ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 


ตลาดหุ้นไทยวานนี้
          SET INDEX วันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดซึมตัวลงไปแกว่งแคบบริเวณ 1,505 จุด +/- ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง BANPU / PTTEP รวมถึง SCC ช่วยพยุง SET INDEX ในภาพรวม ขณะที่หุ้นกลางเด่น CBG/ MINT/ CPN ปิด ณ สิ้นวัน SET INDEX ลบ 9.52 จุด มาอยู่ที่ 1,504.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,388 ล้านบาท
          ทั้งนี้เงินทุนต่างชาติคงการขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 2 อีก 580 ล้านบาท Short สุทธิใน SET50 Index Futures 366 สัญญา แต่กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ 5,238 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          - ติดตามการ Debate รอบ 2 ระหว่าง Clinton และ Trump เช้าวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย
          - ตลาดหุ้นจีนเปิดทำการเป็นวันแรกหลังปิดทำการมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
          - ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนส.ค. ออกมาต่ำกว่าคาด
          - ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันเพื่อสุขภาพและการกีฬา

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 11)
          ด้วยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และการจ้างงานภาคเอกชน เดือนส.ค.ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้อัตราการว่างงานโดยรวมขยับขึ้นเป็น 5.0% อย่างไรก็ตามล่าสุดตลาดกลับให้โอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.เท่ากับ 64.3% ขยับขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า 63.6% คาดว่าเม็ดเงินทุนไหลจะชะลอตัวต่อเนื่อง เพื่อรอดูทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ทำให้ทิศทางค่าเงินดอลลาร์แกว่งออกด้านข้าง ส่งผลให้ Upside ของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างน้ำมันในช่วงสั้นๆ จำกัด และสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มพลังงานขึ้นมาเด่นสุดถึง 2.47% wow เทียบกับ SET INDEX +1.42% wow 
          SET INDEX วันนี้คาดมีโอกาสหลุดแนว 1,500 จุดระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย เพราะขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุน แนวรับถัดไป 1,470-1,480 จุด เป็นบริเวณที่น่าสนใจเข้าเก็งกำไรรอบสั้นอีกครั้ง เน้นกลุ่ม Domestic Play แทนกลุ่ม Commodity หรือเป็นการทำ Sector Rotation 
          ปัจจัยสำคัญวันนี้ติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีน ซึ่งเปิดทำการเป็นวันแรก หากมีการปรับตัวขึ้นเด่น อาจเป็นภาพสะท้อนเม็ดเงินทุนต่างชาติได้เช่นกัน
กลยุทธ์การลงทุน “คงใช้ Swing Trade ขึ้นแรงขาย – ลงแรงซื้อ” เน้นขายทำกำไรเล่นรอบตามแนวต้านด่านสำคัญ โดยเก็งกำไรบนแนวโน้มงบ 3Q59 เป็นสำคัญ 

Strategy of the Day
          1. เก็งกำไร SCB : ราคาปิด 151.00 บาท ราคาเหมาะสม 169.00 บาท
          a) MBKET คาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q59 ที่ 1.29 หมื่นล้านบาท เติบโตสูง +43% yoy และทรงตัว qoq  จากการตั้งสำรองที่ลดลงถึง -64.9% yoy และ -34.1% qoq เหลือ 5.6 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ 3Q58 ที่มีการตั้งสำรองสูงถึง 1.6 หมื่นล้านบาท จากกรณี SSI 
          b) คาดสินเชื่อจะมีทิศทางขยายตัวใน 4Q59 ทั้งจากสินเชื่อภาคธุรกิจที่เข้าสู่ High Season ของความต้องการเงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่อ Consumer ที่เริ่มกลับมาขยายตัวในทิศทางเดียวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่การปล่อยกู้เพื่อทำ Tender Offer หุ้น JAS เป็น Upside Risk ที่ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการสินเชื่อปี 2559ของเรา 
          a) คงประมาณการกำไรปี 2559 เติบโต +5.9% yoy เป็น 4.9 หมื่นล้านบาท และ +14.5% yoy เป็น 5.7 หมื่นล้านบาทในปี 2560 ขณะที่ Valuation น่าสนใจ ซื้อขาย PBV2560 ที่ 1.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีตที่ 1.8-2.0 เท่า

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
          กลับมาขายสุทธิเป็นวันแรกในรอบ 5 วันทำการ US$131 ล้าน จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิเพียง US$44 ล้าน 
          ขายแทบทุกตลาดยกเว้น Kospi  

Foreign Investors Action วานนี้
          ต่างชาติพักเงินในตลาดตราสารหนี้ 
          นักลงทุนต่างชาติ คงการขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 2 อีกเล็กน้อย 580 ล้านบาท รวม 2 วันทำการขายสุทธิ 1,051 ล้านบาท ทำให้ YTD ต่างชาติซื้อสุทธิลดลงอีกเล็กน้อยเป็น 133,734 ล้านบาท
          ด้าน SET50 Index Futures นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Short สุทธิอีกครั้ง 366 สัญญา เราคาดว่านักลงทุนกลุ่มนี้กลับมาเปิดสถานะ Short อีกครั้ง เนื่องจาก S50Z16 กลับมาปิดสูงกว่า SET50 Index เป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ เท่ากับ 0.47 จุด จากวันก่อนหน้า Discount เพียง 0.35 จุด ทำให้ยอด QTD ใน 4Q59 นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Short สุทธิอีกครั้ง 94 สัญญา
          แต่นักลงทุนกลุ่มนี้ กลับมาซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้เป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ 5,238 ล้านบาท เทียบกับ 2 วันทำการก่อนหน้าขายสุทธิ 3,206 ล้านบาท ขณะที่ราคาพันธบัตรไทยปรับฐานลงเป็นวันที่ 5 แต่เริ่มชะลอตัว ผ่านผลตอบแทนพันธบัตรไทย อายุ 10 ปี ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 5 เพียง 0.47bps จากวันก่อนหน้าเพิ่มขึ้น1.98bps ปิดที่ 2.206%

Short-Selling วานนี้ 
          ลดลงเล็กน้อยเป็น 762 ล้านบาท จากวันก่อนหน้า 784 ล้านบาท และ SBL กระจายตัว 54 ตัว เท่ากับวันก่อนหน้า  

NVDR Movement
          NVDR กลับมาขายสุทธิเป็นวันแรกในรอบ 6 วันทำการ เน้นกลุ่มขนส่ง – โรงพยบาล
          การซื้อขายผ่าน NVDR กลับมาขายสุทธิ 975 ล้านบาท จาก 5 วันทำการก่อนหน้าซื้อสุทธิ 7,018 ล้านบาท โดยเน้นลดน้ำหนักกลุ่มขนส่งสูงสุด 447 ล้านบาท กลุ่มโรงพยาบาล 208 ล้านบาท และกลุ่มอาหาร 206 ล้านบาท แต่ซื้อสุทธิกลุ่มวัสดุก่อสร้างสูงสุด เพียง 74 ล้านบาท

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา
          ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด
          - การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.56 แสนตำแหน่ง ต่ำกว่า Bloomberg Consensus คาด 1.68 แสนตำแหน่ง และเดือนก่อนหน้า 1.67 แสนตำแหน่ง
          - การจ้างงานภาคเอกชน เดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.67 แสนตำแหน่ง ต่ำกว่า Bloomberg consensus คาด 1.70 แสนตำแหน่ง แต่ดีกว่าเดือนก่อนหน้า 1.44 แสนตำแหน่ง
          - อัตราการว่างงานเดือนก.ย. เท่ากับ 5.0% สูงกว่า Bloomberg consensus คาด 4.9% และเดือนก่อนหน้าที่ 4.9% 

ยุโรป
          ราคาบ้านในอังกฤษเพิ่มขึ้นต่ำสุดในรอบ 3 ปี: ราคาบ้านเฉลี่ย 3 เดือนสิ้นสุดเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 5.8% yoy ชะลอตัวจากราคาเฉลี่ย 3 เดือนก่อนหน้า 6.9% yoy เป็นการเพิ่มขึ้นต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2556 และเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% mom เป็น GBP214,024/หลัง 

จีน
          ไม่มี

เอเชียแปซิฟิก
          ไม่มี

ไทย
           ไม่มี
 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 10 ต.ค. 2559


 

บันทึกโดย : วันที่ : 10 ต.ค. 2559 เวลา : 10:15:26

16-11-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555