ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
กรมสบส.เตือนรพ.เอกชน 'ใช้หมอ-บุคลากรเถื่อนเช็คอัพเคลื่อนที่' โทษจำคุก 2 ปี อาจสั่งปิดชั่วคราว


 


กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  เตือนโรงพยาบาลเอกชนที่จัดบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่แก่พนักงาน นักศึกษาขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย มีมาตรฐานทั้งเครื่องมือแพทย์ บุคลากร  แนะผู้ประกอบการก่อนทำสัญญาจ้าง  ให้ตรวจดู 2หลักฐานสำคัญคือใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลและใบอนุญาตดำเนินการ   หากพบแห่งใดใช้หมอ-เจ้าหน้าที่ปลอม มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีอาจสั่งปิดสถานพยาบาลชั่วคราวได้ ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสสายด่วน 02-193 7999        
  

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า  ขณะนี้บริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ ได้กลายเป็นช่องทางหาเงินของธุรกิจนอกกฎหมาย  โดยฉวยโอกาสไปให้บริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ให้แก่องค์กรหน่วยงาน สถานศึกษา ที่ไม่สะดวกให้บุคลากรหรือนักเรียนจำนวนมากเดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลตามสัญญาประกันสุขภาพหรือตรวจสุขภาพประจำปีที่เรียกว่าเช็คอัพ(Check up ) ซึ่งกรมสบส.ได้รับการร้องเรียนหลายจังหวัด  โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรม เช่นลำพูน พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา เป็นต้น   จึงขอย้ำเตือนให้สถานพยาบาลเอกชนที่จัดบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ ปฏิบัติตามกฎหมายคือพระราชบัญญัติสถานพยาบาลพ.ศ.2541อย่างเคร่งครัด  เพื่อให้ผลการตรวจสุขภาพมีความถูกต้อง แม่นยำ ให้ผลดีแก่ประชาชนได้รับรู้สถานะสุขภาพของตนเอง นำมาสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อแก้ไขป้องกันการป่วย หรือได้รับรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม
 
อธิบดีกรมสบส.กล่าวว่า สถานพยาบาลที่สามารถจัดบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ได้  จะต้องเป็นสถานพยาบาลหรือเป็นโรงพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยค้างคืนเท่านั้น  คลินิกทั่วไปไม่สามารถดำเนินการได้  จะต้องมีสัญญาระหว่างสถานพยาบาลกับหน่วยงานหรือสถานศึกษาที่ไปตรวจ กำหนดให้รถเอ็กซเรย์ จะต้องมีมาตรฐานได้รับอนุญาตจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีนักรังสีเทคนิคเป็นผู้ให้บริการ และมีผลการสอบเทียบคุณภาพมาตรฐานของเครื่องประจำปีด้วย   กรณีมีการตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ เช่นตรวจเลือด อุจจาระ ปัสสาวะ จะต้องมีนักเทคนิคการแพทย์เป็นผู้ให้บริการ  มีการบันทึกประวัติผู้ใช้บริการ ระบุวัน เวลา สถานที่ และชื่อผู้ประกอบวิชาชีพทั้งหมดที่ออกไปให้บริการ   ซึ่งทุกวิชาชีพต้องมีใบประกอบโรคศิลปะ  
 
หากไม่มีหลักฐานที่กล่าวมาจะถือว่าเป็นหน่วยตรวจสุขภาพเถื่อน  มีโทษ 2 กระทง คือผู้ดำเนินการสถานพยาบาล จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี  หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับโทษฐานไม่ควบคุมดูแล ปล่อยให้บุคคลอื่นที่ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะมาประกอบวิชาชีพ    หากปรากฏว่าก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้รับบริการ  อาจสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราวหรือเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนผู้ประกอบวิชาชีพที่ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ จะมีความผิดแตกต่างกันตามสาขา เช่น แพทย์ มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    
 

ทางด้านนายแพทย์ธงชัย  กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสบส.กล่าวว่า  สถานประกอบการหรือสถานศึกษาที่จะทำสัญญาว่าจ้างสถานพยาบาลเอกชนไปตรวจสุขภาพ  ก่อนทำสัญญาขอให้ตรวจสอบหลักฐานสถานพยาบาล 2 ส่วนได้แก่ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล  และใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาลประเภทรับผู้ป่วยค้างคืน ซึ่งออกโดยกรมสบส. ขณะนี้มีโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับอนุญาตและขึ้นทะเบียนที่กรมสบส.ทั่วประเทศ 347 แห่ง   สามารถตรวจสอบชื่อที่ตั้งและแพทย์ที่ได้รับอนุญาตดำเนินการได้ที่เว็บไซต์สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ  www.hss.moph.go.th  จะต้องแสดงหนังสือแจ้งการให้บริการ  มีรายชื่อผู้ให้บริการและหลักฐานใบประกอบโรคศิลปะของผู้ประกอบวิชาชีพแต่ละสาขา ใบอนุญาตรถเอ็กซเรย์จากสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พร้อมแสดงใบแสดงผลการสอบเทียบเครื่องเอ็กซเรย์ประจำปีจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ส่วนในวันที่ตรวจสุขภาพจริง ขอให้ผู้บริหารสถานประกอบการ หรือสถานศึกษา ตรวจสอบบุคลากรที่ให้บริการในวันนี้ว่าตรงกับรายชื่อที่สถานพยาบาลแจ้งไว้หรือไม่  หากไม่ตรง ขอให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่  หรือแจ้งที่สายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ กรมสบส. หมายเลข 02-193-7999 ทันที เพื่อดำเนินการทางกฎหมายทันที

ทั้งนี้ สถานพยาบาลเอกชนที่จะให้บริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ จะต้องแจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่นั้นๆ ล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ  แจ้งชื่อ ที่ตั้งสถานที่ที่จะไปให้บริการ รวมทั้งแจ้งพร้อมสำเนารายชื่อเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบโรคศิลปะด้วย  
 
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 ส.ค. 2559 เวลา : 13:36:40

13-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 13, 2019, 2:53 am