ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน SET จะแกว่งตัว หลังทรัมป์ลงนามขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียม (09/03/61)


 กลยุทธ์วันนี้ >> Short-term Trading//Accumulate on Weakness

  ตลาดหุ้นวานนี้ : SET แกว่งตัว Sideways ตามคาดในกรอบค่อนข้างกว้างเพื่อรอดูผลการลงมติของสนช. ซึ่งมีแรงซื้อเข้ามาหลังจากที่ผ่านกฎหมายลูกสำเร็จ อย่างไรก็ตามยังคงมีขายกดดันออกมาช่วงท้ายตลาดและทำให้ดัชนีปิดลบเล็กน้อย ณ สิ้นวัน นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบล.เป็นฝ่ายขายสุทธิในตลาดหุ้นใกล้เคียงกันราว 1.5 พันลบ. ส่วนสถาบันในประเทศและรายย่อยเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ 
  แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET จะแกว่งตัว Sideways Up ได้หลังทรัมป์ลงนามขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมตามคาดโดยยกเว้นแคนาดาและเม็กซิโกและเปิดโอกาสให้ประเทศอื่นเข้ามาเจรจา ขณะที่การประชุม ECB คงนโยบายการเงินตามคาด และปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ขึ้น รวมถึงตัดประโยคที่ว่าพร้อมที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมออก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามเราคาดว่าการฟื้นตัวของ SET ยังคงจำกัดบริเวณ 1,795-1,800 จุด เนื่องจากราคาน้ำมันดิบยังคงปรับลงกดดันกลุ่มพลังงาน และยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญภาคแรงงานของสหรัฐฯคืนนี้
  กลยุทธ์ : ระยะสั้น Trading ในกรอบ//สะสมหุ้นพื้นฐานในช่วงอ่อนตัว
  หุ้นเด่นเดือน มี.ค. : ADVANC, MINT, MTLS, PTTEP, SC  
  Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาค US$105ล้าน เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลออกไทย US$50ล้าน ขณะที่ไหลเข้าไต้หวัน US$18ล้าน แนวโน้มกระแสเงินทุนมีทิศทางไหลพลิกกับมาไหลเข้าภูมิภาค หลังประธานาธิบดีสหรัฐยกเลิกภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูฯให้แก่เม็กซิโกและแคนาดา และพร้อมเจรจากับประเทศอื่น ขณะที่การประชุม ECB เมื่อคืนนี้คงอัตราดอกเบี้ยพร้อมมีมุมมองต่อเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

ชวนเม้าท์หุ้นเด่น >> M <<

  • แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 90 บาท Upside 18% และมีปันผลงวด 2H17 อีก 1.6% ขึ้น XD 7 พ.ค.
  • SSSG มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องใน 1Q18 และจะดีขึ้นอีกใน 2Q18 จาก Yayoi ที่ได้ BNK48 เป็น Presenter ขณะที่ ต้นทุนวัตถุดิบปีนี้ล็อกราคาล่วงหน้าหมดแล้ว   คาดกำไรสุทธิปี 2018 +16% Y-Y อยู่ที่ 2.8 พันลบ. และปี 2019 +12% Y-Y อยู่ที่ 3.1 พันลบ.
  • NVDR ซื้อในเดือนนี้ 34 ลบ. มากสุดในรอบ 5 เดือน เดือนที่เคยซื้อเยอะคือ ก.ย.-ต.ค. 17 หนุนราคา M ขึ้น 27%


ประเด็นสำคัญวันนี้
  (-) กลุ่มไฟแนนซ์ มีข่าวว่าสมาคมเช่าซื้อปรับลดค่าธรรมเนียมในการทวงถามหนี้ให้เหลือ 100 บาทต่องวด เราคาดว่ากระทบ TK และ SAWAD (ปัจจุบันจัดเก็บที่ 200 บาท) ราว 5% ของกำไรสุทธิ แนะนำ ซื้อ TK และ ขายทำกำไร SAWAD ส่วน MTLS และ THANI รวมถึงธนาคารอื่นๆที่ประกอบธุรกิจเช่าซื้อ ส่วนใหญ่เก็บค่าธรรมเนียมที่ราว 100 บาทอยู่แล้ว คาดว่าไม่ส่งผลกระทบ หรือหากกระทบก็น้อยมาก
  (+) AMATA ตลาดกังวลมากไปกับเรื่องการแข่งขันหลังจากบอร์ด EEC ให้ศึกษา 3 จว. (ปราจีนบุรี สมุทรปราการ สระแก้ว) อาจรับเป็นพื้นที่ EEC เพิ่ม เพราะศักยภาพของแต่ละจว.แต่ละภาคมีจุดเด่นต่างกัน (ลูกค้า AMATA ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ชาวญี่ปุ่น) ส่วนไอเดียของผู้บริหารที่จะให้ลูกค้าเช่าที่ดินแทนการขายขาด ทำให้การรับรู้รายได้เปลี่ยนไป แต่เราคิดว่าการประเมินมูลค่าหุ้นไม่ต่างนัก ราคาหุ้นที่ปรับลงมาเกือบ 20% ในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ มองเป็นโอกาสลงทุน ราคาเป้าหมาย 30 บาท   
  (+) PTTEP วานนี้กพช.เห็นชอบในหลักการบริหารแหล่งก๊าซธรรมชาติที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 2022-23 คาดว่าจะประกาศเชิญชวนได้ในเดือน เม.ย. เอกชนน่าจะยื่นข้อเสนอได้ราว 3Q18 ประกาศผลผู้ชนะประมูลปลายปีนี้และเซ็นสัญญาได้ภายใน ก.พ. 2019 ประเด็นนี้เก็งกำไร PTTEP ได้ เพราะเป็นผู้ดำเนินการโครงการบงกชมา 25 ปี จึงมีความพร้อมมาก ราคาเป้าหมายของเรา 125 บาทยังไม่รวมผลประมูล แต่รวมการซื้อสัดส่วนในโครงการบงกชซึ่งเป็นโครงการที่ผลิตแล้วเพิ่ม 22.2% จาก Shell ทำให้สัดส่วนเพิ่มเป็น 66.7% คาดเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ 2H18  
  (+) BEC เรทติ้งละครบุพเพสันนิวาส EP 5 ทั่วประเทศขึ้นไปที่ 11.4 จาก EP 3-4 ที่ 7 และ 8 ถือเป็น sentiment เชิงบวกต่อการเก็งกำไรระยะสั่น ขณะที่ เรทติ้งรายการข่าว ยังทรงๆ คงคาดผลประกอบการฟื้นตัวใน 2H18 แนวโน้มกำไร 1Q18 ยังลดลง Y-Y (1Q17 ผลประกอบการดีสุดของปีก่อน) แต่ผ่านจุดแย่สุดไปแล้วใน 4Q17 คงแนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 10.50 และ ช่อง MONO29 ยังเพิ่มต่อเนื่อง ส่วน WORK เรทติ้ง The Mask Singer อ่อนลง  บริษัทคงต้องหามาตรการประคอง จากที่เคยได้ 3-4 เราอาจมีการทบทวนปรับประมาณการและราคาเป้าหมายลง จากเดิมคาดกำไรปีนี้ +31% Y-Y และราคาเป้าหมายที่ 98 
  (0) TK เราประเมินผลกระทบจากประกาศควบคุมสัญญาเช่าซื้อที่ราว 5-6% ของกำไรสุทธิ ซึ่งส่วนใหญ่กระทบต่อการปรับลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมทวงถาม จากผลกระทบดังกล่าวรวมถึงผลของ CoF ที่ขยับขึ้นใน 4Q17 ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง 13% เป็น 556 ลบ. (+19%Y-Y) และเพื่อสะท้อนประมาณการใหม่ เราปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 16.70 บาท (เดิม 19.50 บาท) แต่ยังคงคำแนะนำซื้อ โดยคาดว่าราคาหุ้นปรับลงมารับทั้งความผิดหวังต่อผลประกอบการ 4Q17 และ Regulatory risk นี้แล้ว

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

มี.ค.

สหรัฐฯ: ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (ก.พ.)

จีน: อัตราเงินเฟ้อ (ก.พ.)

13 มี.ค.

สหรัฐฯ: อัตราเงินเฟ้อ (ก.พ.), ประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปี

14 มี.ค.

สหรัฐฯ: ยอดค้าปลีก (ก.พ.)

15 มี.ค.

สหรัฐฯ: ดุลการค้า (ก.พ.)

16 มี.ค.

สหรัฐฯ: ยอดอนุญาตก่อสร้างและยอดสร้างบ้านใหม่ (ก.พ.)

  • (+) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเล็กน้อย แม้ว่าปธ.ทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม แต่ยกเว้นให้กับแคนนาดาและเม็กซิโก และพร้อมส่งสัญญาณเปิดทางการเจรจาให้กับประเทศอื่นๆ
  • (+) ตลาดหุ้นยุโรปทุกตลาดปิดบวก หลังธนาคารกลางยุโรปได้ปรับเพิ่มตัวเลขประมาณการทางเศรษฐกิจ รวมถึงประกาศคงอัตราดอกเบี้ย
  • (+) ภาพรวมตลาดเอเชียยังดูสดใส หลังตัวเลขGDPของญี่ปุ่นที่ออกมา สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ทำให้ตลาด NIKKEI บวกไปกว่า 2.5-3% ตั้งแต่เมื่อวานนี้
  • () ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ยังคงมีเสถียรภาพอยู่ในกรอบ 31.30 – 31.40 บาท/ดอลลาร์
  • (-) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. ปรับตัวลง 1.03 ดอลลาร์/บาร์เรล มาอยู่ที่ 60.12 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังตลาดยังคงกังวลถึงปริมาณการผลิตและสต็อคน้ำมันของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. ลดลง 5.90 ดอลลาร์/ออนซ์ มาอยู่ที่ 1,321.70 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ

บันทึกโดย : วันที่ : 09 มี.ค. 2561 เวลา : 09:32:01

20-09-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555