ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
รมว.เกษตรฯ เกาะติดสถานการณ์ภัยแล้งพื้นที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ลพบุรี


 


“ฉัตรชัย” เกาะติดสถานการณ์ภัยแล้งและติดตามปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี    ยันฝนที่ตกลงมาขณะนี้ยังเพียงช่วงสั้น สั่งการทุกหน่วยเร่งหารือประเมินสภาพอากาศหลังสงกรานต์นี้ก่อนประกาศเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ของเกษตรกร

 พลเอกฉัตรชัย   สาริกัลยะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   พร้อมด้วยนายเลอศักดิ์    ริ้วตระกูลไพบูลย์   อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร     ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ภัยแล้งและการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์   จังหวัดลพบุรี       จากนั้นได้มอบเงินโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชน เพื่อบรรเทาภัยแล้ง ปี 2558/59 (มาตรการที่ 4) จำนวน 143 โครงการ  วงเงิน 39.28 ล้านบาท แก่ผู้แทนเกษตรกรจำนวน 11 คน    พร้อมตรวจเยี่ยมจุดแจกน้ำอุปโภคบริโภคช่วยเหลือเกษตรกรและเยี่ยมชมแปลงปลูกพืชใช้น้ำน้อยของเกษตรกรพลเอกฉัตรชัย    กล่าวถึงสถานการณ์น้ำและการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาภัยแล้งและการเติมน้ำลงในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในขณะนี้ว่า       เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีความจุประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร   ซึ่งข้อมูล ณ. วันที่ 9 เมษายน 2559     มีน้ำใช้การได้ประมาณ 290 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือ 30%   ซึ่งก็ต้องมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะปัจจุบันเขื่อนป่าสักฯมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำพระเจ้าพระยา    โดยสามารถส่งน้ำเข้ามาช่วยเหลือการอุปโภค-บริโภคในชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร  อีกทั้งสามารถนำน้ำจากเขื่อนป่าสักฯมาช่วยในการรักษาระบบนิเวศน์ผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดจนส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมในระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้อย่างทันท่วงที  มากกว่าที่จะรอน้ำที่มาจากแหล่งน้ำต้นทุนในเขื่อนขนาดใหญ่ทางภาคเหนือ อาทิ  เขื่อนภูมิพล  เขื่อนสิริกิต์  เป็นต้น  ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทางของน้ำมากกว่าการนำน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มาใช้
 
          
รมว.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า     เพื่อเป็นการแก้ปัญหาสภาวะฝนทิ้งช่วงและวิกฤติภัยแล้งที่รุนแรง   ยังได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรร่วมกับกรมชลประทานใช้พื้นที่โครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นพื้นที่ในการปฏิบัติงานภายใต้  “โครงการบริหารจัดการน้ำแบบครบวัฏจักรน้ำพื้นที่โครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์”  หรือ R-Square  Project     เป็นการร่วมมือบริหารจัดการน้ำจากชันบรรยากาศสู่น้ำท่าผิวดิน    โดยนำร่องที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นเขื่อนแรก     กำหนดให้ดำเนินการระหว่างปี 2559 - 2561   โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์  เพื่อวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวง  ให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการน้ำของชลประทาน  ตลอดจนสำรวจและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ชลประทานและนอกเขตชลประทาน โดยใช้การสำรวจระยะไกล     เช่น  สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ    พื้นที่ประสบภัยแล้งในเขตพื้นที่ชลประทาน    รวมทั้งแผนในการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำและพื้นที่เกษตรกรรม   ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ภาคกลางที่เป็นแหล่งปลูกข้าวแหล่งใหญ่ของประเทศ  และการสำรองน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำหลักที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่ภาคกลาง    ตลอดจนการอุปโภค-บริโภค การรักษาระบบนิเวศน์ การผลักดันน้ำเค็ม การเกษตรกรรม   การท่องเที่ยวและการอุตสาหกรรม     
       
 พลเอกฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ช่วงสถานการณ์ภัยแล้งที่เหลืออยู่ได้กำชับและเร่งรัดทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือประชาชน และเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการของภาครัฐทั้ง 17 มาตรการ เป็นของกระทรวงเกษตร 8 มาตรการ  เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบภัยแล้งได้ทันสถานการณ์  ส่วนในบางพื้นที่ที่พบว่ามีปริมาณฝนตกลงมาขณะนี้นั้นเป็นฝนเพียงระยะสั้นๆ หากเกษตรกรลงมือปลูกอาจได้รับผลกระทบได้  โดยขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือช่วงหลังสงกรานต์นี้เพื่อประเมินสภาพอากาศ โดยอ้างอิงข้อมูลจากในและต่างประเทศเพื่อวิเคราะห์ปริมาณฝนและช่วงที่จะเข้าสู่ฤดูฝนปกติให้มีความชัดเจน และแม่นยำที่สุด ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อมูลความชัดเจนในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้  ก่อนจะประกาศเริ่มต้นฤดูเพาะปลูกของเกษตรกร  แม้ว่าจากข้อมูลเบื้องต้นจะพบว่าปรากฏการณ์เอลนิโญ่จะคลายตัวเข้าสู่ภาวะเป็นกลาง ที่น่าจะส่งผลให้ปริมาณฝนตกมากขึ้นในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. 

 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 11 เม.ย. 2559 เวลา : 12:26:44

13-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 13, 2019, 2:55 am