ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 


กลยุทธ์วันนี้  Test 1400

ตลาดหุ้นวานนี้: 
          ตลาดหุ้นไทยวานนี้ยังคงขยับขึ้นอย่างโดดเด่น โดยหุ้นหลักกลุ่ม ICT ยังคงมีแรงเก็งกำไรต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่ทะลุ US$36/barrel เอื้อต่อกลุ่มน้ำมัน / โรงกลั่นอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม SET INDEX ยังไม่ผ่านด่านสำคัญ 1,395-1,400 จุด ปิดบวก 16.22 จุด บวกอีก 1,395.75 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 62,112 ล้านบาท โดย JAS ซื้อขายสูงถึง 8.0 พันล้านบาท
          เม็ดเงินทุนต่างชาติ ยังคงซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 4 แต่ลดลงเหลือ 940 ล้านบาท Long สุทธิใน SET50 Index Futures อีกครั้ง 5,408 สัญญา และกลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ 6,584 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          - ติดตามการประชุม ครม. คาดพิจารณาโครงการบ้านประชารัฐ  
          - ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ลดลงต่อเนื่อง ปิดล่าสุด 1.892% ต่ำสุดนานกว่า 8 ปี
          - จีนเตรียมเสนอค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ
          - ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดทะลุ US$37.00/barrel มาอยู่ที่ US$37.90/barrel 

มุมมองต่อตลาด
          เราคงมุมมองต่อการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นวันที่ 7 พร้อมคงเป้าหมาย 1,395-1,400 จุด จะยังไม่สามารถผ่านไปได้ในช่วงสั้นๆ นี้ แม้ว่ากระแสเงินทุนต่างชาติจะยังคงไหลเข้าอย่างหนาแน่น ทั้งตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้ของไทยก็ตาม  
          ปัจจัยที่จะสร้างความผันผวนให้แก่ตลาดหุ้นไทย และ/หรือ ตลาดหุ้นทั่วโลกผ่านมุมมองของเราได้แก่
          - โอกาสเกิด Sell on Fact จากผลการประชุม ECB ในวันที่ 10 มี.ค.
          - และ/หรือ ความผันผวนของหุ้นหลักในกลุ่ม ICT โดยเฉพาะอย่างยิ่ง JAS/ TRUE ที่รอการชำระเงินงวดแรก พร้อมกับ Bank Guarantee ของใบอนุญาตคลื่น 4G ความถี่ 900MHz ภายในวันที่ 21 มี.ค. ล่าสุด TRUE ประกาศจ่ายภายในวันที่ 11 มี.ค.นี้ 
          อีกทั้ง YTD ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงสุดในเอเชีย 8.4% ภายใต้ PER59 ที่ 14.75x ใกล้เคียงกับ +1SD ของ 1Yr Forward PER ย้อนหลัง 5 ปีที่บริเวณ 15.18x เมื่อบวกกับปัจจัยเสี่ยงช่วงสั้นใน 2 ข้อข้างต้น เชื่อว่าความเปราะบางของ SET INDEX อยู่ในระดับสูงที่พร้อมเกิดการเหวี่ยงตัวได้แรง 
          แม้ว่าราคาน้ำมันดิบ NYMEX คืนวานนี้ปิดบวกเด่น 5.5% มาอยู่ที่ US$37.90/barrel น่าจะยังช่วยให้บรรยากาศเก็งกำไรต่อกลุ่มพลังงาน /ปิโตรเคมี / สินค้าโภคภัณฑ์ ยังมีต่อเนื่อง แต่หากพิจารณาจากราคาเหมาะสมด้านปัจจัยพื้นฐานของหุ้นหลักรายตัว เริ่มจำกัด มากยิ่งขึ้น 

กลยุทธ์การลงทุน 
          เรายังคงแนะนำให้ “นักลงทุนทยอยขายทำกำไรมากยิ่งขึ้น และถือเงินสด เพื่อรอเก็งกำไรรอบใหม่ เมื่อ SET INDEX ปรับฐานลง หรือหากต้องการเข้าเก็งกำไรในช่วงสั้น ควรจำกัดวงเงินมากขึ้น” 

          Speculative Buy: ITD / IVL 

Stock Pick of the Day

          กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำ “เก็งกำไร” ได้แก่
          1.  ITD  : ราคาปิด 6.75 บาท ราคาเหมาะสม 12.00 บาท
          a)  MBKET คาดว่าหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะตอบรับเชิงบวก หากการประชุมครม.ในวันนี้มีการพิจารณาอนุมัติแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่รายโครงการ ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าแผนลงทุน Mega Project เดินหน้าตามแผนงาน 
          b)  หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเคลื่อนไหว Underperform ตลาด โดยปรับตัวลง -8.2% เทียบกับ SET INDEX ที่ปรับตัวขึ้น +8.4% จึงเชื่อว่ามีความเสี่ยงที่น้อยกว่าหุ้นกลุ่มหลักอื่นๆ หากตลาดย่อตัวลงจากแรงขายทำกำไร 
          c)  ITD มีปัจจัยเด่นเฉพาะตัวคือโครงการเหมืองแร่โปรแตซที่คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นใน 1Q59 เช่น การกำหนดวันประชาพิจารณ์รอบสุดท้าย ใน เดือน มี.ค. และเป็น Catalyst ที่สำคัญต่อราคาหุ้น 
          d)  ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ 7.00 บาท จึงเปรียบเสมือนได้ธุรกิจอื่นฟรี ได้แก่ เหมืองแร่โปรแตซ, โครงการทวายและทางด่วนที่บังกลาเทศคิดเป็นมูลค่ารวม 5.00 บาทต่อหุ้น
          2.  IVL  : ราคาปิด 23.70 บาท ราคาเหมาะสม 28.00 บาท
          a)  MBKET ประเมินว่าหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมียังมี Momentum เชิงบวก สำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น หลังราคาน้ำมันดิบเมื่อคืนนี้ปรับตัวขึ้น ได้แก่ NYMEX +5.6% และ BRENT +5.5%
          b)  ราคาหุ้น IVL ยัง Laggard เมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี โดย YTD หุ้น IVL +11.3% เทียบกับ PTTGC +18%, PTTEP +37%. PTT +17%, IRPC +14% 
          c)  คาดกำไรปกติปี 2559 เติบโต +35% yoy เป็น 6,518 ล้านบาท จาก Spread ปิโตเคมีที่ฟื้นตัวจากปี 2558 และการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อกิจการในปีที่ผ่านมาจะช่วยหนุนกำลังการผลิตรวมของ IVL ให้เพิ่มขึ้น
          a)  มี Upside Risk ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ คือการซื้อกิจการ Cepsa ในสเปน และ Alpha Pet 2 หากได้ข้อสรุปการเข้าซื้อกิจการในช่วงต้น 2Q59

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 8 อีก US$250 ล้าน จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ US$532 ล้าน 

Foreign Investors Action วานนี้
เงินทุนต่างชาติยังคงหนาแน่นในตลาดหุ้นไทย  
          นักลงทุนต่างชาติคงการซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 4 แต่ชะลอตัวเหลือ 940 ล้านบาท รวม 4 วันทำการ ซื้อสุทธิ 14,350  ล้านบาท และทำให้ YTD นักลงทุนกลุ่มนี้ซื้อสุทธิขยับขึ้นเป็น 6,738 ล้านบาท 
          SET50 Index Futures นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Long สุทธิอีกครั้ง 5,408 สัญญา คาดว่าจะเป็นการเปิดสถานะ Long เพิ่มเติม แม้ว่า SET50 Index ปิดผ่าน 900 จุด และ S50H16 ปิดต่ำกว่า SET50 Index เพียง 0.07 จุด แคบลงจากวันก่อนหน้า Discount เท่ากับ 0.59 จุด และ QTD นักลงทุนกลุ่มนี้ Long สุทธิยังคงทะลุ 120,000 สัญญา เป็น 127,026 สัญญา  
          และกลับมาซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ เป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ 6,584 ล้านบาท กดดันให้ราคาพันธบัตรไทยขยับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ผ่านผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลงเป็นวันที่ 5 มากถึง 5.92bps จากวันก่อนหน้าลดลงเพียง 1.35bps ปิดที่ 1.892% 

Short-Selling วานนี้ 
รวม 1,186 ล้านบาทใกล้เคียงกับวันก่อนหน้า 1,102 ล้านบาท 

NVDR Movement
NVDR ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 5 ยังคงเน้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน 
          การซื้อขายผ่าน NVDR ซื้อสุทธิ 2,732 ล้านบาท ชะลอตัวเล็กน้อยจากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 3,011 ล้านบาท รวม 5 วันทำการ ซื้อสุทธิ  14,143 ล้านบาท โดยเม็ดเงินยังคงเลือกลงทุนใน 2 กลุ่มหลักของตลาดหุ้นไทยคือ กลุ่มธนาคาร และพลังงานต่อเนื่อง สรุปภาพการลงทุนโดยรวมได้ดังต่อไปนี้
          1. กลุ่มธนาคารถูกซื้อสุทธิยังคงถูกซื้อสุทธิสูงสุดเป็นวันที่ 3 อีก 952 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ  1,226 ล้านบาท ตามมาด้วยกลุ่มพลังงาน ซื้อสุทธิ 487 ล้านบาท ลดลงจากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 1,059 ล้านบาท กลุ่มขนส่ง ซื้อสุทธิ 286 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าขายสุทธิ 295 ล้านบาท และกลุ่ม ICT ซื้อสุทธิ 267 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 417 ล้านบาท 
          2. ส่วนกลุ่ม MAI ถูกขายสุทธิสูงสุดเพียง 39 ล้านบาท 
 

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา
          ไม่มี

ยุโรป
          ไม่มี

จีน          
          ยอดขายคอนโดฯ ฮ่องกงทำระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปี: ยอดขายเดือนก.พ. เท่ากับ 1,807 ยูนิต ลดลง 70% yoy และลดลงจากเดือนม.ค.ที่ 2,045 ยูนิต แม้ว่าราคาจะลดลง แต่ด้วยความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ซื้อเลื่อนการตัดสินใจ  
          ทางการจีนเตรียมออกมาตรการดูแลตลาดอสังหาฯ: ทางการเตรียมเสนอกฎใหม่ เพื่อเป็นการควบคุมผู้ซื้อบ้านในลักษณะของการกู้เงินมาจ่ายค่าเงินดาว์นการซื้อบ้าน เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในตลาดอสังหาฯ โดยกฎใหม่นี้ จะมีการควบคุมรวมถึงผู้พัฒนาอสังหาฯ, เอเจนซี่การซื้อขายบ้าน, บริษัทไฟแนนซ์  ขนาดเล็ก, และโครงขายในระดับเดียวกัน จากการเสนอให้สินเชื่อเพื่อนำไปใช้เป็นการชำระเงินดาว์นซื้อบ้าน โดยจะกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์การปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้มายื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย กรณีที่เงินดาว์นมาจากการกู้เงินจากสถาบันการเงินข้างต้น
          ทางการจีนเตรียมเพิ่มค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: รมว.คลัง ยื่นร่างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อ State Council เพื่อพิจารณาก่อนที่จะเสนอแผนต่อสภาประชาชนแห่งชาติจีนในปีนี้ โดยจะมีการลดหย่อนภาษีในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน, ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร 

เอเชียแปซิฟิก
          ยอดส่งออกไต้หวันหดตัวใกล้เคียงคาด: ลดลง 11.8% yoy ในเดือน ก.พ. เทียบกับ Bloomberg Consensus คาดลดลง 11.7% yoy จากเดือนก่อนหน้าที่หดตัว 12.9% yoy ทั้งนี้การส่งออกไปยังสหรัฐฯและจีนหดตัวต่อเนื่องอีก 13.8% และ 13.7% ตามลำดับ ด้านการนำเข้าหดตัวเช่นกัน 13.1% yoy ทำให้ดุลการค้าเกินดุลอยู่ที่ระดับ US$4.16 พันล้าน 
          เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2558: หดตัว 1.1% yoy ใน 4Q58 แม้ว่าจะดีกว่าตัวเลขการประเมินครั้งก่อนและ Bloomberg Consensus ประเมินที่ 1.4% yoy และ 1.5% yoy ตามลำดับ โดยตัวเลขที่มีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นคือการใช้จ่ายภาคธุรกิจ ขณะที่ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2559 มีแนวโน้มอ่อนแอต่อ จากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอีกทั้งเศรษฐกิจจีนที่เป็นคู่ค้าสำคัญชะลอตัวลง

ไทย
          ไม่มี


โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 8 มี.ค. 2559
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 มี.ค. 2559 เวลา : 10:18:58

18-08-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555