ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน ปรับขึ้นกรอบจำกัด (16/03/61)


 ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้              

ปรับขึ้นกรอบจำกัด
  KGI คาด SET วันศุกร์ไซด์เวย์ / บวกกรอบจำกัด ภาพตลาดหุ้นไทยจะคล้ายเมื่อวาน (หุ้นไทยแข็งกว่าต่างประเทศ จากปัจจัยบวกภายในทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และข่าวระดับอุตสาหกรรม) ทั้งนี้ในส่วนปัจจัยภายนอก ตลาดหุ้นต่างประเทศฟื้นตัวเล็กน้อย หลังไม่มีข่าวลบเกี่ยวกับความเสี่ยงสงครามการค้าเพิ่มเข้าสู่ตลาด และสหรัฐฯ รายงานตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงมากกว่า consensus คาด อย่างไรก็ดีตลาดอาจยังชะลอๆ อยู่บ้าง เพื่อติดตามผลการประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ ในกลางสัปดาห์หน้า ด้านปัจจัยภายในเป็นบวกหลายประเด็น i) ธปท. ส่งสัญญาณเตรียมปรับเพิ่ม GDP ปี 2561 จากปัจจุบันที่มอง +3.9% (ต่ำกว่า consensus ที่ 4.2% และทาง KGI มองที่ 4.8%) หลังภาคส่งออกและภาคการท่องเที่ยวเติบโตแข็งแกร่ง ii) สนช. ส่งสัญญาณยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายลูกเฉพาะที่เกี่ยวกับ ส.ว. (ไม่ยื่นตีความในส่วนของ ส.ส.) ซึ่งไม่น่าจะกระทบโรดแมปเลือกตั้ง และ iii) การผ่อนคลายข้อกำหนดในอุตสาหกรรมมือถือและทีวีดิจิตอล เป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง (อ่านเพิ่มเติมในส่วนถัดไป)

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน          
  WHA* (เป้าพื้นฐาน 4.6 บาท) 1) เราประเมินราคาหุ้นกลุ่มนิคมฯ ถูกขายทำกำไร ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน และเราประเมินแนวโน้มกำไรจะเริ่มเติบโตเด่นตั้งแต่ปีนี้ที่ กฏหมายเกี่ยวกับโครงการ EEC ผ่าน + การเลือกตั้งเริ่มมีความชัดเจน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างชาติ มั่นใจที่จะลงทุนในโครงการ EEC 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมิน มีการเลื่อนโอนสินทรัพย์เข้ากอง HREIT จากเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาเป็นปีนี้ ซึ่งจะทำให้กำไรปี 2561 กลับมาเติบโต +21.6% (ดูรายละเอียดในบทวิเคราะห์ วันที่ 5 มี.ค.) 3) ประเมินแนวรับ 4.0 บาท / แนวต้านแรก 4.16 บาท หากผ่านได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4.3 บาท (Stop loss 3.82 บาท)
  GPI (เป้า Consensus 4.53 บาท) 1) ราคาหุ้นวานนี้เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวตามคาด สำหรับนักลงทุนที่เข้าซื้อรอบใหม่ตามที่เราแนะนำวานนี้ แนะนำ "เก็งกำไร" โดนประเมินแนวรับ 3.30 บาท และถัดไป 3.24 บาท / แนวต้าน 3.50 บาท และถัดไปที่ 3.74 บาท (Stop loss 3.22 บาท) 2) ประเมิน Catalyst สำหรับการเก็งกำไรสั้นคือ การจัดงานมอเตอร์โชว์ 28 มี.ค. - 8 เม.ย. โดย i) คาดผลการดำเนินงาน 1Q61 จะรับรู้รายได้จากการจัดงานบางส่วนและรับรู้เต็มไตรมาสใน 2Q61 โดยกำไรทั้งปีปีละ ?160 ล้านบาท (จากข้อมูล Bloomberg consensus) จะมาจากการจัดงานนี้เป็นหลัก (High season) ii) หากยอดขายรถยนต์ในงานดี คาดจะเป็นบวกต่อผลประกอบการอีกทางด้วย (ส่วนลดค่าเช่าพื้นที่ให้ค่ายรถยนต์ ลดลง) 3) PE ปี 2561 = 12.6 เท่า ไม่แพงเทียบกลุ่มสื่อฯ ที่ PE เฉลี่ย 20 - 30 เท่า

หุ้นในกระแส
  กลุ่ม ทีวีดิจิตอล และ กลุ่มสื่อสาร ประเด็นข่าว "ม.44 ยืดหนี้มือถือ อุ้มทรู-เอไอเอสขยายจ่ายใบอนุญาต 6 หมื่นล้านอีก 5 ปี พักชำระค่าต๋งทีวีดิจิทัล (โพสต์ทูเดย์)" 
  i. กลุ่มสื่อสาร (ค่ายมือถือ TRUE*, ADVANC* / ร้านมือถือ COM7*, JMART*) ฝ่ายวิจัยฯประเมินกรณีที่สามารถผ่อนผัน การจ่ายค่าประมูลคลื่น 900MHz ออกไป 5 ปี ได้จริงจะทำให้ ค่ายมือถือที่ประมูลคลื่นฯไป มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่ปี 2562 จะต้องจ่ายเงินค่าประมูลคลื่นฯสูงถึง 6 หมื่นล้านบาทต่อราย และเบื้องต้นฝ่ายวิจัยฯประเมินจะทำให้มูลค่าเหมาะสม ADVANC* เพิ่มขึ้นราว 2.8 บาท และ TRUE* เพิ่มขึ้นราว 0.3 บาท (คำนวณจาก DCF) / ขณะเดียวกันกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น จะทำให้ค่ายมือถือสามารถเพิ่มโปรโมชั่นในการแย่งส่วนแบ่งตลาดได้ยืดหยุ่นขึ้น เป็นบวกต่อพันธมิตรค่ายมือถืออย่าง COM7* และ JMART*
  ii. กลุ่มทีวีดิจิตอล (เป็นบวกต่อผู้ประกอบการที่เรตติ้งยังไม่ดี ผลประกอบการยังอ่อนแอ มากกว่า ผู้ประกอบการที่เรตติ้งดีทำกำไรได้แล้ว) เราประเมิน กรณีที่สามารถผ่อนผันการจ่ายค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตอลออกไป 3 ปี ได้จริงจะทำให้เป็นบวกต่อผู้ประกอบการที่มีภาระการจ่ายค่าใบอนุญาตจำนวนมาก อย่าง BEC* และผู้ประกอบการที่เรตติ้งยังไม่ดีนัก อย่าง GRAMMY, AMARIN เป็นต้น ขณะที่เราประเมินว่าไม่เป็นบวกต่อผู้ประกอบการที่ผลการดำเนินงานโดดเด่นอยู่แล้ว พร้อมจ่ายค่าใบอนุญาตอย่าง WORK*    
          
หุ้นมีข่าว
  (+) ม.44 ยืดหนี้มือถือ อุ้มทรู-เอไอเอสขยายจ่ายใบอนุญาต6หมื่นล้านอีก5ปี พักชำระค่าต๋งทีวีดิจิทัล (โพสต์ทูเดย์) รัฐงัดมาตรา 44 ผ่อนผัน จ่ายค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 3 ปี อุ้ม ค่าประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์อีก 5 ปี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากการเข้าหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับผู้ประกอบการโทรทัศน์ดิจิทัล เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นร่วมกันในการออกมาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการเป็นเวลา 3 ปี
  (+) BCP* ลงทุน 1.4 หมื่นล้านไอพีโอหุ้นลูก (โพสต์ทูเดย์) บางจากรุกลงทุนขยายธุรกิจทุกด้านดันอีบิตดาแตะ 1.37 หมื่นล้าน เล็งนำบริษัทลูกขายไอพีโอ ไตรมาส 4 นี้ นายสุรชัย โฆษิตเสรีวงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งงบลงทุนในปีนี้ 1.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นใช้ในการปรับปรุง โรงกลั่นในสัดส่วน 39% ใช้เป็นงบลงทุนขยายตลาดซึ่งมีแผนจะเปิดสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น 80 แห่ง เปิดร้านอินทนิลเพิ่ม 200 แห่ง และเปิดร้าน SPAR เพิ่ม 30 แห่ง สัดส่วน 18% ใช้ลงทุนในธุรกิจไบโอเบส 7% และอีก 36% ส่วนการลงทุนอื่นๆ อีกซึ่งบริษัทมีแผนขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ในนิคมอุตสาหกรรม ไบโอคอมเพล็กซ์ ใน จ.ฉะเชิงเทรา จะสรุปได้ปีนี้
  (+) IVL* ซื้อกิจการบราซิล แจ้งตลท. สัปดาห์หน้า เตรียมบันทึกกำไรเพิ่มปีละ 500 ล้าน (ข่าวหุ้น) "ไอวีแอล" ซุกข่าวดี! ปิดดีลซื้อกิจการ PET ในบราซิล กำลังผลิต 3 แสนตัน/ปี หนุนบุ๊คกำไรเพิ่ม 500 ล้านบาท/ปี เตรียมแจ้งตลท.สัปดาห์หน้า พร้อมปิดดีลซื้อกิจการในอเมริกาเพิ่มอีก 1 แห่งในเร็วๆ นี้ วงการเงินชี้ช่วยเสริมโอกาสเติบโตแข็งแกร่งในอนาคต
  (+) ไพรินทร์ตรวจเมล์ NGV CHO ประกอบแล้ว 52 คัน มั่นใจส่งครบตามกำหนด (ข่าวหุ้น) "ไพรินทร์" ดอดตรวจความคืบหน้ารถเมล์ NGV ที่อู่ CHO แหลมฉบัง ล่าสุดทยอยประกอบติดตั้งแล้ว 52 คัน พร้อมส่งมอบล็อตแรก 100 คัน ภายในวันที่ 26 มี.ค.นี้
  (+) "อาคม" เร่งรฟท. ร่างทีโออาร์ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ข่าวหุ้น) "อาคม" เร่ง "ร.ฟ.ท." ร่าง TOR รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 2.2 แสนล้านบาท มั่นใจเสร็จแน่ปลายเดือน มี.ค.นี้ แต่ยอมรับยังติดประเด็นการเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นผู้ร่วมทุนต่างชาติ และการถือหุ้นไขว้กันของบริษัทจีน

หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า
  COM7* (เป้า Consensus 20.2 บาท) ประเมินแนวรับ 18.5 บาท / แนวต้าน 19.5 บาท และ 20 บาท (Trailing stop ล๊อกกำไร 17.7 บาท)
  SIMAT (เป้าพื้นฐาน 5.1 บาท) ประเมินแนวรับ 3.16 บาท / แนวต้านแรก 3.28 บาท หากผ่านได้ แนะนำ "เก็งกำไรตาม" คาดมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 3.5 บาท (Stop loss 3.0 บาท) 
  SGP* (ยังไม่มีเป้า Consensus) ประเมินแนวรับ 29.5 บาท / แนวต้าน 31.25 บาท และถัดไปที่ 32.75 บาท (Trailing stop ล๊อกกำไร 27.5 บาท)
  KTB* (เป้าพื้นฐาน 19 บาท) ประเมินแนวรับ 19.8 บาท / แนวต้าน 20.5 บาท และถัดไปที่ 20.8 บาท (Trailing stop ล๊อกกำไร 19.7 บาท) 
  BBL* (เป้าพื้นฐาน 240 บาท) ประเมินแนวรับ 206 บาท / แนวต้าน 213 บาท และถัดไปที่ 220 บาท (Trailing stop ล๊อกกำไร 201 บาท)
  BANPU* (เป้าพื้นฐาน 27.5 บาท) ประเมินแนวรับ 22 บาท / แนวต้าน 23 บาท (Trailing stop ล๊อกกำไร 21 บาท)  
  BGRIM (เป้าพื้นฐาน 29 บาท) ประเมินแนวรับ 27 บาท แนวต้าน 28.75 บาท และถัดไปที่ 30 บาท (Stop loss 27 บาท) 
  ROBINS* (เป้าพื้นฐาน 85 บาท) ประเมินแนวรับ 63 บาท / แนวต้าน 66 - 68 บาท (Trailing stop ล๊อกกำไร 62.75 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  กลุ่มนิคมฯ น้ำหนักการลงทุน "มากกว่าตลาดฯ" เริ่มมีสัญญาณหลายตัวชี้ว่าวัฏจักรการลงทุนของไทยกำลังจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ฝ่ายวิจัยฯยังคงประเมินว่า ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมน่าจะได้อานิสงส์ ยังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มนิคมฯ ที่ Overweight และเลือก WHA* เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม 
  BCH* แนะนำ "ซื้อ" เป้าพื้นฐาน 19.2 บาท จากที่ประชุมนักวิเคราะห์ฝ่ายวิจัยฯมีมุมมองบวก i) การรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นเต็มปี ii) ผลการดำเนินงานของ WMC พลิกฟื้นต่อเนื่อง iii) ศักยภาพการเติบโตของบริการ IVF นอกจากนี้ การระบาดของโรคไวรัสโรต้า และโรคพิษสุนัขบ้า ยังคาดว่าจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลใน 1Q61 ให้ดีขึ้น YoY


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 16 มี.ค. 2561 เวลา : 10:39:32

17-06-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555