ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
พาณิชย์เผยโอกาสผลไม้ไทยเจาะตลาดอินเดียใต้


 


พาณิชย์เผยโอกาสผลไม้ไทยเจาะตลาดอินเดียใต้ เฟ้นกลุ่มผู้นำเข้า-กระจายสินค้าสู่ผู้บริโภควางแผนส่งเสริมเน้นคุณภาพ รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน ถึงการขยายตลาดผลไม้ไทยในอินเดียร่วมกับสมาคมผู้นำเข้าผลไม้ของอินเดียใต้ (South India Fresh Fruits Importers Association) ซึ่งเป็นผู้นำเข้าผลไม้ที่สำคัญและกระจายสินค้าผลไม้ไปยังตลาดอินเดียตอนใต้ ว่า กลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่สำคัญ คือ การเปิดโอกาสให้      ชาวอินเดียรู้จักคุ้นเคยกับผลไม้ไทย ทั้งรสชาติ วิธีการรับประทาน  การเก็บรักษา พร้อมกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและคุณประโยชน์ทางโภชนาการ ผลไม้ไทยเป็นที่ต้องการมากเนื่องจากมีความแตกต่าง    จากผลไม้ในท้องถิ่น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล งานเลี้ยง และงานมงคล อาทิ งานแต่งงาน
 
 

แม้ว่าภาคใต้ของอินเดียมีสภาพอากาศไม่ต่างจากภาคใต้ของไทย โดยในแต่ละปีมีผลผลิตผลไม้ออก   สู่ตลาดประมาณ 16,820 ล้านตัน แต่ยังมีความต้องการนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศอยู่มาก โดยเฉพาะผลไม้ประเภทแปลกใหม่ (Exotic) และหาไม่ได้ในท้องถิ่น เช่น ลำไย ลิ้นจี่ เงาะ แก้วมังกร ฝรั่ง และมะขามหวาน จากประเทศในแถบเอเชีย โดยเฉลี่ย 3 ปีที่ผ่านมา (2556 - 2558) มีการนำเข้าผลไม้จากไทยประมาณ      5.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้แก่ ลำไยสด มะขามหวาน และอื่นๆ สำหรับการเข้าสู่ตลาดอินเดียจะต้องเข้าถึง“กลุ่มผู้นำเข้าผลไม้” ซึ่งจะเป็นผู้เลือกซื้อ นำเข้า รวมถึงการกำหนดทิศทางของสินค้าที่จะนำเข้าสู่ตลาด     และจากนั้น“ผู้ขายรายย่อย” ซึ่งมีจำนวนมากทั้งในระดับร้านค้าผลไม้ ร้านสะดวกซื้อ รถเข็น และร้านค้าผลไม้ออนไลน์ จะสั่งซื้อผลไม้ต่อจากกลุ่มผู้นำเข้าเหล่านี้ เพื่อจำหน่ายให้กับผู้บริโภคต่อไป 

กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดที่สำคัญ คือ การเปิดโอกาสให้ชาวอินเดียรู้จักคุ้นเคยกับผลไม้ไทย          ทั้งรสชาติ วิธีการรับประทาน  การเก็บรักษา พร้อมๆ กับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและคุณประโยชน์   ทางโภชนาการของผลไม้แต่ละชนิด อาทิ คุณประโยชน์ในการช่วยระบบการย่อยอาหาร การขับถ่าย และ    การลดน้ำหนัก รวมถึงคุณสมบัติทางโภชนาการของผลไม้ไทยบางชนิดที่มีปริมาณน้ำตาลน้อย เนื่องจากชาวอินเดียจำนวนมากมีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน และโรคเบาหวาน รวมทั้ง      การส่งเสริมการตลาดของผลไม้ไทยควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ตรงกับช่วงการออกสู่ตลาดของผลไม้ประเภทเดียวกันของอินเดีย เพื่อลดปัญหาการแข่งขันด้านการตลาดและราคา
“จะเห็นได้ว่า ผลไม้จากไทยยังมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก เนื่องจากคุณภาพและรสชาติที่ดี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลแต่งงาน ผลไม้ที่มีความแตกต่างจากผลไม้ในท้องถิ่นเป็นที่ต้องการมาก เพื่อใช้สำหรับการเลี้ยงรับรองแขกที่เชิญมาเข้าร่วมงาน ซึ่งผลไม้จากไทยตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

สำหรับกฎระเบียบการนำเข้าผลไม้ของอินเดีย ตามข้อกำหนดของหน่วยงาน Food Safety and Standard Authority of India (FSSAI) และหน่วยกักกันพืช กำหนดให้การนำเข้าผลไม้จะต้องแสดงเอกสารด้านสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) จากหน่วยงานในประเทศผู้ส่งออก ประกอบกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าโดยข้อกำหนดสำหรับผลไม้แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันไป เช่น เงาะจะต้องผ่าน      การรมควันเพื่อจำกัดแมลง รวมถึงจะต้องผ่านการตรวจสอบสารตกค้างไม่ให้เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (Minimum Residue Level) และข้อกำหนดเรื่องการติดฉลากด้วย 


ผู้ส่งออกสามารถศึกษาข้อมูลกฎระเบียบการนำเข้าผลไม้ของอินเดีย รวมถึงอัตราภาษีนำเข้าของผลไม้แต่ละชนิดได้ที่เว็บไซต์ของกรมศุลกากรและสรรพสามิต กระทรวงการคลังของอินเดีย https://icegate.gov.in และจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหาร http://www.fssai.gov.in/ โดยผลไม้ประเภทมังคุด มะม่วง องุ่น แอปเปิ้ล ทุเรียน เงาะ ลำไย ทับทิม จากไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรในการนำเข้าอินเดียภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย - อินเดีย (Early Harvest scheme) ซึ่งผู้ส่งออกจะต้องเตรียมแสดงเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อขอใช้สิทธิการนำเข้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีดังกล่าว 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 มิ.ย. 2559 เวลา : 15:40:52

13-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 13, 2019, 2:55 am