ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นวันนี้ "Window Dressing"


 ตลาดหุ้นวานนี้:

ตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ที่ผ่านมา SET INDEX มีความพยายามที่จะเกิด Technical Rebound ขึ้นทดสอบ 1,500 จุด ผลักดันด้วยกับหุ้นหลักกลุ่มธนาคาร เช่น KBANK / BBL / BAY เป็นต้น รวมถึงหุ้นหลักตัวอื่นๆ ช่วยประคองภาพ SET INDEX แม้ว่ามูลค่าการซื้อขายจะเบาบางเพียง 33,356 ล้านบาท และปิดสิ้นวัน SET INDEX เท่ากับ 1,495.22 จุด ลบเล็กน้อย 1.19 จุด

ด้านนักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 4 อีก 1,047 ล้านบาท กลับมา Short สุทธิใน SET50 Index Futures เป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ 1,994 สัญญา แต่ซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ 3,555 ล้านบาท น่าจะเป็นการโยกเงินจากตลาดหุ้นเข้าตลาดตราสารหนี้เพื่อพักเงิน

ปัจจัยสำคัญวันนี้

เม็ดเงินจากการปิดขาย IPO กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ คาดราว 2-3 พันล้านบาท

ตัวเลข GDP ใน 4Q57 ของสหรัฐฯ 2.2% qoq ต่ำกว่าคาดที่ 2.4% qoq

ติดตามแผนการปฎิรูปการคลังของกรีซที่จะเสนอต่ออียูในวันนี้

มุมมองต่อตลาด

เราคงมุมมองการลงทุนเป็น “กลาง” วันที่ 7 พร้อมประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX ระหว่าง 1,490-1,505 จุด และมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 3.0-3.5 หมื่นล้านบาท เพียงแต่เข้าสู่โค้งสุดท้ายของ Window Dressing ทำให้หุ้นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร / ICT มีแนวโน้มทรงตัวถึงขยับขึ้น

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า NYMEX ปรับฐานลงหลุดแนว US$50/barrel อีกครั้ง จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด สถานการณ์ในเยเมนเป็นกลาง ทำให้กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันต่ำ อย่าง สายการบินที่น่าจะชดเชยกับความเสี่ยงของ ICAO กลุ่มโรงแรม / กลุ่มวัสดุก่อสร้าง / กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง จะได้ประโยชน์ทางอ้อม

นอกจากนี้เม็ดเงินใหม่จากการทยอยปิดขาย IPO กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ราว 3-4 พันล้านบาทในช่วงนี้ เชื่อว่าจะสร้างบรรยากาศการลงทุนเชิงบวกในหุ้นขนาดกลางได้มากขึ้น แต่เนื่องจากเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทยในปลายสัปดาห์นี้ต่อเนื่องไปอีก 2 สัปดาห์ ทำให้ปัจจัยดังกล่าว เป็นเพียงการเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว โดยเน้นหุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานใน 1Q58 จะเติบโตโดดเด่น น่าจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินกองทุนทริกเกอร์ฟันด์รอบนี้

ตลาด Nikkei (7.24 น.) เปิดลบเล็กน้อย หลังตัวเลขผลผลิตภาคอุตฯ เดือนก.พ.ของญี่ปุ่นหดตัวแรงกว่าคาด ขณะที่ Kospi เปิดบวกเล็กน้อย

กลยุทธ์การลงทุน

ดังนั้น เราแนะนำ “นักลงทุนที่เก็งกำไรหุ้นรายตัว อาจใช้เกณฑ์ผลตอบแทนจากการลงทุนราว 5-10% เป็นการตัดสินใจขายทำกำไรเช่นเดิม ขณะที่หุ้นเป้าหมายปรับฐานลงแรง ก็กลายเป็นจังหวะของการเข้าสะสมเก็งกำไรรอบสั้นเช่นกัน” หรือ “ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” เช่นเดิม

Portfolio 

Top Pick in 2Q15: ITD / TASCO / TPIPL/ WHA

HOLD: ITD / TPIPL/ BJCHI/ KTB/ TTA/ ADVANC/ MONO / TASCO/ WHA

Accumulative Buy: SAMART / TASCO


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 มี.ค. 2558 เวลา : 10:15:38

21-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 21, 2019, 6:31 pm