ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า ดันดัชนีหุ้นไทยทะลุผ่าน 1,420 จุด


 กลยุทธ์วันนี้  MPC Meeting

        
ประเด็นสำคัญวันนี้ ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดที่ 1,415.05 จุด บวกเพียง 1.98 จุด มูลค่าการซื้อขาย 27,469 ล้านบาท
         
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 9 อีก 1,887 ล้านบาท แต่กลับ Short สุทธิใน Index Futures เป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ 103 สัญญา และคงการขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้เป็นวันที่ 2 อีก 3,095 ล้านบาท
          
MBKET คาด SET INDEX วันนี้จะแกว่งขึ้นทดสอบ 1,420 จุด และมีความเป็นไปได้สูงที่จะทะลุผ่าน ด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังคงลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะเป็นตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชียตลาดเดียวที่ YTD ต่างชาติยังคงขายสุทธิ 7,896 ล้านบาท แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะขาดความโดดเด่นของปัจจัยการลงทุนก็ตาม
          
การประชุม กนง. วันนี้ MBKET และตลาดคาดว่าจะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ย 2.0% หลังภาพรวมเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q57 ไปแล้ว
          
ขณะที่การประชุมศาล รัฐธรรมนูญ ว่าจะยืดเวลาการเข้าชี้แจงให้นายกฯ รักษาการออกไปอีก 15 วันตามคำร้องหรือไม่ MBKET ประเมินว่า ไม่ว่าจะพิจารณาเลื่อนหรือไม่ ประเด็นการเมืองจะเห็นภาพชัดทั้งจากกรณีนี้ และ กรณี จำนำข้าวในช่วงปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า
         
 ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน MBKET ยังคงแนะนำ “เก็งกำไรแบบจำกัดวงเงิน” กับหุ้นขนาดกลาง หรือหุ้น Laggard ที่ราคายังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน
          
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: MBKET แนะนำ “เก็งกำไร” TRUE/ IVL

Portfolio            
          Top Pick in 2Q14: SAMART / SPCG / GOLD
          HOLD: KTB/ SCC/ SPCG/ SPALI/ TTA
          Speculative Buy: TRUE/ IVL

Technical View          
          แนวรับ 1400-1405  จุด แนวต้าน 1420-1425  จุด แนวปะทะแถว 1420-1425 จุด น่าจะผ่านได้ยากในระยะสั้น

Action and Stock of the Day

SET INDEX ยังไม่ผ่าน 1,420 จุด
          ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ปิด บวก / ลบ สลับกัน ทั้งนี้ Nikkei ปิดลบแรงสุด 0.85% เพราะตลาดคาดว่า BoJ อาจไม่ผ่อนคลายมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมในระยะสั้นนี้
          ด้านตลาดหุ้นไทยวานนี้ SET INDEX เปิดบวกขึ้นทดสอบด่านสำคัญ 1,420 จุด แต่ไม่ผ่าน และเกิดแรงขายทำกำไรมากขึ้น อีกทั้งตลาดหุ้นเอเชียขาดปัจจัยบวกใหม่ ส่งผลให้ SET INDEX แกว่งระหว่าง 1,410 – 1,420 จุด เกือบตลอดชั่วโมงการซื้อขาย ปิดบวกเล็กน้อย 1.98 จุด มาอยู่ที่ 1,415.05 จุด มูลค่าการซื้อขาย 27,469 ล้านบาท
          กลุ่มที่ปิดบวกเด่นสุดวานนี้ ได้แก่ กลุ่มเหมืองแร่ +4.25%, กลุ่ม Professional +2.80% และกลุ่มกระดาศ +2.52% ส่วนกลุ่มหลักอย่างกลุ่มธนาคาร +0.97%, กลุ่มพลังงาน -0.48% และกลุ่ม ICT +0.28%

SET INDEX วันนี้แกว่งทดสอบ 1,420 จุด และน่าจะปิดทะลุแนวดังกล่าว
คาดวันนี้หุ้นขนาดกลางจะขยับเด่นกว่าหุ้นหลัก
กลยุทธ์การลงทุน ซื้อเก็งกำไรหุ้นขนาดกางที่ยัง Laggard
         
ภาพตลาดหุ้นไทยวันนี้
         
ตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ (7.31 น) ตลาดหุ้น Nikkei  เปิดบวกเด่น 0.82% ขณะที่ Kospi เปิดบวก 0.18% สอดคล้องกับภาพรวม DJIA คืนวานนี้
         
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นวันที่ 22 พร้อมภาพวันนี้ SET INDEX มีโอกาสที่จะไต่ระดับขึ้นทดสอบแนว 1,420/25 จุด และน่าจะปิดทะลุผ่าน 1,420 จุด หลังแกว่งแคบพักฐานมาตลอด 4 วันทำการที่ผ่านมา บวกกับกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างหนาแน่น บวกกับตัวแปรทางการเมืองดูเหมือนจะยืดเวลาออกไปเป็นปลายเดือนนี้หรือ ต้นเดือนหน้า การเก็งกำไรต่อผลการดำเนินงาน จึงกลายเป็นตัวแปรผลักดัน SET INDEX ช่วงสั้นนี้
          
อย่างไรก็ตาม MBKET ประเมินช่วงสั้นๆ นี้ SET INDEX มี Upside gain ที่จำกัด “นักลงทุนควรพิจารณาขายทำกำไรมากยิ่งขึ้น เมื่อ SET INDEX ขยับใกล้ 1,420 จุด” ขณะที่นักลงทุนบางส่วนที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจพิจารณา เก็งกำไรหุ้นขนาดกลางแบบจำกัดวงเงิน เพื่อปิดความเสี่ยงต่อความผันผวนของ SET INDEX ที่ไต่ระดับขึ้นสู่แนวต้านด่านสำคัญ 1,420-1,430 จุด
          
ทั้งนี้ กระแสเงินทุนต่างชาติ และ ปัจจัยต่างประเทศ กลับเป็นตัวแปรสำคัญที่ผลักดัน SET INDEX ในรอบนี้ ขณะที่ปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ กลับมีแนวโน้มคลายตัวลงในช่วงปลายเดือนนี้หรือ ต้นเดือนพ.ค. สรุปได้ดังนี้
          
ปัจจัยต่างประเทศ ส่งสัญญาณพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ได้แก่
          
ECB ส่งสัญญาณพร้อมพิจารณาโครงการ QE เพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อต่ำ และการว่างงานสูง ซึ่งตลาดคาดภายในเดือนมิ.ย.นี้ ECB จะเริ่มโครงการ QE
         
BoJ ยังคงวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ Yen270 ล้านล้าน/ปี แต่พร้อมปรับเปลี่ยนวงเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจในแต่ละช่วง ซึ่ง BoJ จะมีการประชุมอีกครั้งในปลายเดือนเม.ย.นี้  
         
FOMC ประชุมวันที่ 28-29 เม.ย.นี้ อาจพิจารณาคงวงเงิน QE ที่ US$5.5 หมื่นล้าน/เดือน หลังตัวเลขการจ้างงานเริ่มชะลอโมเมนตัมเชิงบวก
         
จีน อาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมถึงการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลด RRR ลง เพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ Bloomberg consensus ปรับลด EPS ปี 2557 ลงเป็น 104.26 บาท ณ วันที่ 23 เม.ย. จากวันที่ 18 เม.ย.ที่ 105.69 บาท ทำให้กำไรในปีนี้จะเติบโตเพียง 8.34% ลดลงจากครั้งก่อนหน้าที่ 9.73% คาดว่าจะเป็นการปรับลดในกลุ่มธนาคาร หลังรายงานงบ 1Q57 ออกมาใกล้เคียงหรือต่ำกว่าคาด
          
อย่างไรก็ตาม MBKET ประเมินว่าการปรับประมาณการกำไรในปี 2557-2558 จะเกิดขึ้นมากขึ้นในช่วง 1 เดือนจากนี้ไป เพื่อให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานที่เริ่มทยอยประกาศอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          1. การประชุม กกต. และ พรรคการเมืองวานนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป: ประเด็นที่น่าสนใจสรุปได้ดังนี้
          งดการถ่ายทอดสดผ่านช่อง 9 และ 11 ตามที่ ศอ.รส. อนุมัติ
          พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม
          พรรคเพื่อไทย ส่งนายโภคิน พลกุล เข้าร่วม แทนหัวหน้าพรรค
          MBKET: ประเมินว่า การเจรจาเพื่อหาข้อสรุปแนวทางการจัดการเลือกตั้งใหม่ อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ ต่อแนวทางร่วมการเลือกตั้งในครั้งนี้หรือไม่
          2. ตลาดหุ้นไทยเป็นเพียงตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชียตลาดเดียวที่ YTD ต่างชาติเป็นขายสุทธิ: หากประเมินถึงยอดสุทธินับตั้งแต่ต้นปีถึงวานนี้ พบว่า ตลาดหุ้นไทย ยังคงเป็นตลาดหุ้นเอเชียเกิดใหม่ตลาดเดียวที่ต่างชาติ ขายสุทธิ 7,896 ล้านบาท  
          MBKET ยังคงเชื่อว่า เม็ดเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นในเอเชียเกิดใหม่ระลอกใหม่นับตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา เป็นผลจากภาพรวมเศรษฐกิจในเอเชียที่น่าจะผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q57 บวกกับ โอกาสที่ธนาคารกลางหลักจะพิจารณาเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบ ซึ่งตลาดหุ้นไทยน่าจะอยุ่ในข่ายที่นักลงทุนต่างชาติสนใจ หากประเด็นการเมืองเริ่มเห็นทางออกที่ชัดเจนขึ้น
          3. วันนี้ติดตามทั้งการเมือง และการประชุม กนง.:
          ศาล รัฐธรรมนูญ พิจารณาต่อคำร้องของนายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ เพื่อยืดเวลาการเข้าชี้แจง กรณีการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนสี ซึ่ง ได้ครบกำหนดวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ นายกฯ ยืนยันหากศาลฯ ไม่ยืดเวลา ก็พร้อมที่จะจัดส่งเอกสารชี้แจงเช่นกัน
          การประชุม กนง. วันนี้ MBKET และ ตลาด คาดว่าจะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.0% หลังการประชุมครั้งก่อน ได้พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย 25bps
          4. เช้านี้ติดตาม Flash PMI การผลิตของจีน: เป็นการรายงานจาก HSBC ประเมินเบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนเม.ย. ตลาดคาดว่าจะยังคงต่ำกว่า 50.0 จุด เป็น 48.3 จุด จากเดือนก่อนหน้า 48.0 จุด
          5. ธนาคารกลางจีนประกาศลด RRR ให้ธนาคารพาณิชย์บางแห่ง: เป็นการลดลงถึง 2.0% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.นี้ เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินกลับเข้าไปในระบบ พร้อมกับการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อในบางท้องที่ แม้ว่าภาพรวมจะเป็นบวกเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการส่งสัญญาณความพร้อมของธนาคารกลางจีนในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในบางพื้นที่

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”  ได้แก่
          1. TRUE : ราคาปิด 6.95 บาท ราคาเหมาะสม 12.70 บาท  
             a) MBKE เชื่อว่าราคาหุ้นมี Downside ที่จำกัด เนื่องจาก YTD หุ้น TRUE -7.3% เทียบกับหุ้นในกลุ่มมือถือ ได้แก่ ADVANC +21.3%, DTAC +27.3% และ SET ICT +17.2%, SET INDEX +8.9%
             b) คาดผลขาดทุนใน 1Q57 จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข็มงวด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของบริษัทในปีนี้ และส่งผลให้ EBITDA ใน 1Q57 กลับมายืนเหนือระดับ 4,000 ล้านบาท ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาสที่ 4,536 ล้านบาท (+36% qoq) และมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติที่ 2,174 ล้านบาท ใน 1Q57 ลดลงจาก 5,218 ล้านบาท ใน 4Q56
             c) ทิศทางผลประกอบการ 2Q57 คาดว่าจะขาดทุนลดลง qoq เนื่องจากจะเป็นไตรมาสแรกที่ได้อานิสงค์เชิงบวกเต็มไตรมาสจากโปรแกรมควบคุมค่าใช้จ่าย และมีโอกาสที่จะพลิกเป็นกำไรสุทธิได้หากเริ่มโอนเสาโทรคมนาคมไปยัง TRUEIF ได้ตามกำหนดการณ์ และทำให้บริษัทสามารถบันทึกกำไรพิเศษได้ราว 3,000 ล้านบาท ใน 2Q57
             d) มีประเด็นบวกสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากบริษัทจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นในวันศุกร์ที่ 25 เม.ย. เพื่อขออนุมัติปรับสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติขึ้นเป็น 49% ตามพ.ร.บ.โทรคมนาคม และเปิดทางให้สามารถหาพันธมิตรร่วมทุนต่างชาติ สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ TRUE ตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2557
          2. IVL : ราคาปิด 23.10 บาท ราคาเหมาะสม 24.50 บาท  
             a) MBKET คาดว่าผลประกอบการ 1Q57 จะพลิกกลับเป็นกำไรสุทธิได้ราว 500 – 700 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิใน 4Q56 เนื่องจากส่วนต่างราคา PET และ PTA เริ่มเห็นทิศทางฟื้นตัว qoq และการปรับตัวลงของราคา PX เป็นปัจจัยบวกให้ส่วนต่างราคา PTA เร่งตัวขึ้น
             b) และคาดว่ากำไรปกติ 2Q57 จะเพิ่มขึ้น qoq เนื่องจากคาดว่าจะไม่มีผลขาดทุนจาก Inventory ที่ต้องบันทึกใน 1Q57 และส่วนต่างราคา PET, PTA ยังมีทิศทางขยับขึ้น qoq ดังนั้น เบื้องต้น เราคาดว่ากำไรปกติ ใน 2Q57 มีโอกาสขยับขึ้นสู่ระดับ 1,200 – 1,500 ล้านบาท
             c) เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีสายโพลีเอสเตอร์ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้วในปี 2556 ที่ผ่านมา และจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในปี 2557 และผลักดันให้พลิกเป็นกำไรปกติ 3,511 ล้านบาท จากผลขาดทุนปกติ 875 ล้านบาท ในปี 2556 และเร่งตัวขึ้น +44.6% yoy เป็น 5,079 ล้านบาท ในปี 2557
             d) แนะนำซื้อเก็งกำไรช่วงสั้น เพื่อคาดหวังการ Turnaround ของผลประกอบการในปีนี้ตั้งแต่ 1Q57 เป็นต้นไป

What will DJIA move tonight?          
          คืนนี้มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้าน

LastUpdate 23/04/2557 11:06:10 โดย : Admin

11-08-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 11, 2020, 7:18 am