ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินทิศทาง SET วันนี้ แกว่งระหว่าง 1,380-1,390 จุด


 กลยุทธ์วันนี้  Test 1390

         
ประเด็นสำคัญวันนี้ ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดฟื้นตัวเล็กน้อย 2.68 จุด ปิดที่ 1,382.02 จุด มูลค่าการซื้อขายเหลือเพียง 22,191 ล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 2 อีก 1,727 ล้านบาท ซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้เป็นวันที่ 11 อีก 4,431 ล้านบาท แม้ว่าจะ Short สุทธิใน Index Futures จำนวน 178 สัญญา ก็ตาม สะท้อนกระแสเงินทุนต่างชาติยังคงเลือกลงทุนในไทยต่อเนื่อง
          
MBKET ประเมินทิศทาง SET INDEX วันนี้แกว่งระหว่าง 1,380-1,390 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นในเอเชียเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง ล่าสุดเช้าวันนี้ Bloomberg consensus ปรับเพิ่ม EPS ปี 2557 ของตลาดหุ้นไทยขึ้น 1.06 บาทจากวันก่อนหน้า เป็น 105.60 บาท หากใช้ PER14 ณ ระดับปิดวานนี้ที่ 13.09 จุด ย่อมเป็นบวกต่อ SET INDEX ราว 13.88 จุด
         
 สำหรับประเด็นการเมืองภายในประเทศ มีแนวโน้มต้องรอความชัดเจน หลังนายพงษ์เทพ ยื่นจดหมายต่อศาลรธน. เพื่อยืดเวลาการเข้าชี้แจงของนายกฯ รักษาการ กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี จากวันที่ 17 เม.ย. นี้ อาจทำให้ SET INDEX ช่วงสั้นฟื้นตัวสู่ 1,400 จุดในระยะเวลาอันสั้น
         
ภาพกลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำ “ทยอยสะสม” เน้นหุ้น Laggard หรือ Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตฯ
         
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: MBKET แนะนำ “สะสม” SAMART// “ซื้อเก็งกำไร” PTTEP

Portfolio            
          Top Pick in 2Q14: SAMART / SPCG / GOLD
          HOLD: KTB/ SCC/ SPCG/ SPALI/ TTA
          Accumulative Buy: SAMART
          Speculative Buy: PTTEP

Technical View          
          แนวรับ 1380 +/- และ 1360-1365 จุด แนวต้าน 1390 และ 1400 +/- จุด การดีดตัวดูจำกัด และมองเป็นจังหวะขายทำกำไร

Action and Stock of the Day

SET INDEX กลับมาปิดยืนเหนือ 1,380 จุด
          ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ปิดบวกเด่นใน HSKI +1.1% dod แต่ Nikkei ปิดลบหนักสุด -1.9% เนื่องจากเงินเยนแข็งค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หลัง BoJ คงนโยบายการเงิน
          ด้านตลาดหุ้นไทยวานนี้ เปิดตลาดฟื้นตัวอย่างโดดเด่น SET INDEX บวก 8 จุด +/- ก่อนเริ่มย่อตัวลงจากแรงขายทำกำไร บวกกับมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง ทำให้ SET INDEX ย่อตัวลงมาแกว่งบริเวณ 1,380-1,385 จุด ตลอดชั่วโมงการซื้อขายทั้งวัน แม้ว่าตลาดหุ้นทั่วเอเชีย และ ยุโรป จะบวกเด่นก็ตาม ปิด ณ สิ้นวัน SET INDEX บวก 2.68 จุด มาอยู่ที่ 1,382.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 22,191 ล้านบาท
          กลุ่มที่ปิดฟื้นตัวสูงสุดวานนี้ ได้แก่ กลุ่มเหมืองแร่ +1.78%, กลุ่มเกษตรฯ +1.38% และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง +1.33%  ส่วนกลุ่มหลักอย่างกลุ่มธนาคาร +0.43%, กลุ่มพลังงาน +0.33% และกลุ่ม ICT -0.34%

SET INDEX วันนี้ คาดแกว่งระหว่าง 1,380-1,390 จุด
กลยุทธ์การลงทุน ซื้อเก็งกำไรหุ้น Laggard เป็นสำคัญ
คาดกลุ่มบ้าน / SCC จะเป็นหุ้นหลักในการผลักดัน SET INDEX รอบนี้
          
ภาพตลาดหุ้นไทยวันนี้
ตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ (7.31 น) ตลาดหุ้น Nikkei  เปิดฟื้นตัวเด่น 1.24% หลังจากที่ปรับตัวลงแรงในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมาจากแรงกดดันของค่าเงินเยน
          
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นวันที่ 15 หลังวานนี้ SET INDEX ปิดยืนเหนือ 1,380 จุด บวกกับกระแสเงินทุนต่างชาติยังคงสะสมหุ้นไทย สอดคล้องเช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในเอเชียเกิดใหม่ MBKET ประเมินแนวโน้ม SET INDEX วันนี้จะแกว่ง 1,380-1,390 จุด พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 2.0 หมื่นล้านบาท/วัน ตลอดสัปดาห์นี้ เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย
          
สัญญาณทางเทคนิค SET INDEX มีแนวโน้มแกว่งระหว่าง 1,380-1,390 จุดในวันนี้ พร้อมคงภาพ 1,400 จุด +/- ในระยะถัดไปเช่นเดิม เพียงแต่ในช่วงสั้น ภาวะการลงทุนยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนโมเมนตัมเชิงบวก
          
หุ้นหลักในกลุ่มธนาคาร อย่าง KBANK / SCB / TCAP ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 เม.ย. ทำให้หุ้นเหล่านี้ทรงตัวได้อย่างแข็งแกร่ง จำกัด Downside risk ของ SET INDEX ในภาพรวม
          
ปัจจัยต่างประเทศ เริ่มเป็นไปตามสิ่งที่ MBKET ประเมินไว้ก่อนหน้านี้
          จีนเริ่มทยอยประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดสัปดาห์ก่อน แผนลงทุนรางรถไฟ 4-5 แสนล้านหยวน
          ECB ส่งสัญญาณพร้อมพิจารณาโครงการ QE เพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อต่ำ และการว่างงานสูง
          BoJ ยังคงวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ Yen70 ล้านล้าน/ปี แต่พร้อมปรับเปลี่ยนวงเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจในแต่ละช่วง ซึ่ง Bloomberg consensus คาด BoJ จะพิจารณาเพิ่มวงเงินในการประชุมเดือนก.ค.
          FOMC มีโอกาสที่จะคงวงเงิน QE ในการประชุมถัดไป เมื่อตัวเลขการว่างงาน และการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ที่ออกมาต่ำกว่าคาด

          ประเด็นหลักๆ ทางการเมืองจากนี้ไป ที่ควรติดตาม
          การเคลื่อนไหวของกลุ่มนอกสภา
          กปปส. รวม 4 เวทีเข้าเป็นหนึ่งเดียวที่เวทีสวนลุมพินี ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. พร้อมเริ่มเปิดประชุมระหว่างนักวิชาการ / ประชาชน ต่อแนวทางการปฎิรูปในด้านต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. ล่าสุด กปปส.นัดรวมพลครั้งใหญ่วันที่ 29 มี.ค.นี้ และผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ทั้งนี้ สุเทพ นัดหารือกับ แกนนำ กปปส. ต่อแนวทางการปฎิรูปการเมืองวันที่ 5 เม.ย. และล่าสุด นัดชุมนุมวันที่ 17 เม.ย. เพื่อให้กำลังใจศาล รธน. ต่อการพิจารณาคำร้อง กลุ่ม ส.ว.สรรหา ต่อกรณี นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ โยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนสี
          นปช. ให้นาย จตุพร เป็นประธาน และ ณัฐวุฒิ เป็นเลขาธิการ กลุ่ม พร้อมประกาศเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง เพราะไม่เห็นด้วยกับท่าที และแนวทางการพิจารณาคดี ของกลุ่มองค์กรอิสระ ทั้งในส่วนของ สส.-สว. 308 ท่าน และ คดีจำนำข้าว ด้าน นปช.นัดรวมพลครั้งใหญ่วันที่ 5 เม.ย. บริเวณ ถนน อักษะ และสิ้นสุดการชุมนุมวันที่ 6 เม.ย. ทั้งนี้นัดการชุมนุมอีกครั้งวันที่ 17 เม.ย. เพื่อให้กำลังใจ นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์

          กกต.
          วันที่ 12 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญ รับพิจารณาคำร้องการกำหนดวันเลือกตั้ง 28 เขตที่มีปัญหานั้น ต้องออกพ.ร.ฎ. เลือกตั้งใหม่หรือไม่ หากออกพ.ร.ฎ ใหม่ นั้น จะต้องครอบคลุมทุกเขต หรือเฉพาะ 28 เขตที่ยังไม่มีผู้สมัคร และเปิดการเลือกตั้งได้ ซึ่ง กกต. ยื่นคำร้องไปในวันที่ 26 ก.พ. หากรับพิจารณา ลำดับถัดไปคือ รอศาลฯ กำหนดวันอ่านคำวินิจฉัย ทั้งนี้ กกต. คาดว่า ศาลฯ จะอ่านวินิจฉัยในวันที่ 21 มี.ค.
          การเลือกตั้ง ส.ว.: รับสมัคร ส.ว. วันที่ 4-8 มี.ค. // เลือกตั้ง ส.ว. วันที่ 30 มี.ค.
          กกต. กำหนดวันที่ 8 เม.ย. เชิญทุกพรรคการเมือง, ผู้นำ 4 เหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคง หารือในการกำหนดวันเลือกตั้ง

          โครงการจำนำข้าว
          กกต. อนุมัติให้ รัฐบาลรักษาการ จัดสรรงบประมารกลาง 2.0 หมื่นล้านบาท มาจ่ายให้แก่ชาวนา ภายใต้โครงการจำนำข้าวได้ แต่ รัฐบาลฯ ต้องเร่งขายข้าว เพื่อนำเงิน 2.0 หมื่นล้านบาท มาชำระแก่งบประมาณกลาง ภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้
          วันที่ 5 มี.ค. อัยการได้ยื่นศาลปกครอง เพื่อฟ้องนายกฯ รักษาการ ยิ่งล้กษณ์ กรณีผิดสัญญาจำนำข้าว เรียกมูลค่า 2.7 ล้านบาท บวกอัตราดอกเบี้ย 7.5% จ่ายให้แก่ชาวนา
          ปปช.: กำหนดให้นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ เข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหา กรณีบกพร่องในหน้าที่ต่อการเป็นประธาน โครงการจำนำข้าว และทำให้เกิดการคอร์รัปชั่น ภายในวันที่ 31 มี.ค. ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ มีมติไม่ยืดเวลาให้แก่นายกฯ รักษาการ กรณีเข้าชี้แจง
          วันที่ 31 มี.ค. นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ได้เข้าชี้แจงด้วยตนเอง พร้อมทนายส่วนตัวอีก 2 คน โดยเสนอให้มีการสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก ทั้งนี้ ปปช.จะมีการหารือในวันที่ 1 เม.ย. ว่าจะมีการสอบพยานเพิ่มเติมตามที่ร้องขอหรือไม่
          วันที่ 1 เม.ย. ปปช. มีมติสอบพยานเพิ่มอีก 3 ปาก จากคำร้อง 10 ปาก ได้แก่ นายยรรยงค์ (9 เม.ย.), นายนิวัฒน์ (10 เม.ย.) และ นายกิตติรัตน์ (11 เม.ย.)
          ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท: ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติวินิจฉัย ขัดรัฐธรรมนูญทั้งในส่วนของเนื้อหา และ กระบวนการ โดยในส่วนเนื้อหา มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.169 วรรค 1 และ ม.170 ส่วนกระบวนการตราร่างกฎหมายนั้น มีมติเสียงข้างมาก
          ปปช. ตัดสินให้
          นายนิคม ประธานวุฒิสภา พ้นจากประธานวุฒิสภา จากกรณีแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ที่มาของ ส.ว. จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนนาย สมศักดิ์ ประธานรัฐสภา ไม่ถูกชี้มูล ในครั้งนี้ ทั้งนี้
          นายนิคม ต้องยุติบทบาทหน้าที่ ประธานวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. เป็นต้นไป
          ปปช.จะสรุปเรื่องถอดถอน นายนิคม สู่รองประธาน วุฒิสภา เพื่อเปิดประชุมพิจารณา โดยหากได้รับเสียง 3 ใน 5 หรือ 82 จาก 142 เสียงรับรองการถอดถอน นายนิคมจะต้องถูกถอดถอนทันที
          วุฒิสภา เตรียมโหวตถอดถอนนายนิคม วันที่ 18 เม.ย. โดยจะเป็นวุฒิสภา ชุดเดิม เพราะ กกต. ยังรับรองได้ไม่ครบ 90% ของจำนวนทั้งหมด ยังขาดอีก 19 จังหวัด
          นายสมศักดิ์ ประธานรัฐสภา วันที่ 1 เม.ย. ปปช.มีมติ ถอดถอน เช่นเดียวกับ นาย นิคม
         
กรณีสถานะ นายกฯ รักษาการ คุณยิ่งลักษณ์: วันที่ 2 เม.ย.คณะตุลาการศาล รธม. มีมติรับพิจารณาคำร้องของกลุ่ม ส.ว.สรรหา ต่อสถานะของนายกฯ รักษาการ กรณี โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยให้คืนคำแหน่งให้แก่นายถวิล ซึ่งศาลฯ จะเปิดให้ นายกฯ รักษาการ เข้ามาชี้แจงภายใน 15 วัน หลังรับสำเนาคำร้อง
         
ด้านปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้นไทยเริ่มมีประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อ Bloomberg consensus ปรับเพิ่ม EPS ของปี 2557 ขึ้นเป็น 105.60 บาท จากวันก่อนหน้า 104.54 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้นถึง 1.06 บาท ย่อมเป็นบวกต่อภาพรวมของ SET INDEX
         
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากตารางคำนวณ SET INDEX ในปี 2557 ด้วยอัตราการเติบโตของ EPS ปี 2557 ที่ 9.74% แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นจากช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่คาด +9.05% ระดับปัจจุบัน SET INDEX ซื้อขายในโซน “แพง” ย่อมมาพร้อมกับความผันผวนและเปราะบางของการไต่ระดับขึ้นในช่วงสั้นนี้
          หากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ MBKET แนะนำให้ “เก็งกำไรหุ้น Laggard บริเวณ 1,380-1,385 จุด” เพื่อเก็งกำไรต่อระยะการฟื้นตัว 20-25 จุด ณ บริเวณดังกล่าว

          ปัจจัยสำคัญวันนี้
          1. กรณีจำนำข้าว สอบพยานเพิ่มเป็นวันที่ 2 :
          นายยรรยงค์ เข้าชี้แจงวานนี้  
          นายนิวัฒน์ เป็นคนที่ 2 ในวันนี้
          นายกิตติรัตน์ เป็นคนที่ 3 จะเข้าชี้แจงวันที่ 18 เม.ย.
          ทั้งนี้ ทนายส่วนตัวของนายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ได้ร้องขอสอบพยานเพิ่มอีก 4 ปาก จึงต้องติดตามการพิจารณาจากทาง กกต. อีกครั้ง ว่าจะมีการสอบพยานเพิ่มเติมจาก 3 ปากข้างต้นหรือไม่
          2. ติดตามการพิจารณาของคณะตุลาการศาลต่อกรณีนายถวิล: หลัง นายพงษ์เทพ ส่งจดหมายถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอยืดเวลาการเข้าชี้แจงของนายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ที่จะครบกำหนดวันที่ 17 เม.ย. ต่อกรณีการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนสี ทั้งนี้ ศาลฯ อาจพิจารณา ยืด หรือ ไม่ยืด เวลาการเข้าชี้แจง ถือเป็นตัวแปรสำคัญในสัปดาห์หน้า
          3. ตลาดปรับเพิ่ม EPS ตลาดหุ้นไทยปีนี้ขึ้น: ล่าสุดเช้านี้ Bloomberg consensus ปรับเพิ่ม EPS ตลาดหุ้นไทยปีนี้ขึ้นเป็น 105.60 บาท จากวันก่อนหน้าที่ 104.54 บาท หรือเพิ่มขึ้น 1.06 บาท หากใช้ระดับ PER14 ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน 13.09 เท่า ย่อมเป็นบวกต่อ SET INDEX เท่ากับ 13.88 จุด
          4. โพลล์ชี้ พรรค PDI – P ได้เสียงต่ำกว่าคาด: ผลการสำรวจของ Lingkaran Survei Indonesia พบว่า พรรค PDI-P ของนาย Widodo ได้คะแนนเสียงเกือบ 20% ของจำนวนเสียงทั้งหมด ขณะที่เงื่อนไขการส่งตัวแทนพรรค เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ต้องชนะ 20% ของจำนวนที่นั่งในสภาทั้งหมด 560 ที่นั่ง หรือมีเสียงโหวตไม่ต่ำกว่า 25% ของจำนวนเสียงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ประกาศวันที่ 9 พ.ค.
          5. ติดตามตัวเลขส่งออกของจีนวันนี้:
          การส่งออกเดือนมี.ค. Bloomberg consensus คาด +4.8% yoy จากเดือนก่อนหน้า -18.1% yoy
          การนำเข้า เดือนมี.ค. Bloomberg consensus คาด +3.9% yoy จากเดือนก่อนหน้า +10.1% yoy
          6. และเย็นนี้ติดตามการประชุม BoE: ทั้งนี้ตลาดคาดว่า BoE จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% เช่นเดิม แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่วงเงิน QE ณ ปัจจุบัน GBP3.75 แสนล้าน จะมีการพิจารณาลดวงเงินหรือไม่ หลังภาพรวมเศรษฐกิจอังกฤษ ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำ “ทยอยสะสม”  ได้แก่
          1. SAMART : ราคาปิด 18.70 บาท ราคาเหมาะสม 24.40 บาท  
             a) MBKET คาดว่ากำไรสุทธิ 1Q57 จะเติบโตทั้ง yoy และ qoq โดยประเมินเบื้องต้นที่ 380 -390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1Q56 ที่ 353 ล้านบาท และ 4Q56 ที่ 365 ล้านบาทตามลำดับ
             b) และทิศทางกำไร 2Q57 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง qoq จากแรงผลักดันของยอดขาย Set Top box ของ Digital TV ที่ได้อานิสงค์จากการทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป และออกอากาศอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.
             c) ราคาหุ้นมีปัจจัยบวกรออยู่ คือการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 เม.ย. เพื่อออกหุ้นกู้จำนวน 5,000 ล้านบาท และเบื้องต้นเรามีมุมมองเชิงบวกต่อการออกหุ้นกู้ดังกล่าว เนื่องจากคาดว่าจะเป็นการระดมเงินเพื่อเข้าซื้อธุรกิจที่สร้างรายได้แบบ Recurring ในระยะยาว เช่น ธุรกิจโรงไฟฟ้า และเป็น Upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการของเรา
             d) เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2557 จะทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 1,725 ล้านบาท +18% yoy และ +11% yoy ในปี 2558 เป็น 1,914 ล้านบาท
             e) และยังมี Valuation ที่ค่อนข้างถูก โดยซื้อขายระดับ PER 2557 ที่ 10.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มสื่อสารที่ 15.1 เท่า รวมทั้งให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 6% ต่อปี

         
 และ “ซื้อเก็งกำไร” ได้แก่
          2. PTTEP : ราคาปิด 157.00 บาท ราคาเหมาะสม 185.00 บาท  
             a) MBKET แนะนำซื้อเก็งกำไร เนื่องจากเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบเหนือระดับ US$100.00/barrel จะเป็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน
             b) และกำไรสุทธิ 1Q57 คาดว่าจะเติบโตสูง qoq เป็น 13,341 ล้านบาท จากราคาขายก๊าซเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น +1.1% qoq เป็น US$65.2 ต่อ BOE และคาดว่าจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว US$15 ล้าน ใน 1Q57 เทียบกับ 4Q56 ที่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน US$174 ล้าน
             c) มีปัจจัยบวกระยะสั้นรออยู่ คือคาดว่าจะได้ข้อสรุปในการซื้อสินทรัพย์ HESS ในประเทศไทย ได้แก่ สัดส่วน 15% ในโครงการไพลิน และ 35% ในโครงการสินภูฮ่อม ภายในเดือน เม.ย. หากชนะการประมูลจะส่งผลบวกต่อประมาณขายให้เพิ่มขึ้นราว 10KBD หรือ ราว 3% ของเป้าการขายในปี 2557 ที่ 326 KBD
             d) ราคาหุ้นมี Valuation ที่ไม่สูงมากนัก โดยซื้อขายระดับ PER 2557 ที่ 9.6 เท่า และคาดว่ากำไรสุทธิปี 2557 จะขยายตัว +15.1% yoy เป็น 64,639 ล้านบาท

What will DJIA move tonight?          
          คืนนี้ไม่มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 เม.ย. 2557 เวลา : 10:17:46

18-10-2021
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 18, 2021, 9:15 pm