ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ไทยออยล์ชี้น้ำมันดิบปรับลดต่อเนื่อง เหตุกดดันจากอุปมานส่วนเกินในทะเลเหนือและแอฟริกา


 ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากอุปทานส่วนเกินบริเวณทะเลเหนือและแอฟริกา เนื่องจากค่าการกลั่นที่ตกต่ำในช่วงที่ผ่านมา กดดันความต้องการใช้น้ำมันดิบจากโรงกลั่นในบริเวณดังกล่าว

 
- การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น Kansas ในสหรัฐฯ ที่มีกำลังการผลิตอยู่ราว 115,000 บาร์เรลต่อวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ กดดันราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส เนื่องจากโรงกลั่นดังกล่าวใช้น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเป็นน้ำมันดิบหลักในการกลั่น
 
- เหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณทางเหนือและตะวันออกของอิรัก ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศแต่อย่างใด เนื่องจากหลุมและท่าขนส่งน้ำมันดิบหลักอยู่ทางใต้ของประเทศ ล่าสุดในเดือน ก.ค. อิรักสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้ตามปกติราว 2.52 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถึงแม้ว่าจะถือว่าต่ำกว่าที่วางแผนไว้เล็กน้อยที่ 2.60 ล้านบาร์เรลต่อวัน
 
- ดัชนีภาคการผลิตจีนในเดือน ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือนที่ 51.7 จาก 51.0 ในเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีภาคการผลิตที่สูงกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตมีการขยายตัว
 
+ ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ ในเดือน ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55.8 จาก 55.4 ในเดือน ส.ค. นอกจากนี้ความรู้สึกผู้บริโภคในเดือน ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 81.8 จาก 81.3 ในเดือนก่อนหน้า ถึอย่างไรก็ดีอัตราการว่างงานในเดิอน ก.ค. จะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.2% จาก 6.1% ในเดือนก่อนหน้า
 
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ อันเป็นผลมมาจากโรงกลั่นในเวียดนามกลับมาดำเนินการตามปกติหลังจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผน นอกจากนี้หน่วยผลิตน้ำมันเบนซินในไต้หวันและเกาหลีใต้สามาถกลับมาดำเนินการหลังได้อีกครั้งหลังจากการปิดซ่อมบำรุงกะทันหันอีกด้วย
 
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลจากแอฟริกา การลดกำลังการกลั่นของโรงกลั่นในยุโรป รวมไปถึงเหตุการณ์การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นกะทันหันในสหรัฐฯ
 
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
 ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวที่กรอบ 98-105 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 105-111 เหรียญฯ
 
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
-จับตาภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินบริเวณทะเลเหนือและแอฟริกา ท่ามกลางความต้องการใช้น้ำมันดิบจากโรงกลั่นที่ซบเซาทั้งในยุโรปและเอเชีย อันเป็นผลมาจากค่าการกลั่นที่ตกต่ำ
 
-เหตุการณ์ความตึงเครียดในอิรักและรัสเซีย ที่ยังคงไม่ได้กระทบต่อความสามารถในการส่งออกน้ำมันดิบของทั้งสองประเทศ โดยล่าสุดอิรักยังคงสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้ตามแผนที่ราว 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน อีกทั้งการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียยังไม่ทำให้การส่งออกน้ำมันดิบปรับลดลงแต่อย่างใด
 
- ติดตามรายงานประจำเดือนของ OPEC ในวันที่ 8 ส.ค.นี้ ว่าจะมีมุมมองต่ออุปสงค์และอุปทานน้ำมันดิบโลกอย่างไร ภายหลังตัวเลขเศรษฐกิจของผู้ใช้น้ำมันดิบหลักโลกอย่างสหรัฐฯ และจีนออกมาดีกว่าคาด ส่อเค้าว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้น
 
-เสถียรภาพของกำลังการผลิตน้ำมันดิบจากลิเบีย ภายหลังการกลับมาดำเนินการของท่าเรือขนส่งและหลุมน้ำมันดิบ ทำให้กำลังการผลิตในเดือน ก.ค. ปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 430,000 บาร์เรล จากราว 210,000 บาร์เรลในเดือนก่อนหน้า ท่ามกลางความวิตกกังวลถึงความเป็นไปได้ที่กลุ่มกบฏจะกลับเข้าขัดขวางการผลิตน้ำมันดิบอีก เหมือนเช่นที่เคยเป็นมา
 
-การปิดซ่อมบำรุงหลุมน้ำมันดิบ Buzzard ที่ทะเลเหนือเป็นเวลาสองสัปดาห์ในเดือน ส.ค. โดยหลุมน้ำมันดังกล่าวเป็นหลุมน้ำมันดิบที่มีกำลังการผลิตสูงสุดในทะเลเหนือ โดยคาดว่าการปิดซ่อมดังกล่าวจะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบที่จะส่งออกลดลงประมาณ 24%
 
ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตาม
วันศุกร์อัตราการว่างงานสหรัฐฯ - ก.ค. 57
ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ (ISM) - ก.ค. 57
ความรู้สึกผู้บริโภคสหรัฐฯ - ก.ค. 57
ดัชนีภาคการผลิตยุโรป (Markrit)- ก.ค. 57
ดัชนีภาคการผลิตจีน (Official) - ก.ค. 57
ดัชนีภาคการผลิตจีน (HSBC)- ก.ค. 57
วันจันทร์ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนยุโรป - ส.ค. 57
ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ - ก.ค. 57
วันอังคารดัชนีภาคการบริการสหรัฐฯ - ก.ค. 57
ยอดสั่งซื้อค้าคงทนสหรัฐฯ - มิ.ย. 57
ยอดสั่งซื้อสินค้าโรงงานสหรัฐฯ - มิ.ย.57
ดัชนีภาคการบริการยุโรป - ก.ค. 57

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 ส.ค. 2557 เวลา : 10:38:15

10-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 10, 2019, 1:22 pm