ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 

หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

ตลาดหุ้นไทยวานนี้
         
SET INDEX วานนี้เกิดแรงเก็งกำไรมากขึ้นในช่วงบ่าย หลังตลาดหุ้นยุโรปเปิด และบวกไปกว่า 1% ทำให้หุ้นหลักนำโดยกลุ่มธนาคารขยับขึ้นอย่างโดดเด่น ผลักดันให้ SET INDEX ปิดบวกถึง 11.72 จุด มาอยู่ที่ 1,436.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,702 ล้านบาท
ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ 1,288 ล้านบาท Short สุทธิใน SET50 Index Futures 4,674 สัญญา แต่กลับซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง 1,552 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          ติดตามผลการลงประชามติของชาวสหราชอาณาจักร คาดว่าจะสรุปผลทั้งหมดในช่วง 12.00-13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
          ติดตามตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ค.ของไทย Bloomberg consensus คาด -3.2% yoy 

ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า
          ติดตามรายงานเศรษฐกิจเดือนพ.ค.ของไทย วันที่ 30 มิ.ย.
          ติดตามการประชุมครม.วันอังคารนี้ อาจมีการพิจารณาโครงการรถไฟรางคู่

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 23)
          เราคาดการณ์ว่า SET INDEX เช้านี้จะผันผวนตามผลการนับคะแนนการลงประชามติของชาวอังกฤษ ซึ่งนักลงทุนสามารถติดตามผลดังกล่าวได้จากการสะท้อนของค่าเงินปอร์ดเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หากค่าเงินปอร์ดกลับมาอ่อนค่าแรง บ่งบอกถึง Brexit>Bremain แต่เมื่อใดที่ค่าเงินปอร์ดกลับมาแข็งค่าเด่น สะท้อนถึง Brexit < Bremain 
          - หาก Bremain > Brexit: เก็งกำไรรอบสั้น เพื่อรอขายที่ด่าน 1,440-1,450 จุด เพราะแนวต้านดังกล่าวยังไม่น่าผ่านได้ในช่วงสั้นนี้
          - หาก Bremain < Brexit: รอซื้อเมื่ออ่อนตัวบริเวณ 1,410 / 1,400/ 1,380 จุด เพราะผลกระทบจาก brexit ต่อปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและบริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นไทยเป็นไปอย่างจำกัด   
          ทั้งนี้ผลอย่างเป็นทางการจะอยู่ในช่วงเวลา 12.00-13.00 น.ตามเวลาประเทศไทย
สำหรับปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า เราแนะนำให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค.ของไทย เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานใน 2Q59 ของบริษัทจดทะเบียนว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจาก 1Q59 มากน้อยแค่ไหน รวมถึงวันนี้ติดตามตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ค. Bloomberg consensus คาด –3.2% yoy เป็นการติดลบเดือนที่ 2 
          กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนรอขายทำกำไรบริเวณ 1,440-1,450 จุด เพื่อรอจังหวะย่อตัวในสัปดาห์หน้าเข้าเก็งกำไร 

Strategy of the Day          
          1. กรณีที่ผลโหวตของอังกฤษอยู่ต่อใน EU หุ้นที่คาดว่าจะปรับตัว Outperform ตลาด ได้แก่
          a) กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากเงินทุนที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง ได้แก่ IVL, IRPC
          b) กลุ่มธนาคาร ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากเม็ดเงินต่างชาติ และกองทุนในประเทศที่จะกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นตัวหลักที่เป็น Leader ของกลุ่ม ได้แก่ KBANK, SCB 
          2. กรณีที่ผลโหวตอังกฤษออกจาก EU เป็นโอกาสในการทยอยซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง
          a) กลุ่ม Domestic Play ที่จะได้รับผลกระทบจำกัด และได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ ได้แก่ BBL, CPALL, TK, S11, ILINK
          b) กลุ่มเงินปันผลสูง ได้แก่ JASIF, DIF เพื่อเป็นการพักเงินช่วงที่เกิดความผันผวนในตลาดเงิน และ ตลาดทุน ทั่วโลก

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 5 อีก US$123 ล้าน จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 

Foreign Investors Action วานนี้
ต่างชาติกลับมาสะสมหุ้นไทยหนาแน่นอีกครั้ง
          นักลงทุนต่างชาติ กลับมาซื้อสุทธิสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ หนาแน่นถึง 1,288 ล้านบาท เทียบกับ 2 วันทำการก่อนหน้าขายสุทธิ  262 ล้านบาท ผลักดันให้ YTD ต่างชาติซื้อสุทธิขยับขึ้นเป็น 30,116 ล้านบาท
          ด้าน SET50 Index Futures นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Short สุทธิอีกครั้ง 4,674 สัญญา ใกล้เคียงกับวันก่อนหน้าที่Long สุทธิ  4,738 สัญญา คาดว่าจะเป็นการปิดสถานะ Long ที่เปิดไว้ เมื่อ S50M16 ปิดสูงกว่า SET50 Index เป็นวันที่ 4 กว้างขึ้นเป็น 1.25 จุด จากวันก่อนหน้า Premium เท่ากับ 0.64 จุด โดยยอดสุทธิ QTD สถานะคงการ Long สุทธิลดลงเป็น 19,951 สัญญา  
          ส่วนนักลงทุนกลุ่มนี้กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง แต่ก็เพียง 1,552 ล้านบาท โดยที่ราคาพันธบัตรไทยยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง ผ่านพันธบัตรไทย อายุ 10 ปี ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 8 เท่ากับ 1.21bps จากวัน่อนหน้าเพิ่มขึ้น 1.38bps ปิดที่ 2.171% 

Short-Selling วานนี้ 
ลดลงเป็นวันที่ 3 เหลือ 625 ล้านบาท จากวันก่อนหน้า 656 ล้านบาท           

NVDR Movement
NVDR กลับมาซื้อสุทธิอย่างหนาแน่น เน้นกลุ่มพลังงาน / ICT โดดเด่น
          การซื้อขายผ่าน NVDR กลับมาซื้อสุทธิอีกครั้งมากถึง 1,950 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าขายสุทธิ 137 ล้านบาท เป็นการเก็งกำไรต่อกรณีการลงประชามติของอังกฤษ โดยเน้นสะสมกลุ่มพลังงาน / ICT เด่น ขณะที่กลุ่มที่เป็น Domestic Play สะสมเบาบาง
 

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา
           ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด 
          - ยอดขอสวัสดิการว่างงาน เท่ากับ 2.59 แสนตำแหน่ง ดีกว่า Bloomberg consensus คาด 2.70 แสนตำแหน่ง และดีกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.77 แสนตำแหน่ง
          - ยอดขายบ้านใหม่ เดือนพ.ค. เท่ากับ 5.51 แสนหลัง ต่ำกว่า Bloomberg consensus คาด 5.65 แสนตำแหน่ง และเดือนก่อนหน้าที่ 5.86 แสนหลัง โดยยอดขายบ้านในภาคใต้ ลดลง 0.9% mom 
          - ดัชนีชี้นำ เดือนพ.ค. ลดลง 0.2% mom สวนทางกับที่ Bloomberg consensus คาด 0.2% mom และเดือนก่อนหน้า 0.6% mom 

ยุโรป
          ดัชนี PMI ภาคธุรกิจในอียูทำระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน: ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของอียู เดือนมิ.ย.อยู่ที่ 52.8 จุด ลดลงจากเดือนพ.ค.ที่ 53.1 จุด ต่ำกว่า Reuters poll ที่ 53.0 จุด โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ ของเยอรมันอยู่ที่ 54.1 จุด ลดลงจากเดือนพ.ค.ที่ 54.5 จุด ส่วนของฝรั่งเศส อยู่ที่ 49.4 จุด ลดลงจาก 50.9 จุดในเดือนพ.ค.

จีน          
          อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินจีนทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.: อัตราดอกเบี้ย RP 14 วัน ขยับขึ้น 13bps เป็น 2.92% ในตลาดการเงินเซี่ยงไฮ้ เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนอัตราดอกเบี้ย RP7 วัน เพิ่มขึ้นเป็น 2.33% เป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือน

เอเชียแปซิฟิก
          ธนาคารกลางฟิลิปปินส์คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด: อัตราดอกเบี้ยนโยบายคงที่ที่ 3.0% สอดคล้องกับ Bloomberg consensus คาดการณ์ เพื่อรอดูความชัดเจนถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางผู้นำรัฐบาล Duterte รวมถึงการลงประชามติของอังกฤษ
          อัตราเงินเฟ้อสิงคโปร์ ปรับตัวลงแรงกว่าที่คาด: เดือนพ.ค. อัตราเงินเฟ้อลดลง 1.6% yoy ลดลงในอัตราเร่งเมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.ที่ -0.5% yoy และมากกว่าที่ Bloomberg consensus คาดการณ์ -0.8% yoy  เนื่องจากราคารถยนต์และค่าเช่าบ้านลดลงต่อเนื่อง กดดันอัตราเงินเฟ้อในภาพรวม ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะติดลบไปตลอดที่เหลือของปีนี้ 

ไทย
          ไม่มี

โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 24 มิ.ย. 2559

 

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 มิ.ย. 2559 เวลา : 11:15:10

22-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 22, 2019, 12:18 am