ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 ตลาดหุ้นไทยวานนี้

          SET INDEX วานนี้กลับมายืนเหนือ 1,500 จุดเป็นวันแรกในรอบ 5 วันทำการ ผลักดันด้วยกลุ่มพลังงานและกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็นสำคัญ อีกทั้งค่าเงินบาทแกว่งแคบ 35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูดีขึ้น ปิด ณ สิ้นวัน SET INDEX อยู่ที่ 1,504.52 จุด บวก 8.80 จุด มูลค่าการซื้อขาย 54,664 ล้านบาท
ทั้งนี้ต่างชาติคงขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 7 อีก 1,478 ล้านบาท แต่กลับมา Long สุทธิใน SET50 Index Futures มากถึง 6,045 สัญญา และซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ 18,062 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          ติดตามผลการประชุมเฟดคืนนี้ ตลาดคาดคงอัตราดอกเบี้ย
          Poll ล่าสุดของ Washington Post และ LA Times พบว่า Trump มีคะแนนเหนือ Clinton ราว 1 จุดและ 4 จุดตามลำดับ
          เม็ดเงินทุนต่างชาติเริ่มกลับมาสะสมพันธบัตรไทยหนาแน่นอีกครั้ง
          ค่าการกลั่นหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ ปิดบวกเด่น ใกล้ระดับ US$9/barrel

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 27)
          เมื่อ SET INDEX กลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้อีกครั้ง เราประเมินว่า SET INDEX มีโอกาสไต่ระดับขึ้นสู่กรอบ 1,515-1,520 จุด ผลักดันด้วยผลการประชุมเฟดค่ำคืนนี้ คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่ตลาดคาด และทำให้เกิดแรงเก็งกำไรช่วงสั้นก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในสหรัฐฯ วันที่ 8 พ.ย. สังเกตุได้จากเม็ดเงินทุนต่างชาติเริ่มกลับมาสะสมตลาดตราสารหนี้ไทยหนาแน่นอีกครั้ง
          อย่างไรก็ตาม เรายืนยันให้นักลงทุน “ทยอยขายทำกำไร” เมื่อ SET INDEX ขยับขึ้นเข้าใกล้ 1,515-1,520 จุด และถือเงินสด เพราะเรายังไม่มั่นใจว่าผลการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐฯ นาง Clinton จะประสบชัยชนะเหมือนโพลล์ต่างๆ ที่รายงานออกมา ตัวแปรของผู้ยังไม่ตัดสินใจอาจมากพอที่จะสร้างความประหลาดใจให้กับผลดังกล่าว เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในกรณีการลงประชามติของชาวอังกฤษในวันที่ 23 มิ.ย. 2559 มาแล้ว
          กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง – กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ยังคงเด่น หลังครม.อนุมัติโครงการรถไฟรางคู่ 3 เส้นทาง มูลค่าเงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท และสัปดาห์หน้าจะมีการขายซองประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง – สีชมพู มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 9 หมื่นล้านบาท ย่อมทำให้หุ้น 2 กลุ่มนี้มีสีสรรในช่วงนี้ ภายใต้หุ้นขนาดใหญ่บางตัวที่ขึ้นเด่นตามปัจจัยบวกเฉพาะตัว

Strategy of the Day
          1. สะสม SCB : ราคาปิด 143.00 บาท ราคาเหมาะสม 169.00 บาท
          a) MBKET คงมุมมองเชิงบวกหลังเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของ SCB วานนี้ และคาดว่าสินเชื่อในปี 2560 จะเติบโตโดดเด่นจากสินเชื่อรายย่อยที่ได้แรงผลักดันจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
          b) มี Catalyst รออยู่ ได้แก่ 
          I. มีโอกาสที่จะกลับรายการหนี้สูญของ SSI โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการจากศาลล้มละลายกลาง ซึ่งจะส่งผลให้ NPL ลดลงจาก 3.2% เหลือ 2.6% และ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 155% ดังนั้น การตั้งสำรองในปี 2560 คาดว่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
          II. การขายหุ้น SCB LIFE ให้กับพันธมิตร ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากสำเร็จจะส่งผลให้ SCB มีโอกาสบันทึกกำไรพิเศษสูงถึง 3.5 หมื่นล้านบาท 
          c) คาดกำไรสุทธิปี 2560 เติบโต +26.3% yoy เป็น 5.8 หมื่นล้านบาท และมี Upside Risk จากการตั้ง Provision ที่อาจลดลงต่ำกว่าคาดการณ์หากสามารถกลับรายการหนี้สูญของ SSI ได้ ขณะที่ Valuation มีความน่าสนใจ ซื้อขายที่ PBV2560 เพียง 1.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังที่ 1.8 เท่า 

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
ขายสุทธิเป็นวันที่ 5 อีก US$35 ล้าน จากวันก่อนหน้าขายสุทธิ US$180 ล้าน            

Foreign Investors Action วานนี้
ต่างชาติยังคงลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง
          นักลงทุนต่างชาติ ยังคงขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 7 ลดลงเป็น 1,478 ล้านบาท รวม 7 วันทำการขายสุทธิ 8,477 ล้านบาท ส่งผลให้ YTD นักลงทุนกลุ่มนี้ซื้อสุทธิลดลงอีกเป็น 112,931 ล้านบาท
          ด้าน SET50 Index futures นั้นนักลงทุนกลุ่มนี้คงการ Long สุทธิเป็นวันที่ 2 เร่งขึ้นเป็น 6,045 สัญญา รวม 2 วันทำการ Long สุทธิ 8,141 สัญญา คาดว่าจะเป็นการทยอยปิดสถานะ Short ต่อเนื่อง ส่งผลให้ S50Z16 กลับมาปิดสูงกว่า SET50 Index เป็นวันแรกในรอบ 5 วันทำการ 1.94 จุด จากวันก่อนหน้า Discount เท่ากับ 1.56 จุด ส่งผลให้ QTD ใน 4Q59 นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะ Short สุทธิเหลือเพียง 1,855 สัญญา 
          และนักลงทุนกลุ่มนี้กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ไทยเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ มากถึง 18,062 ล้านบาท เทียบกับ 3 วันทำการก่อนหน้าขายสุทธิ 5,499 ล้านบาท ภายใต้ราคาพันธบัตรไทยฟื้นตัวเป็นวันที่ 2 ผ่านผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ลดลงอีกเล็กน้อย 0.34bps จากวันก่อนหน้าลดลง 1.78bps ปิดที่ 2.145%

Short-Selling วานนี้ 
เพิ่มขึ้นเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ เท่ากับ 883 ล้านบาท จากวันก่อนหน้า 521 ล้านบาท ด้วยจำนวนหุ้น 64 หลักทรัพย์ จากวันก่อนหน้า 51 หลักทรัพย์           

NVDR Movement
NVDR ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 2 กลับมาเน้นกลุ่มพลังงานเด่นอีกครั้ง
          การซื้อขายผ่าน NVDR วานนี้คงการซื้อสุทธิ 824 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 1,028 ล้านบาท โดยกลับมาซื้อสุทธิกลุ่มพลังงานหนาแน่น 644 ล้านบาท กลุ่มวัสดุก่อสร้าง 165 ล้านบาท แต่ขายทำกำไรกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง 107 ล้านบาท 

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา
          ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นกลาง
          - ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนต.ค. เท่ากับ 53.4 จุด ดีกว่าเดือนก่อนหน้า 51.5 จุด โดยคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 53.4 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1.9 จุด โดยเป็นคำสั่งซื้อภายในประเทศและส่งออก
          - ดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนต.ค. เท่ากับ 51.9 จุด ดีกว่า Bloomberg consensus เล็กน้อย 51.6 จุด และเดือนก่อนหน้า 51.5 จุด
          - การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างเดือน ก.ย. หดตัว 0.4% mom สวนทางกับที่ Bloomberg consensus คาด +0.5% mom แต่หดตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า -0.5% mom จากตลาดบ้านที่ไม่ฟื้นตัว 

ยุโรป
          ESM คาดว่าจะตกลงและให้เงินกู้ช่วยเหลือแก่กรีซภายในสิ้นปีนี้: หัวหน้า European Stability Mechanism (ESM) ให้ความเห็นถึงการหารือกับกรีซมีความคืบหน้าต่อเนื่อง และอาจนำไปสู่การให้สินเชื่อระยะสั้นแก่กรีซภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อตกลงว่ากรีซจะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมภายในกลางปี 2561 
          นักลงทุนถอนแผนการช่วยเหลือธนาคาร Monte dei Paschi: นาย Veteran นายแบงก์ และอดีต รมว.อุตฯ นาย Passera ได้ถอนแผนการช่วยเหลือธนาคาร Banca Monte dei Paschi di Siena เนื่องจากธนาคารไม่สนใจถึงความต้องการของผู้ถือหุ้น ส่งผลให้ธนาคารต้องเผชิญกับแผนการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยตนเอง โดยมี JP Morgan เป็นที่ปรึกษาในการขายหนี้เสีย 2.8 หมื่นล้านยูโร และเพิ่มทุนใหม่อีก 5.0 พันล้านยูโร 

จีน
          ตัวเลขเศรษฐกิจจีนออกมาเป็นบวก: 
          - ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนต.ค. เท่ากับ 51.2 จุด เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2557 และดีกว่าที่ Bloomberg consensus คาด 50.3 จุด จากการก่อสร้างที่เติบโต ธุรกิจขนาดเล็กขยายตัวเด่น 
          - ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนต.ค. เท่ากับ 54.0 จุด เป็นระดับดีสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2558 เร่งขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่ 53.7 จุด 
          ปริมาณที่ดินสำหรับพัฒนาอสังหาฯ ลดลง 7.8% yoy ใน 9M59: เป็น 71,000 เฮกเตอร์ โดยที่ดินสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยลดลง 8.4% yoy เป็น 47,900 เฮกเตอร์ โดยรวมปริมาณพื้นที่สำหรับการพัฒนาอสังหาฯ ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2553 ส่งผลให้ปริมาณบ้านใหม่จะเข้าสู่ตลาดในปี 2560-2561 ลดง ทั้งนี้ทางการจีนยังคงมุ่งเน้นนโยบายอสังหาฯ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละเมือง และปรับระดับให้สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจ เพื่อให้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ มีเสถียรภาพ 

เอเชียแปซิฟิก
          BoJ คงนโยบายการเงิน เลื่อนเป้าหมายเงินเฟ้อออกไปอีก: BoJ ประเมินเศรษฐกิจเติบโตระดับปานกลาง จากการส่งออกและการบริโภคที่เริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ความเสี่ยงยังคงอยู่รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ยังอ่อนแอ ส่งผลให้เป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2561 จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะเป็นปีงบประมาณ 2560 นอกจากนี้ BoJ ได้ปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อปี 2560-2561 ลง จากความอ่อนแอของตลาดต่างประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัวล่าช้า อย่างไรก็ตาม BoJ คงอัตราดอกเบี้ยที่ -0.10% และเป้าหมายการเข้าซื้อสินทรัพย์เพื่อขยายฐานปริมาณเงิน 80 ล้านล้านเยน/ปีเช่นเดิม 

ไทย
          ครม.อนุมัติโครงการรถไฟรางคู่ 3 เส้นทาง: ครม. เห็นชอบโครงการรถไฟทางคู่  3 เส้นทาง 403 กิโลเมตร (กม.) รวมมูลค่าลงทุนประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ได้แก่ เส้นทางนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. มูลค่าโครงการ 20,036 ล้านบาท, เส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กม. มูลค่าโครงการ 24,840 ล้านบาท และเส้นทางหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์  ระยะทาง 90 กม. มูลค่าโครงการ 10,301 ล้านบาท
    อัตราเงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย. ต่ำกว่าคาด : อัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ที่ระดับ 0.38% yoy เท่ากับเดือนก่อนหน้าแต่ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.41% yoy 


         
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 2 พ.ย. 2559


 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 พ.ย. 2559 เวลา : 11:00:26

14-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 14, 2019, 4:42 pm