ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บมจ.ไทยออยล์มองความต้องการทั่วโลกเพิ่มหนุนราคาน้ำมัน


 
 
 
 
บมจ.ไทยออยล์ ชี้"ราคาน้ำมันดิบเพิ่มหลังจาก IEA ประกาศความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้น"
 
 
เบรนท์ส่งมอบเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 0.38 เหรียญฯ มาอยู่ที่ 106.73 เหรียญฯ ส่วนเวสต์เท็กซัสส่งมอบ มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 0.37 เหรียญฯ มาอยู่ที่ 94.97 เหรียญฯ
 
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นหลังจาก IEA ประกาศตัวเลขความต้องการใช้น้ำมันของโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการปรับตามการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของประเทศที่พัฒนาแล้วในช่วงเวลา 18 เดือนที่ผ่านมา โดย IEA คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันของโลกจะปรับเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบารร์เรลต่อวันในปีนี้ มาอยู่ที่ 92.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ครั้งก่อนถึง 50,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวครั้งแรกของความต้องการใช้น้ำมันรายปีในรอบ 3 ปี โดยการปรับเพิ่มขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากประเทศที่พัฒนาแล้วมีความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้น 90,000 บาร์เรลต่อวัน 
 
+ ยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ไม่สงบในลิเบียอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่นายอาลี ซีดาน นายกรัฐมนตรีของลิเบียออกมาประกาศว่ามีการวางแผนที่จะทำให้ผู้ชุมนุมประท้วงที่เข้ายึดท่าส่งออกน้ำมันทางด้านตะวันออกของลิเบียทั้ง 3 แห่งซึ่งมีกำลังการส่งออกน้ำมันดิบอยู่ที่ 600,000 บาร์เรลต่อวัน ออกจากท่าส่งออกน้ำมันให้ได้ภายใน 2-3 วันนี้ แต่ยังคงมีความไม่ชัดเจนว่าจะมีการใช้กำลังการทหารหรือไม่ 
 
+ ความไม่สงบในซูดานใต้ยังคงผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นหลังจากประธานาธิบดีของซูดานใต้ได้สั่งให้ทหารเข้าจู่โจมผู้ก่อการกบฎเพื่อที่จะขับไล่ผู้ก่อการกบฏออกจากรัฐมะละกาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
 
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีความต้องการน้ำมันเบนซินมากขึ้น ขณะที่ทางด้านอุปทานในภูมิภาคยังคงตึงตัวหลังจากที่โรงกลั่นต่างๆ อยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุง
 
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีความต้องการจากด้านประเทศในตะวันออกกลาง และจากสหรัฐฯ เนื่องจากมีความต้องการน้ำมันดีเซลในช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น
 
ทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นและปัจจัยที่น่าจับตามอง
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวอยู่ที่กรอบ 90- 96 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 104-110 เหรียญฯ  
 
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามหน้าสัปดาห์หน้า ได้แก่
วันพุธ: -
วันพฤหัสบดี: ยอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงาน ยอดขายบ้านมือสองและดัชนีภาคการผลิต (Flash PMI) ของสหรัฐฯ รวมถึง ดัชนีภาคการผลิต (HSBC Flash PMI)ของจีน  ดัชนีภาคการผลิต (Flash PMI) และดัชนีภาคบริการ (Flash Service PMI) ของสหภาพยุโรป
วันศุกร์: -
 
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน ม.ค. ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ในวันที่ 21 ม.ค. นี้ จะมีมุมมองต่อความต้องการใช้และอุปทานน้ำมันดิบโลกในปีนี้อย่างไร
- จับตาการเปิดใช้ท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone XL ขนาด 700,000 บาร์เรลต่อวัน อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ม.ค. นี้ โดยเบื้องต้นท่อจะขนส่งน้ำมันที่ 300,000 บาร์เรลต่อวัน 
- ความไม่สงบในซูดานใต้ยังคงคุกรุ่น หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างซูดานใต้และกลุ่มกบฎในประเทศไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ล่าสุดปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบจากซูดานใต้ลดลงแล้วมาอยู่ที่ราว 200,000 บาร์เรลต่อวัน
- จับตาการส่งออกน้ำมันดิบของจากท่าเรือฝั่งตะวันออกของลิเบียว่าจะกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งเมื่อไร หลังการส่งออกจากท่าเรือฝั่งตะวันตกเพิ่มขึ้นทำให้การส่งออกลิเบียล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 650,000 บาร์เรลต่อวัน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ม.ค. 2557 เวลา : 11:29:39

24-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 24, 2019, 10:20 am