ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน : WTI พุ่ง เหนือระดับ 108 เหรียญฯ หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณฟื้นตัว



ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสส่งมอบ ส.ค. เพิ่มขึ้น 1.56 เหรียญฯ ปิดที่ 108.04 เหรียญฯ ส่วนเบรนท์ส่งมอบ ก.ย. เพิ่มขึ้น 0.09  เหรียญฯ ปิดที่ 108.70 เหรียญฯ
 
+ ราคาน้ำมันน้ำมันดิบ WTI ทะยานเหนือระดับ 108 เหรียญฯ นับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน ส่งผลให้ส่วนต่างกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์แคบสุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยดัชนีตลาดหุ้นดาวน์โจนส์และ S&P 500ของสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน ภายหลังจากการประกาศผลสำรวจดัชนีภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯที่ออกมาดี และถ้อยแถลงของนายเบน เบอนันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
 
+ ผลสำรวจดัชนีภาคอุตสาหกรรมของธนาคารกลางฟิลาเดลเฟียเดือน ก.ค. มีอัตราขยายตัวสูงสุดจากเดือนนับตั้งแต่ มี.ค. 2554 โดยดัชนีเพิ่มขึ้นจาก 12.5 จุดในเดือน มิ.ย. มาที่ 19.8 จุด มากกว่าคาดที่ 7.8 จุด หลังจากที่ยอดการจ้างงานและจำนวนสินค้าขนส่งทางเรือปรับเพิ่มขึ้น
 
+ นายเบน เบอนันเก้  ได้กล่าวอีกเป็นครั้งที่สองก่อนเข้าประชุมในสภาคองเกรสว่าหลังจากพิจารณาถึงอัตราการว่างงาน และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีความจำเป็นที่จะดำเนินโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป 
 
+ ยอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน ในสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 13 ก.ค. 56 ปรับลดลง 24,000 ตำแหน่ง มาอยู่ที่ 334,400 ตำแหน่ง 
 
+ ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงรุมเร้า หลังสหภาพแอฟริกา (Africa Union) ออกมาเตือนว่าอียิปต์อาจเกิดปัญหาสงครามกลางเมืองหากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่นำโดยประธานาธิบดีรักษาการอัดลี มันซูร์ ไม่มีตัวแทนจากพรรคภราดรภาพมุสลิม 
 
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากแรงกดดันจากตลาดน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สิงคโปร์ปรับลดลงในรอบกว่า 4 ปี หลังอินโดนีเซียเพิ่มปริมาณการนำเข้าในช่วงเทศกาลถือศีลอด 
 
ราคาน้ำมันมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังจากปริมาณน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานคงคลังที่สิงคโปร์รายสัปดาห์ปรับลดลงถึง 15% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากอินโดนีเซียและมาเลเซียสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงรอมฎอน รวมทั้งเหตุโรงกลั่นปิดซ่อมบำรุงกะทันหันในมาเลเซีย
 
ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบสัปดาห์หน้ายังคงเคลื่อนไหวในกรอบเดิม โดยเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 104 - 110 เหรียญฯ ขณะที่เวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 103-109 เหรียญฯ โดยความไม่สงบในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ พร้อมกันนี้ จับตาการประชุมกลุ่มประเทศ จี 20 ในช่วงสุดสัปดาห์
 
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่
วันจันทร์: ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ
วันอังคาร: ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจยูโรโซน 
วันพุธ: ยอดขายบ้านใหม่ ดัชนีภาคการผลิต (Flash PMI) สหรัฐฯ ดัชนีภาคการผลิตจีน (HSBC flash PMI) ดัชนีภาคการผลิตเยอรมนีและยูโรโซน (Markit Mfg flash PMI) 
วันพฤหัส: ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานของสหรัฐฯ
วันศุกร์: ความรู้สึกผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ 
 
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การประชุมของรัฐมนตรีการคลังของกลุ่มจี20 ในวันที่ 19-20 ก.ค. ณ ประเทศรัสเซีย ที่จะมีการพูดคุยถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เพิ่มเติมหากสหรัฐฯ ตัดสินใจลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง 
 
-ความรุนแรงของเหตุการณ์ในอียิปต์ หลังประธานาธิบดีชั่วคราวเร่งจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและเตรียมที่จะจัดการเลือกตั้งในอีก 6 เดือนข้างหน้า ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมอร์ซียังไม่มีความรุนแรงใดๆ
 
-  ความไม่สงบในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ได้แก่ ซีเรีย ลิเบีย ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบของภูมิภาค
 
- แนวโน้มของการดำเนินแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE4) ที่อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯเคยได้ให้สัมภาษณ์ถึงโอกาสของการชะลอ QE ภายในปีนี้ แต่ยังไม่มีการกำหนดเวลาล่วงหน้า
 
-  ติดตามตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะปรับลดลงต่อเนื่อง หลังกำลังการผลิตของโรงกลั่นในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าโรงกลั่นบางแห่งจะมีการปิดซ่อมบำรุง พร้อมจับตาตัวเลขปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวด้วย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 ก.ค. 2556 เวลา : 11:05:26

13-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 13, 2019, 11:27 am