ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน : น้ำมันดิบร่วง หลังรัฐบาลจีนสั่งปิดโรงงานเพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกิน ตามแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ


ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสส่งมอบ ก.ย. ลดลง 0.79 เหรียญฯ ปิดที่ 104.70 เหรียญฯ ส่วนเบรนท์ส่งมอบ ก.ย. ลดลง 0.48 เหรียญฯ ปิดที่ 107.17 เหรียญฯ
 
- ตลาดกังวลต่อทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงหลังล่าสุดรัฐบาลจีนออกมาตรการสั่งให้บริษัทต่างๆ จำนวนกว่า 1,400 แห่ง ในกว่า 19 ภาคอุตสาหกรรม ลดกำลังผลิตส่วนเกินที่สร้างปัญหาทางการเงินให้แก่ผู้ผลิต โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ เหล็ก ซีเมนต์ ทองแดง แก้ว บางแห่งถึงขั้นต้องปิดโรงงานที่มีกำลังผลิตเกิน มาตราการดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจแม้ว่าเศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม
 
- ทั้งนี้นักลงทุนกังวลว่าหากรัฐบาลจีนเร่งในการเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจมากเกินไปจนส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมากอาจส่งผลเสียต่อทั้งเศรษฐกิจจีนเองและเศรษฐกิจโลก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโลกโดยรวมในปัจจุบันยังค่อนข้างเปราะบางและหลายประเทศพึ่งพิงเศรษฐกิจจีนเป็นกลไกสำคัญสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
 
+ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐฯ เดือน ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 85.1 จุด จาก 83.9 จุดที่ประกาศก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคในสหรัฐฯ มีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจับจ่ายใช้สอยในอนาคตรวมถึงความต้องการใช้น้ำมัน
 
+ ปริมาณน้ำมันดิบส่งออกจากประเทศอิรักคาดว่าจะปรับลดลงประมาณ 400,000 - 500,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน ก.ย. เนื่องจากมีแผนหยุดซ่อมบำรุงท่าเรือและแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบทางตอนใต้ของประเทศ โดยปกติอิรักผลิตและส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 2.2 - 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
 
+ ความรุนแรงทางการเมืองในอียิปต์ใกล้ถึงจุดแตกหักมากขึ้นทุกขณะ โดยเกิดการปะทะระลอกใหม่ ระหว่างฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านอดีตประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด มอร์ซี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 100 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 4,500 คน
 
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังความต้องการนำเข้าจากอินโดนีเซียเริ่มลดลงหลังเข้าช่วงถือศีลอด รวมทั้งตามทิศทางราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯที่ปรับลดลง
 
ราคาน้ำมันมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการนำเข้าที่มีอย่างต่อเนื่องจากแถบแอฟริกา รวมทั้งปริมาณส่งออกจากจีนที่ค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ดีความต้องการนำเข้าจากอินโดนีเซียและตะวันออกกลางหลังเข้าฤดูถือศีลอดเป็นปัจจัยกดดันราคาไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก
 
ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบเดิม โดยเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 104 - 110 เหรียญฯ  ขณะที่เวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 103-109 เหรียญฯ  จับตาการยอดขายบ้านรอปิดการขายสหรัฐฯ และผลสำรวจภาคอุตสาหกรรมรัฐดัลลัสในคืนนี้
 
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่
วันจันทร์: ยอดขายบ้านรอปิดการขายสหรัฐฯ และผลสำรวจภาคอุตสาหกรรมรัฐดัลลัส
วันอังคาร: ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ความรู้สึกผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจเยอรมนี (Gfk index) และยูโรโซน
วันพุธ:จีดีพี ไตรมาส 2/56 และการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ ดัชนีภาคการผลิตของเมืองชิคาโก รวมถึงอัตราการว่างงานเยอรมนีและยูโรโซน
วันพฤหัส: ยอดขายรถ ยอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน ตัวเลขการใช้จ่ายภาคการก่อสร้าง และดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯ (ISM and PMI index) รวมถึงดัชนีภาคการผลิตยูโรโซน (Markit PMI) และดัชนีภาคการผลิตจีน (Official and HSBC PMI)
วันศุกร์: รายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล ยอดสั่งซื้อโรงงาน การจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานสหรัฐฯ รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิตยูโรโซน
 
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
-การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 30 - 31 ก.ค. นี้ ว่าจะมีท่าทีต่อแผนการลดหรือยุติมาตรการ QE4 เพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อความกังวลของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐฯ และความต้องการใช้น้ำมัน แม้ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯเคยได้ให้สัมภาษณ์ถึงโอกาสของการชะลอ QE ภายในปีนี้ แต่ยังไม่มีการกำหนดเวลาล่วงหน้า
 
- ติดตามตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะปรับลดลงต่อเนื่อง หลังปรับลดลงมาติดต่อกัน 4 สัปดาห์ เป็นปริมาณมากถึง 30 ล้านบาร์เรล
 
-  การประท้วงค่างแรงงานที่ยืดเยื้อในลิเบียและความไม่สงบในซีเรีย ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องยังส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบของภูมิภาค
 
-  การส่งออกน้ำมันของซูดานใต้ปริมาณ บาร์เรลต่อวัน จะหยุดลงในช่วงสิ้นเดือน ก.ค. นี้ ตามที่ซูดานประกาศไว้หรือไม่ โดยล่าสุดสหภาพแอฟริกาได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจากับซูดานเพื่อให้ซูดานใต้สามารถส่งออกน้ำมันได้ต่อไป
 
-จับตาความไม่ลงรอยกันทางการเมืองในอียิปต์ ระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและต่อต้านประธานาธิบดีมอร์ซี ว่าจะรุนแรงขึ้นมาอีกหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลให้เหตุการณ์ลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 29 ก.ค. 2556 เวลา : 12:21:00

22-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555