ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
กิตติรัตน์ ปัดข้อเสนอเอกชน - ยันไม่ช่วยจ่ายชดเชยค่าแรง 300 บาท


นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน ถึงมาตรการในการช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ยังปรับตัวไม่ได้ จากผลกระทบค่าแรง 300 บาทว่า 

ต้องเรียนว่าการปรับเพิ่มค่าแรง 300 บาทในรอบแรกที่เป็น 7 จังหวัดนำร่องก็มีเสียงวิเคราะห์วิจารณ์อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ในรอบนี้ที่มีการปรับตามขึ้นมาก็มีเสียงวิเคราะห์วิจารณ์อยู่ไม่น้อยเช่น เดียวกัน ซึ่งในความเห็นส่วนตัวผมนั้นผมคิดว่าการวิจารณ์ต่าง ๆ เหล่านี้น่าจะเป็นเรื่องจริง ผลเสียน่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะว่าการดำเนินการอะไรก็จะมีข้อดีและข้อเสียทั้งนั้น

ส่วนที่จะเป็นข้อดีนั้นก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องชี้แจงอธิบายและผม เชื่อว่าภาคเอกชนเองก็ทราบส่วนที่เป็นข้อดีมาแล้วจากการปรับรอบแรก ฉะนั้นในขณะนี้รัฐบาลมั่นใจว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถปรับตัวไปแล้วและ พร้อมที่จะรับผลดีจากการปรับครั้งนี้ด้วย การที่จะมีกำลังซื้อที่มากขึ้นมาเป็นลูกค้าของผู้ประกอบการต่าง ๆ มากขึ้นด้วย ในส่วนที่เราเชื่อเองว่าจะมีบางบริษัทซึ่งอาจจะต้องการระยะเวลาบ้างเราก็จะ มีการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติไปแล้วว่าสิ่งใดที่เคยเป็นมาตรการที่จะช่วยเหลือ ประคับประคองในรอบแรกนั้น เราก็จะขยายระยะเวลาต่อเนื่องออกไปให้

ในอีกส่วนหนึ่งคือมาตรการใหม่ใดที่จะเสริมเข้ามาก็ขอให้มีการพิจารณาซึ่งผม กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรวมทั้งภาคเอกชนได้ปรึกษาหารือกัน ขณะนี้กำลังเตรียมเรื่องที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี  ซึ่งผมมั่นใจว่ามาตรการส่วนใหญ่ที่มีการหารือกันก็จะได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีเพียงแต่ว่าคงจะไม่ใช่ทุกมาตรการ เพราะว่าบางส่วนนั้นเป็นเรื่องที่จะขอให้รัฐไปช่วยจ่ายค่าแรงค่าจ้างให้กับ ผู้ใช้แรงงานซึ่งก็คงจะไม่เป็นไปตามหลักการ

นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อ ถึงมาตรการช่วยเหลือ เช่น ในวงเงินค้ำประกันต่าง ๆ ที่จะช่วยกันดูแลให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงสินเชื่อต่าง ๆ ได้ก็ถือว่ามาตรการก็จะมี 4 กลุ่มด้วยกัน เรื่องแรกคือ การลดผลกระทบด้านต้นทุนค่าใช้จ่าย เรื่องที่สองคือ เพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ เรื่องที่สามคือ เพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ และมาตรการที่สี่คือ การช่วยเหลือสภาพคล่อง เพราะฉะนั้นในส่วนที่จะมีการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ก็มั่นใจว่าจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถประคับประคองจนกระทั่งได้รับ ผลดีอย่างเต็มที่ของการดำเนินนโยบายนี้จนได้ เพียงแต่ต้องขอเรียนข้อเท็จจริงอันหนึ่งคือว่าในภาวะปกติไม่ว่าจะมีการปรับ เปลี่ยนนโยบายอะไรหรือไม่ก็ตามจะมีบริษัทซึ่งหยุดกิจการอยู่บ้าง มีบริษัทซึ่งขยายกำลังการผลิตอยู่บ้าง มีบริษัทซึ่งเริ่มกิจการใหม่อยู่ด้วย เพราฉะนั้นในแต่ละปีจากจำนวนบริษัทนับหลายแสนรายนั้นจะมีภาวะอย่างนี้เกิด ขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเรามั่นใจว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้เกิดการหยุดกิจการจนกระทั่ง เป็นปัญหาต่อการจ้างงาน

 



บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ม.ค. 2556 เวลา : 11:58:15

18-10-2021
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 18, 2021, 9:20 pm