ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 


หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

ตลาดหุ้นไทยวานนี้
          SET INDEX วานนี้ ถือว่าดีกว่าที่คาด เปิดทะลุแนว 1,425 จุด ขึ้นไปทดสอบด่าน 1,430 จุด จากการผลักดันด้วยกลุ่มพลังงาน / ธนาคาร อีกทั้งบรรยากาศรอบเอเชียเป็นบวก ปิด ณ สิ้นวัน SET INDEX บวก 8.94 จุด มาอยู่ที่ 1,423.90 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 47,308 ล้านบาท
ทั้งนี้เงินทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 2 เร่งขึ้นเป็น 1,849 ล้านบาท Long สุทธิใน SET50 Index Futures เป็นวันที่ 7 อีก 6,225 สัญญา และกลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันแรกในรอบ 6 วันทำการ 2,415 ล้านบาท
 
 
 

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          KTB รายงานกำไรสุทธิ 1Q59 ออกมาดีกว่าคาดราว 10%
          ผลการประชุม ECB คงนโยบายการเงินตามคาด
          ติดตามการประกาศงบ 1Q59 ของ DTAC 

ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า
          ตัวเลขการส่งออก – นำเข้า เดือนมี.ค.ของไทย 
          การประชุม FOMC วันที่ 27 เม.ย. / BoJ วันที่ 28 เม.ย.
          ผลการทำประชาพิจารณ์ เหมืองโปรแตช จ.อุดรธานี วันที่ 23 เม.ย.
          การประกาศผลการดำเนินงาน SCC 

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 10)
          แม้ว่า SET INDEX วานนี้จะปิดสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่เราประเมินว่าวันนี้ตลาดจะเข้าสู่ช่วงของการพักฐาน แกว่งระหว่าง 1,410-1,430 จุด เป็นการซื้อขายสุดท้ายของสัปดาห์ อีกทั้งนักลงทุนทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวในช่วงสั้น เพื่อรอฟังผลการประชุมเฟดในวันที่ 27 เม.ย. ต่อมุมมองเศรษฐกิจ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด แม้ว่าครั้งนี้เฟดน่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50% ก็ตาม
          สำหรับผลการประชุม ECB คงนโยบายการเงินตามที่ตลาดคาด แต่มุมมองของประธาน ECB ต่อทิศทางเศรษฐกิจในอียูดีขึ้น จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ในการประชุมครั้งก่อน 
          ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า นอกเหนือจากการประชุมเฟดแล้ว ตัวเลขส่งออก – นำเข้า เดือนมี.ค.ของไทย รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนมี.ค. เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ ล่าสุดรองนายกฯ ให้สัญญาณส่งออกเดือนมี.ค. ฟื้นตัวเป็นเดือนที่ 2 ซึ่งน่าจะช่วยปิดความเสี่ยงด้านภาพรวมของตลาดหุ้นไทยได้เช่นกัน
          อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงแนะนำ “ทยอยขายทำกำไรในหุ้นหลัก” เน้นเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงินในหุ้นขนาดกลางที่มีผลการดำเนินงาน 1Q59 เติบโตเด่น 

Stock Pick of The Day          
          1. เก็งกำไร KTB : ราคาปิด 17.80 บาท ราคาเหมาะสม 20.00 บาท
          a) KTB รายงานกำไรสุทธิ 1Q59 ที่ 7,540 ล้านบาท ลดลง -4.1% yoy แต่เพิ่มขึ้น +10.4% qoq ออกมาดีกว่าคาดการณ์ของตลาดราว 10% จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นเป็น 3.17% ดีขึ้นทั้ง yoy และ qoq รวมทั้งการขยายตัวของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงถึง +22.1% yoy 
          b) คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ที่ 31,522 ล้านบาท +10.6% yoy เติบโตสูงกว่า KBANK ที่คาดว่ากำไรสุทธิปี 2559 จะขยายตัวเพียง 3% และ SCB ที่คาดว่ากำไรสุทธิปี 2559 จะลดลง -1.4% yoy 
          c) จะขึ้น XD หุ้นละ 0.76 บาท วันที่ 10 พ.ค. คิดเป็น Dividend Yield 4.2% และ Valuation ถูก ซื้อขายระดับ PER2559 เพียง 7.7 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่ 9.3 เท่า           
          2. เก็งกำไร THANI: ราคาปิด 3.30 บาท ราคาเหมาะสม 3.66 บาท
          a) THANI รายงานกำไรสุทธิ 1Q59 เติบโต +20% yoy และ +23% qoq เป็น 209 ล้านบาท จากสินเชื่อที่ขยายตัวถึง +3.4% qoq และ NIM เพิ่มขึ้นเป็น 4.6% จาก 1Q58 ที่ 4.5%
          b) คงมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการปี 2559 ที่คาดว่าจะเติบโต +6% yoy เป็น 861 ล้านบาท และต่อเนื่อง +14% yoy เป็น 986 ล้านบาท ในปี 2560 นอกจากนั้น หุ้นกลุ่มเช่าซื้อเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากภาวะดอกเบี้ยต่ำในประเทศ ซึ่งหากกนง.ลดดอกเบี้ยลงในการประชุมเดือน พ.ค. จะส่งผลให้ NIM ใน 2H59 มีโอกาสเร่งตัวขึ้นได้อีก 
          c) Valuation ยังถูก ซื้อขายที่ PER2559 เพียง 8.3 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในเกณฑ์ดีที่ 6%

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 4 มากถึง US$236 ล้าน จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ US$122 ล้าน 
ซื้อสุทธิเกือบทุกตลาด ยกเว้น PSE

Foreign Investors Action วานนี้
เงินทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิทั้ง 3 ตลาดพร้อมกัน

          นักลงทุนต่างชาติคงการซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 2 เร่งขึ้นเป็น 1,849 ล้านบาท รวม 2 วันทำการ ซื้อสุทธิ 1,988 ล้านบาท และทำให้ YTD ซื้อสุทธิขยับขึ้นเป็น 16,157 ล้านบาท
          คง Long สุทธิ SET50 Index Futures เป็นวันที่ 7 เร่งขึ้นเช่นกันเป็น 6,225 สัญญา รวม 7 วันทำการ Long สุทธิทั้งสิ้น 41,955 สัญญา และทำให้ QTD นักลงทุนกลุ่มนี้คงการ Long สุทธิทะลุ 20,000 สัญญา เป็น 28,333 สัญญา เมื่อ S50M16 ปิดต่ำกว่า SET50 Index กว้างขึ้นเป็น 6.65 จุด จากวันก่อนหน้า Discount เท่ากับ 3.54 จุด  
          และตลาดตราสารหนี้นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมาซื้อสุทธิเป็นวันแรกในรอบ 6 วันทำการ 2,415 ล้านบาท เทียบกับ 5 วันทำการก่อนหน้าขายสุทธิ 9,185 ล้านบาท ขณะที่ราคาพันธบัตรไทยลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ในอัตราเร่งขึ้น  อายุ 10 ปี ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 7.43bps จากวันก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.31bps ปิดที่ 1.782% 

Short-Selling วานนี้ 
เท่ากับ 961 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้าที่ 947 ล้านบาท 

NVDR Movement
NVDR ซื้อสุทธิหนาแน่น covered short หุ้น KBANK และซื้อกลุ่มพลังงาน /ปิโตรเคมี

          การซื้อขายผ่าน NVDR คงการซื้อสุทธิเป็นวันที่ 2 เร่งขึ้นเป็น 2,595 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 908 ล้านบาท ประเมินว่าเป็นการ Covered short หุ้น KBANK หลังงบ 1Q59 ออกมาดีกว่าคาด รวมถึง กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างน้ำมัน /ปิโตรเคมี ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา
          ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาเป็นบวก
          - ยอดขอสวัสดิการว่างงานสิ้นสุดสัปดาห์ก่อน เท่ากับ 2.47 แสนตำแหน่ง ดีกว่า Bloomberg consensus คาดที่ 2.65 แสนตำแหน่ง และสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.53 แสนตำแหน่ง
          - ดัชนีชี้นำ เดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 0.2% mom ต่ำกว่าที่ Bloomberg consensus คาดที่ +0.5% mom แต่ฟื้นตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -0.1% mom ประเด็นเชิงบวกในเดือนมี.ค. เป็นผลจากตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ติดลบอีกครั้ง 

ยุโรป
          ยอดค้าปลีกอังกฤษหดตัวมากกว่าคาด: ยอดขายเดือนมี.ค.ลดลง 1.3% mom มากกว่า Bloomberg consensus คาด -0.1% mom ส่วนยอดค้าปลีกที่ไม่รวมยานยนต์หดตัว 1.6% mom เป็นการหดตัวแรงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2557
          ECB คงนโยบายการเงินตามที่ตลาดคาด: ทั้งนี้นโยบายการเงินที่ ECB ใช้อยู่นั้น เริ่มเห็นผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจอียู เพียงแต่ต้องใช้เวลาอีกสักพัก และหากเกิดการปฎิรูปเชิงโครงสร้างด้วยแล้ว ผลของมาตรการต่างๆ จะเห็นผลเร็วยิ่งขึ้น 

จีน          
          ไม่มี

เอเชียแปซิฟิก
          รัสเซีย เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน: หลังการเจรจาที่โดฮ้า ไม่ประสบความสำเร็จ โดยรัสเซียเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดใหม่ เพราะซาอุฯ ก็สามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเช่นกัน ดังนั้นรัสเซียก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน ซึ่งในทางทฤษฎี รัสเซีย สามารถเพิ่มได้ถึง 12 หรือ 13 ล้านบาร์เรล/วัน จากปัจจุบันที่ใกล้ระดับ 11 ล้านบาร์เรล/วัน
          ธนาคารกลางอินโดนีเซียคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย: ที่ 6.75% สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ ทั้งนี้เป็นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายก่อนที่จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนส.ค. ซึ่งจะใช้อัตราดอกเบี้ย RP7 วันเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 5.50%

ไทย
          ไม่มี

โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 22 เม.ย. 2559
 

บันทึกโดย : วันที่ : 22 เม.ย. 2559 เวลา : 10:27:28

20-08-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555