ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน คาด SET Index ปรับตัวแข็งแกร่งต่อไป (12/01/61)


 Today Selections  >>  BCH, PSH, PTTEP

Stock          S          R         Comment
BCH          15.50      16.00       WMC โดดเด่น พระเอกหนุนกำไรเติบโต
PSH          23.00      23.60       เล็งเปิดโครงการ Luxury 4 โครงการ มูลค่า 5.0 พันล้านบาท
PTTEP       107.00     110.00       อานิสงส์น้ำมันขาขึ้น 66$/bbl

ICT Preview
          SET : คาด SET Index ปรับตัวแข็งแกร่งต่อไป โดยปัจจัยประคับประคองที่สำคัญยังคงได้แก่ 1) เงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง (YTD ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของเอเชียแล้ว) 2) ราคาน้ำมันดิบที่ทำระดับ New High ต่อเนื่อง 3) สัญญาณล่วงหน้าจาก ETF หุ้นไทยเมื่อคืนนี้ที่ปรับตัวเป็นบวกราว 1.4% แต่การปรับขึ้นของดัชนีจะมาพร้อมกับความผันผวน เนื่องจาก 1) Valuation ที่เริ่มอยู่ในระดับสูง เนื่องจาก EPS ยังไม่ถูกปรับขึ้น และ 2) การเปิดสถานะ Short ของนักลงทุนต่างชาติในตลาดล่วงหน้าเมื่อวานนี้ เกือบ 5 พันสัญญา
          ICT : เรา Preview ผลประกอบการไตรมาส 4/60 ของกลุ่ม Mobile operator ออกมาดังนี้
          1) ADVANC : คาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,418 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 3 เนื่องจากไตรมาสก่อนมี Tax incentive สำหรับภาพรวมปี 2017 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิต่ำกว่าปี 2016 ด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่สูงขึ้น รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัย Offset รายได้ของบริษัทที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดราคาในกระดานสูงกว่าราคาเป้าหมายของเราที่ 189 บาท จึงแนะนำ "Trading Buy"
          2) DTAC : คาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 845 ล้านบาท โดดเด่นกว่าทุกไตรมาสของปี 2017 เนื่องจากรายได้ด้านการบริการและยอดขายสูงขึ้นจากยอดจำหน่าย iPhone X ในช่วงปลายปี สำหรับปี 2017 ที่ผ่านมาถือว่า DTAC ประสบความสำเร็จอย่างมากในการลดค่าใช้จ่าย จนทำให้เห็นการเติบโตของกำไร อย่างไรก็ตามในปีนี้คาดว่าค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นจากต้นทุนของคลื่น 2300MHz กับ TOT ที่คาดว่าจะเริ่มดีลนี้ได้ในไตรมาส 2 ของปีนี้ คงราคาเป้าหมายที่ 50 บาท แนะนำ "ถือ"
          กลยุทธ์การลงทุน : SET Index ปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงจนเข้าใกล้ระดับเป้าหมายของเราปีนี้ที่ 1815 จุด คาดดัชนียังคงถูกประคับประคองด้วยปัจจัยเงินบาทแข็งค่าและราคาน้ำมันดิบที่ยืนในระดับสูง อย่างไรก็ดีเพื่อความปลอดภัยอาจเลือก Take profit ในหุ้นที่มีการปรับตัวขึ้นมามากแล้ว และ Selective การลงทุนเป็นรายตัวมากขึ้น มองกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจได้แก่
          1) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีเงินปันผลในระดับน่าสนใจได้แก่ AP, LH, QH, SIRI
          2) กลุ่มสื่อสารที่ได้ประโยชน์จากการลดข้อจำกัดต่างๆของภาครัฐ ได้แก่ ADVANC, TRUE
          3) หุ้นพื้นฐานดีที่ปีที่แล้วเป็นหนึ่งใน The most laggards จึงมี Downside ที่จำกัด ได้แก่ CK, TU
          4) หุ้นกลุ่ม Small cap ที่เรายังคงแนะนำ "ซื้อ" ได้แก่ JMT, PRM
          5) หุ้นกลุ่มโรงกลั่นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า, ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และ Seasonal effect ของค่าการกลั่น ได้แก่ BCP, IRPC, SPRC
          6) กลุ่มค้าปลีกที่อาจได้อานิสงส์ในระยะสั้นจากประเด็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีลูกค้าฐานรากเป็นสำคัญ ได้แก่ GLOBAL, ROBINS, SINGER, TNP

          แนวรับ  1,780  แนวต้าน 1,816

บทวิเคราะห์วันนี้ :

  • ADVANC (ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 189 บาท) คาดผลดำเนินงาน Q4 กำไรขึ้นจากARPU เพิ่ม ให้จับตากลยุทธ์ใหม่ปีนี้

Today's Event :

  • ACAP ลูกหุ้นเข้า 3,440,525 หุ้น
  • BJC ลูกหุ้นเข้า 1,045,300 หุ้น
  • FPI ลูกหุ้นเข้า 68,388,850 หุ้น
  • JAS ลูกหุ้นเข้า 747,817,010 หุ้น
  • MFC ลูกหุ้นเข้า 50,150 หุ้น
  • PACE ลูกหุ้นเข้า 400,000,000 หุ้น
  • SKY ลูกหุ้นเข้า 116,285,886 หุ้น

บันทึกโดย : วันที่ : 12 ม.ค. 2561 เวลา : 10:31:47

20-09-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555