ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ตลาดหุ้นไทย ดิ่งลงแรง ลบ 33 จุด ตามตลาดหุ้นโลก หลังปัจจัยลบถาโถม


ตลาดหุุ้นไทยเปิดวันนี้ (24 สิงหาคม) ดิ่งลงแรง โดย ณ เวลา 10.00 น.ดัชนีตกมาอยู่ที่ 1,332.34 จุด ลบ 33.27 จุด หรือ เปลี่ยนแปลงลดลง 2.44% มูลค่าซื้อขาย 3.31 พันล้านบาท โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก สำหรับตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกได้ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลง

โดยดัชนี MSCI Asia Pacific ร่วงลง 0.9% สู่ระดับ 130.30 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียว

ส่วนดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดวันนี้ที่ 19,075.05 จุด ลดลง 360.78 จุด

ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เปิดวันนี้ที่ 7,719.63 จุด ลดลง 67.29 จุด

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เปิดวันนี้ที่ 1,860.03 จุด ลดลง 16.04 จุด

ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เปิดวันนี้ที่ 2,918.24 จุด ลดลง 52.77 จุด

ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เปิดวันนี้ที่ 1,553.25 จุด ลดลง 21.42 จุด

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีน ร่วงลง 8.4% แตะที่ 3,213.76 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน เมื่อเวลา 10.14 น.ตามเวลาท้องถิ่นในวันนี้ เนื่องจากมาตรการกระตุ้นตลาดหุ้นของทางการจีนไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้

ด้าน บล.เคเคเทรด วิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ว่า SET จะปรับตัวลดลงวันนี้ มีแนวรับบริเวณ 1350 จุด เนื่องจาก Sentiment ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯยังคงย่ำแย่ต่อเนื่อง ด้วยการปรับตัวลดลงแรงถึง 3% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ความปั่นป่วนกระจายไปทั่วตลาดทุนโลก สะท้อนจากการเทขายหุ้นทั่วโลก, ค่าเงินดอลล่าร์พลิกกลับมาอ่อนค่า เหลือ 94.8 จาก 96.8 เมื่อสัปดาห์ก่อน ดันยูโรให้แข็งค่าสุดในรอบ 3 เดือนที่ 1.14 เหรียญฯ/ยูโร, ดัชนี VIX ซึ่งวัดความกลัวหรือความผันผวนในตลาดหุ้น S&P500 พุ่งแตะระดับ 28 สูงสุดในปีนี้

สำหรับ SET ในเชิงเทคนิค สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 5 ปี ที่กราฟรายสัปดาห์ (Weekly chart) ของ SET ที่อยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้นรอบใหญ่ของดัชนีหุ้นไทย ตั้งแต่หลังวิกฤติซับไพรม์ปี 2551 กำลังอ่อนแรงลง ทำให้เรามองว่า การปรับฐานของ SET ยังไม่สิ้นสุด ควรต้องมีความระมัดระวัง

ส่วน บล.คันทรี่กรุ๊ป มองว่า ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อจากความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้นผลจากความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน พร้อมปัญหาการเมืองในเกาหลี และราคาน้ำมันที่ลดลงกดดันต่อผลประกอบการในหุ้นพลังงาน ด้านในประเทศ ปัญหาความไม่สงบกดดันต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว สร้างความเสี่ยงขาลงต่อเศรษฐกิจ ติดตามประเด็นการเริ่มทำงานของครม.ชุดใหม่ว่าจะดำเนินนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจในทิศทางใดบ้าง
                    

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ยังคงให้เน้นการลงทุนเป็นรายตัวที่มีปัจจัยเฉพาะตัวมากกว่า จากความเสี่ยงของการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเน้นในหุ้นที่มีการจ่ายปันผลที่น่าพอใจ ในกลุ่ม Defensive ที่มีรายได้มั่นคง ปันผลน่าพอใจ และสามารถเก็งกำไรในหุ้นส่งออก และรับเหมาก่อสร้าง


LastUpdate 24/08/2558 10:32:34 โดย : Admin

17-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 17, 2019, 8:09 am