ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดSET INDEX วันนี้ มีแนวโน้มเปิดขึ้นทดสอบด่าน 1,535-1,540 จุด นำโดยกลุ่ม ICT / น้ำมัน


 กลยุทธ์วันนี้  S-T Profit-taking

ตลาดหุ้นวานนี้:
ตลาดหุ้นไทยวานนี้เกิด Technical Rebound นำโดยหุ้นหลักอย่าง KBANK / PTT / AOT ที่เป็นตัวกด SET INDEX ก่อนหน้านี้ อีกทั้งหุ้น High Beta อย่าง IFEC / ITD / TRUE เริ่มฟื้นตัว ทำให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมกลับมาดีขึ้น ปิด สิ้นวันที่ 1,531.50 จุด บวก 18.66 จุด แต่มูลค่าการซื้อขายเพียง 41,385 ล้านบาท
          
ทั้งนี้ต่างชาติกลับมาขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ 1,021 ล้านบาท อาจเป็นการทยอยลดน้ำหนักการลงทุนใน BAY ก่อนถึงวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. เพราะมูลค่าการซื้อขายของ BAY แต่ละวันค่อนข้างเบาบาง รวมถึงการทำ Big Lot หุ้น TUF กว่า 800 ล้านบาท Long สุทธิ SET50 Index Futures เป็นวันที่ 4 อีก 2,622 สัญญา น่าจะเป็นการปิดสถานะ Short ต่อเนื่อง และซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันแรกในรอบ 9 วันทำการ 737 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          ผลการประชุมเฟดคืนวานนี้ เป็นไปตามคาดด้วยการถอดคำว่า “อดทน” ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเฟดจะไม่อดทนต่อไป สัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยตลาดคาดว่าจะเป็น 3Q58
          วันนี้ติดตามการพิจารณารับหรือไม่รับ พิจารณาคดีทุจริตจำนำข้าว ของอดีตนายกฯ คุณยิ่งลักษณ์ โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
          ติดตามคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำวันนี้ พิจารณางบประมาณวงเงิน 1.0 แสนล้านบาท
          ติดตามเงินทุนต่างชาติในช่วง 2 วันนี้ อาจคงการขายสุทธิ เพื่อทยอยลดน้ำหนักการลงทุนใน BAY ตามผลของ FTSE ในวันพรุ่งนี้

มุมมองต่อตลาด
          เราคงมุมมองการลงทุนเป็น “กลางถึงบวก” วันที่ 3 SET INDEX มีแนวโน้มเปิดขึ้นทดสอบด่าน 1,535-1,540 จุด ผลักดันด้วยกลุ่ม ICT / กลุ่มน้ำมัน จากกรอบเวลาของการประมูล 4G ภายในเดือนส.ค. และการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบในคืนวานนี้ แต่เราเชื่อว่าจะเกิดแรงขายทำกำไรมากขึ้นในบริเวณดังกล่าว เพื่อรอดูผลการพิจารณาของศาลฎีกาฯ ในวันนี้ และภาพรวมทางการเมืองจะเรียบร้อยหรือไม่ รวมถึงผลของการปรับดัชนี FTSE ในวันพรุ่งนี้
         
สำหรับการประชุมเฟดคืนวานนี้ ถือว่าภาพรวมเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ เฟดเริ่มเทน้ำหนักมายังภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก รวมถึงเฟดได้ปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลงเหลือ “เติบโตปานกลาง” จากเดือนม.ค.ที่ภาพรวม “เติบโตแข็งแกร่ง” อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.0% ทั้งนี้เฟดจะพิจารณาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจล่าสุดในการประชุมแต่ละนัด แน่นอนว่าการประชุมเดือนเม.ย.จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ตลาดประเมินว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปในการประชุมเดือนเม.ย.และมิ.ย.
         
ตลาด Nikkei (7.25 น.) เปิดลบเล็กน้อย จากค่าเงินเยนที่แข็งค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน Kospi เปิดบวกเล็กน้อย

กลยุทธ์การลงทุน
         
ดังนั้น เราแนะนำ “นักลงทุนอาจพิจารณาขายทำกำไรในหุ้นเป้าหมายที่แนะนำทยอยสะสมไปก่อนหน้านี้ โดยพิจารณาจากผลตอบแทนการลงทุนรอบสั้นราว 5-10% เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ แทนการตัดสินใจจากการพิจารณาบน SET INDEX เพื่อปิดความเสี่ยงประเด็นภายในประเทศช่วง 2 วันนี้”

Portfolio            
          Top Pick in 1Q15: ADVANC / BJCHI / ITD / KTB
          HOLD: ITD / TPIPL/ BJCHI/ KTB/ TTA/ ADVANC/ MONO / TASCO/ WHA
          Accumulative Buy: ADVANC / TPIPL

Stock Pick of the Day

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำ “ทยอยสะสม” ได้แก่
          1.  ADVANC : ราคาปิด 248.00 บาท ราคาเหมาะสม 320.00 บาท
          a)  MBKET คาดว่าหุ้นกลุ่มสื่อสารจะตอบรับเชิงบวก หลังการประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิตอลวานนี้ มีมติเดินหน้าประมูล 4G ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.2558  
          b)  ADVNAC ได้ประโยชน์สูงสุดจากความคืบหน้าของการประมูล 4G เนื่องจากจะช่วยปลด  ล็อกความกังวลเรื่องปัญหาคลื่นความถี่ 900 MHz ที่จะหมดสัมปทานในเดือน ก.ย.2558
          c)  จะขึ้น XD เงินปันผล 2H57 หุ้นละ 5.96 บาท ในวันที่ 26 มี.ค. คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลในเกณฑ์ดีที่ 2.4%
          d)  คาดกำไรสุทธิปี 2558 เติบโต +16.1% yoy เป็น 41,856 ล้านบาท และเป็นปีแรกที่ได้ประโยชน์เต็มที่จากต้นทุนที่ลดลง หลังย้ายลูกค้ามายังระบบ 3G แล้วถึง 90%
          e)  ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง คาดการณ์ปี 2558 หุ้นละ 13.80 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.6%
          2.  TPIPL : ราคาปิด 2.78 บาท ราคาเหมาะสม 3.40 บาท
          a)  MBKET คงมุมมองเชิงบวกหลังเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของ TPIPL ในวันอังคารที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะที่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาวอย่างต่อเนื่องของบริษัท
          b) คาดผลประกอบการ 1Q58 จะพลิกกลับจากขาดทุนใน 4Q57 และเติบโตสูง yoy เนื่องจากคาดว่าจะไม่มีการตั้งสำรองด้อยค่าสต็อกสินค้าธุรกิจปิโตรเคมี และจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าขยะจำนวน 18 MW ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างพื้นฐานของ TPIPL
          c) นอกจากนั้น TPIPL ยังได้ประโยชน์โดยตรงจากการอ่อนค่าของค่าเงินยูโร เนื่องจากมีเงินกู้สกุลยูโรราว 160 ล้านยูโร (ราว 30% ของเงินกู้ระยะยาว) ดังนั้น การอ่อนค่าลงของค่าเงินยูโรจากสิ้นสุด 4Q57 ที่ 39.76 บาท / ยูโร เหลือ 34.86 บาท / ยูโร จะส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่า 600 ล้านบาท ใน 1Q58
          d) คาดกำไรสุทธิปี 2558 เติบโตถึง +60.8% yoy เป็น 2,143 ล้านบาท และต่อเนื่อง +79.0% เป็น 3,836 ล้านบาท ในปี 2559 ที่รับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าทั้ง 73 MW เต็มปี
          e) มี Upside Risk ที่ยังไม่รวมในประมาณการ คือ โรงไฟฟ้าจำนวน 90 MW ที่ได้รับการตอบรับจาก EGAT แล้ว และอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาขายไฟ (PPA) รวมทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนทิ้งโรงละ 18MW จำนวน 2 โรงของสายการผลิตปูนซีเมนต์ที่ 2 และ 3 ที่อยู่ระหว่างขอ Adder และ PPA ซึ่งจะส่งผลให้ TPIPL ก้าวขึ้นเป็นผู้นำโรงไฟฟ้าขยะ SPP รายใหญ่สุดของไทยกำลังผลิตรวม 199 MW

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
ต่างชาติซื้อสุทธิเป็นวันที่ 2 อีก US$295 ล้าน จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ US$431 ล้าน


บันทึกโดย : วันที่ : 19 มี.ค. 2558 เวลา : 11:31:23

21-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 21, 2019, 6:30 pm