่ยากขึ้น เนื่องจากเงินลงทุนจากทุกแหล่งต่างมุ่งไปหาผู้ออกตราสารที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดและให้โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีที่สุด ซึ่งความต้องการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นนี้เอง ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากตราสารหนี้ในต่างประเทศที่ยังคงมีคุณภาพเริ่มปรับตัวลง และแนวโน้มเช่นนี้อาจเกิดขึ้นไปจนกว่าปัญหาหนี้ยุโรปจะคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม แม้ว่า บลจ.กสิกรไทยจะเปิดขายกองทุนตราสารหนี้แบบกำหนดอายุโครงการพร้อมกันถึง 4 กองทุน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนที่มีการจัดสรรเงินลงทุนในระยะเวลาต่างๆกัน แต่จากแนวโน้มผลตอบแทนในอนาคตที่เริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ประกอบกับความผันผวนในตลาดที่จะยังคงมีเพิ่มมากขึ้นในระยะยาว การลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้อายุ 6 เดือน และ 1 ปี จึงถือเป็นช่วงเวลาการลงทุนที่น่าสนใจที่สุดในระยะนี้” นางสาวยุพาวดีกล่าว

 สำหรับกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน บีดี (KFI3MBD) ให้โอกาสรับผลตอบแทน 2.90% ต่อปี จะลงทุนในตราสารหนี้ Banco Bradesco ประเทศบราซิล เงินฝาก Commercial Bank of Qatar ประเทศกาตาร์ เงินฝาก Emirates NBD Bank สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และพันธบัตรรัฐบาลไทย ขณะที่กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน วี (KFF6MV) และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี เอไอ (KFF1YAI) ซึ่งจะ ลงทุนในตราสารหนี้ Banco Itau BBA S.A. และตราสารหนี้ Banco Bradesco ประเทศบราซิล เงินฝาก Commercial Bank of Qatar ประเทศกาตาร์ เงินฝาก Union National Bank ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และพันธบัตรรัฐบาลไทย ให้โอกาสรับผลตอบแทนที่ 3.10% ต่อปี และ 3.25% ต่อปีตามลำดับ ซึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศของทั้ง 3 กองทุนยังคงน่าสนใจเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ในประเทศที่มีอายุใกล้เคียงกัน อีกทั้งมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้วเต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและมุ่งเน้นการลงทุนในประเทศ สามารถเลือกลงทุนกับกองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น ตราสารหนี้ไทย 3 เดือน เออาร์(KPPTF3MAR) ซึ่งเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยได้ โดยกองทุนดังกล่าวให้โอกาสรับผลตอบแทนที่ 2.70% ต่อปี

ผู้ที่สนใจสามารถลงทุนในกองทุนดังกล่าวได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มแรกเพียง 5,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือติดต่อ KAsset Contact Center 0 2673 3888


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 ก.ค. 2555 เวลา : 15:22:34

17-01-2022
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 17, 2022, 10:37 am