ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 


ตลาดหุ้นไทยวานนี้
          SET INDEX วานนี้ยังไม่สามารถไต่ระดับขึ้นเหนือ 1,430 จุดได้ จากแรงขายทำกำไรหุ้นหลักบางส่วน เพื่อปิดความเสี่ยงกรณี Brexit ที่จะมีขึ้นวันที่ 23 มิ.ย. บวกกับตลาดหุ้นเอเชียและยุโรป ปรับฐานเช่นกัน กดดันให้ SET INDEX ปิดลบ 6.12 จุด มาอยู่ที่ 1,424.68 จุด มูลค่าการซื้อขา 43,658 ล้านบาท
ต่างชาติคงการขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 2 เพียง 118 ล้านบาท กลับมา Long สุทธิใน Set50 Index Futures อีกครั้ง 4,738 สัญญา แต่ขายสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ มากถึง 10,286 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          ความเห็นของประธานเฟดวันที่ 2 ส่งสัญญาณกังวลต่อการเติบโตของ Productivity ที่ชะลอตัวลง อาจเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ 
          IMF ปรับประมาณการ GDP ของสหรัฐฯ ปีนี้ลงเป็น 2.2% จากเดิม 2.4%
          การลงทุนประชามติชาวอังกฤษต่อกรณี Brexit vs Bremain ในวันนี้ 
          ต่างชาติอาจลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยวันนี้ เพื่อปิดความเสี่ยงจากการลงประชามติของอังกฤษ

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 22)
          เราประเมิน SET INDEX จะแกว่งแคบระหว่าง 1,415 – 1,430 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 4.0 หมื่นล้านบาท +/- เท่านั้น เพราะเชื่อว่านักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ชะลอการลงทุน เพื่อรอดูผลการลงประชามติของชาวอังกฤษในค่ำวันนี้ ซึ่งเราน่าจะทราบผลเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการในวันพรุ่งนี้ 
          หากผลออกมาเป็นคงอยู่กับอียู ตลาดหุ้นทั่วโลกจะตอบรับในเชิงบวก ส่วนตลาดหุ้นไทย คาดว่าจะดีดตัวทดสอบด่าน 1,440-1,450 จุด และปรับฐานลง Sideways
          แต่หากผลออกมาเป็นการออกจากอียู ตลาดหุ้น / สินทรัพย์เสี่ยง ทั่วโลกจะปรับฐานลง รวมถึงตลาดหุ้นไทย ที่มีโอกาสทดสอบแนวรับ 1,400 จุด หรือต่ำกว่าได้ 
          แต่ไม่ว่ากรณีใด เชิงกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนรอทยอยสะสม เมื่อ SET INDEX ปรับฐานลงในปลายสัปดาห์นี้ หรือ ต้นสัปดาห์หน้า เพราะประเด็น Brexit มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ และความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นไทยจำกัดมาก โดยเราให้น้ำหนักกับกลุ่มธนาคาร / ค้าปลีก / ปิโตรเคมี / รับเหมาก่อสร้าง / วัสดุก่อสร้าง เพราะแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 2Q59 จะเติบโตเด่นในรอบนี้ 

Stock Pick of The Day          
          1.  สะสม ILINK : ราคาปิด 17.40 บาท ราคาเหมาะสม 21.20 บาท
          a)  MBKET เพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อ ILINK หลังชนะงานประมูลของ AOT มูลค่า 1 พันล้านบาท จะเป็นตัวปลดล็อกธุรกิจ EPC ให้กลับมาเดินหน้า หลัง Backlog ที่ลดลงในช่วงปลายปีที่ผ่านมาเป็นสาเหตุให้ราคาหุ้น Underperform ตลาด 
          b)  มี Catalyst รออยู่ ได้แก่ งานประมูลสายไฟลงดิน มูลค่า 2.5 พันล้านบาทที่คาดว่าจะทราบผลประมูล ใน เดือน ก.ค.และงาน Submarine Cable มูลค่า 2.1 พันล้านบาท ที่คาดว่าจะทราบผลภายใน 3Q59
          c)  กำไร 2Q59 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และจะฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่ 3Q59 เป็นต้นไป และผลบวกจากการรับรู้รายได้งานประมูลเต็มปี ในปี 2560 จะผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2560 เติบโตสูงถึง +29.3% yoy เป็น 346 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยบวก คือ การนำบริษัทลูกคือ ITEL เข้า IPO ในปลายปี 2559 โดยผู้ถือหุ้น ILINK จะมีสิทธิจองซื้อหุ้น IPO ในสัดส่วนราว 6 หุ้น ILINK ต่อ 1 หุ้น ITEL           
          2.  เก็งกำไร KBANK : ราคาปิด 164.00 บาท ราคาเหมาะสม 182.00 บาท
          a)  MBKET เชื่อว่าหากผลการทำประชามติของอังกฤษในคืนนี้ เลือกอยู่ต่อใน EU จะส่งผลให้หุ้นกลุ่มหลักเช่นกลุ่มธนาคารฟื้นตัวเด่นในวันพรุ่งนี้ จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ และกองทุนในประเทศ  
          b)  หุ้นกลุ่มธนาคาร Underperform ตลาดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยลดลง -4.7% เทียบกับ SET INDEX -1.3% ขณะที่ KBANK ลดลงถึง -6.8% เทียบกับหุ้นในกลุ่ม ได้แก่ BAY -1.4%, BBL -4.5%, KTB -4.6% และ SCB -6.4%
          c)  สัปดาห์หน้าจะเข้าสู่ช่วง Preview งบ 2Q59 ของกลุ่มธนาคาร และเชื่อว่ามุมมองที่ระมัดระวังของ Consensus จะส่งผลให้มี Upside Risk หากเริ่มเห็นสัญญาณว่า NPL กำลังจะเข้าสู่จุด Peak แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้กำไรใน 2H59 เข้าสู่การฟื้นตัวในทิศทางเดียวกับภาพเศรษฐกิจ รวมทั้งการตั้งสำรองที่มีโอกาสลดลง 

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 4 อีก US$178 ล้าน จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 

Foreign Investors Action วานนี้
ต่างชาติชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ต่อเนื่อง
          นักลงทุนต่างชาติ คงการขายสุทธิสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 2 เพียง 118 ล้านบาท รวม 2 วันทำการ ขายสุทธิ  262 ล้านบาท เทียบกับ 2 วันทำการก่อนหน้าซื้อสุทธิ 1,882 ล้านบาท และทำให้ YTD ต่างชาติซื้อสุทธิลดลงเล็กน้อยเป็น 28,828 ล้านบาท
          ด้าน SET50 Index Futures นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Long สุทธิอีกครั้ง 4,738 สัญญา คาดว่าจะเป็นการกลับมาทยอยเปิดสถานะ Long อีกครั้ง เมื่อ S50M16 ปิดสูงกว่า SET50 Index เป็นวันที่ 3 เท่ากับ 0.64 จุด จากวันก่อนหน้า Premium เท่ากับ 0.35 จุด โดยยอดสุทธิ QTD สถานะคงการ Long สุทธิขยับเป็น 24,625 สัญญา  
          ส่วนนักลงทุนกลุ่มนี้คงการขายสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ มากถึง 10,286 ล้านบาท เทียบกับ 3 วันทำการก่อนหน้าซื้อสุทธิ 24,168 ล้านบาท โดยที่ราคาพันธบัตรไทยยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง ผ่านพันธบัตรไทย อายุ 10 ปี ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 7 อีก 1.38bps จากวันก่อนหน้าเพิ่มขึ้นเพียง 0.06bps ปิดที่ 2.158% 

Short-Selling วานนี้ 
ลดลงเป็นวันที่ 2 เหลือ 656 ล้านบาท จากวันก่อนหน้า 945 ล้านบาท           

NVDR Movement
NVDR ขายสุทธิเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ โดยยังคงเน้นลดน้ำหนัก SCB ต่อเนื่อง
          การซื้อขายผ่าน NVDR กลับมาขายสุทธิอีกครั้ง 137 ล้านบาท จาก 3 วันทำการก่อนหน้าซื้อสุทธิ 1,872 ล้านบาท โดยเป็นการลดน้ำหนักการลงทุนที่กระจุกตัวเพียง 3 หลักทรัพย์เท่านั้น ขณะที่การซื้อสุทธิเน้นที่ KBANK เป็นหลัก

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค
สหรัฐอเมริกา
          ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาเป็นกลาง: 
          - ยอดขายบ้านมือสอง เดือนพ.ค. เท่ากับ 5.530 ล้านหลัง ต่ำกว่า Bloomberg consensus คาดเล็กน้อยที่ 5.570 ล้านหลัง แต่ดีกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 5.430 ล้านหลัง ทั้งนี้ยอดขายดังกล่าวถือว่าดีสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2550
          IMF ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ: ประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโต 2.2% ในปีนี้ ลดลงจากการประเมินเดือนเม.ย.ที่ 2.4% แต่คงประมาณการปี 2560 ที่ 2.50% พร้อมเตือนถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นในบางช่วงบางขณะก็ตาม 
          ประธานเฟดส่งสัญญาณกังวลต่อ Productivity โดยรวม: การให้ความเห็นต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาด้านสถาบันการเงินของประธานเฟด Janet Yellen เป็นวันที่ 2 แสดงความกังวลต่อการเติบโตของ productivity ที่ชะลอตัว กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เฟดต้องพิจารณาถึงการปรับนโยบายอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามประธานเฟดหวังถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยตลอดเวลา แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนก็ตาม

ยุโรป
          ไม่มี

จีน          
          อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินจีนทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.: อัตราดอกเบี้ย RP 14 วัน ขยับขึ้น 13bps เป็น 2.92% ในตลาดการเงินเซี่ยงไฮ้ เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนอัตราดอกเบี้ย RP7 วัน เพิ่มขึ้นเป็น 2.33% เป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือน

เอเชียแปซิฟิก
          สิงคโปร์ได้นำเงินหยวนเข้าคำนวณในเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ: เริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.นี้ เพื่อให้สอดคล้อกับการเปิดเสรีตลาดเงินของจีน ทางสิงคโปร์ต้องการสร้างความเสถียรภาพของค่าเงินหยวน ก่อนที่จะเข้าคำนวณในระบบตะกร้าเงินของ IMF ในเดือนต.ค.

ไทย
         
กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด: กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี พร้อมทั้งคงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ของไทย ในปีนี้ที่ 3.1% โดยมีแรงส่งจากการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวดี และการท่องเที่ยวที่เข้ามาช่วยชดเชยการส่งออกสินค้าที่ปรับตัวลดลงส่วนปีหน้าได้ปรับลดจีดีพีลงเหลือ 3.2% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.3% เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวชะลอลงกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย ตามการส่งออกสินค้าที่ปรับลดลง
 
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่องโดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ตามที่คาดการณ์ไว้ แต่การลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวในระดับต่ำ และการส่งออกสินค้าที่ยังหดตัวตามเศรษฐกิจเอเชียที่ชะลอลงกว่าที่คาด ในภาพรวมแรงส่งอุปสงค์ในประเทศและการท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชดเชยการส่งออกที่ปรับลดลงได้บ้าง ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่เท่ากับประเมินไว้ครั้งก่อนที่ 3.1% โดยความเสี่ยงด้านต่ำยังมีอยู่จากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่อาจขยายตัวต่ำกว่าคาด และความเชื่อมั่นของภาคเอกชนยังเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ความกังวลด้านภัยแล้งลดลงและราคาสินค้าเกษตรบางรายการเริ่มปรับตัวดีขึ้น
 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 23 มิ.ย. 2559
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 มิ.ย. 2559 เวลา : 10:12:30

18-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 18, 2019, 9:24 am