ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน ระดับราคาเริ่มดีดกลับขึ้นมาต่อเนื่อง (19/03/61)


 Market Summary 16/03/2018

 

Close

1,811.76

Volume

Bt76,036M

Change

-4.32

P/E

18.65

%Change

-0.24%

P/BV

2.11

หุ้นแนะนำพิเศษ

PTTEP (ราคาปิด 117  Bloomberg Consesus 124.75)

  • ผลบวกจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นสู่ 62.34$/bbl จากความเชื่อมั่นว่าซาอุดิอาระเบียจะเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันต่อไป นอกจากนี้ IEA ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกขึ้นในปีนี้เป็นปัจจัยหนุนต่อราคาน้ำมันในช่วงเดือนที่ผ่านมา
  • Bloomberg Consensus คาดผลประกอบการปี 61 อยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท +71%YoY เนื่องจากคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้น 2 KBD สู่ 302 KBD และราคาจำหน่ายก๊าซฯ ปรับตัวขึ้นจาก 5.6 $/mmbtu สู่ 6.2 $/mmbtu ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นนอกจากนี้ยังมีการปรับราคาจำหน่ายก๊าซฯ ในพม่าเพิ่มเติม ขณะที่ต้นทุนการผลิตคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ 30 $/bbl 

ส่องหุ้น
BEAUTY  แนวรับ 20.80 , 20.40 บาท  แนวต้าน 21.20 บาท
  ระดับราคาเริ่มดีดกลับขึ้นมาต่อเนื่องและปิดได้ในระดับสูงสุดของวัน โดยปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5, 10 และ 75 วันได้ ท่ามกลางวอลุ่มซื้อขายที่ลดลงเล็กน้อย หากวันนี้ระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 75 วันแถวๆ 20.80 บาทซะก่อน หรือเต็มที่ไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 20.40 บาท  ระดับราคามีโอกาสดีดกลับขึ้นต่อได้แถวๆ เส้นค่าเฉลี่ย 25 วันที่ 21.20 บาทต่อไป
JMART    แนวรับ 14.60 บาท    แนวต้าน 15.30 , 16.10 บาท
  ระดับราคาเริ่มดีดกลับขึ้นมาปิดได้ในระดับสูงสุดของวัน โดยปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วันได้ ท่ามกลางวอลุ่มซื้อขายที่เพิ่มขึ้นพอสมควร หากวันนี้ระดับราคาอ่อนตัวกลับลงมาไม่หลุดปิดต่ำกว่า 14.60 บาทซะก่อน ระดับราคาจึงจะมีลุ้นดีดกลับผ่าน 15.30 บาท ก่อนผ่านขึ้นทำ New high เล็กๆ แถวๆ 16.10 บาทต่อไป
EE แนวรับ 0.64 บาท แนวต้าน 0.68 , 0.72 บาท
  ระดับราคาเริ่มดีดกลับขึ้นมาทำ New high ในรอบสัปดาห์ได้อีกครั้ง หลังจากครั้งที่แล้วมีความพยายามกระตุกขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมดีดกลับ หากวันนี้ระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 25 วันที่ 0.64 บาทอีก ระดับราคาจึงจะมีลุ้นขึ้นต่อได้แถวๆ 0.68 บาท ก่อนผ่านขึ้นทดสอบ 0.72 บาทได้ต่อไป

Market View  :  เลือกเล่นรายกลุ่ม
หุ้นแนะนำพิเศษ  : PTTEP
หุ้นมีข่าว  : SYNEX TKS TBSP SQ U TRUE AMA ANAN TACC
Technical  Insight : GFPT ICN
  ภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้ยังคงเป็น Sideway ในกรอบใกล้เคียงกับวันทำการก่อนหน้าและปิดที่แดนลบ ท่ามกลางตลาดหุ้นในภูมิภาคที่เป็นบวกสลับลบ จากทั้งกังวลสงครามการค้าและการจับตาประชุม FED โดยรวม SET Index กดดันโดยกลุ่ม ENERG ส่วน COMUN และ PETRO มาชดเชย จึงปิดที่ 1,811.76 จุด (-4.32 จุด) Volume 7.6 หมื่นลบ.โดย Foreign Net -1,442.13 ลบ.  TFEX Net +1,793 สัญญา ตราสารหนี้ +1,063.00 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
  +ดาวโจนส์ปิดบวกโดยได้ปัจจัยหนุนจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ.ที่ขยายตัวแข็งแกร่งสุดในรอบ 4 เดือน อย่างไรก็ตามตัวเลขสร้างบ้านสหรัฐลดลงมากกว่าคาดในเดือนก.พ. 
  +น้ำมันดิบปิดพุ่งขึ้นหลังจากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.ของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสูดในรอบ 14 ปี 
  +ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ยูโรโซนชะลอตัวลงสู่ระดับ 1.1% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี 
  +รัฐสภาญี่ปุ่นมีมติรับรอง "คุโรดะ" นั่งผู้ว่าการ BOJ ต่ออีกสมัย คาดเดินหน้านโยบายการเงินเชิงรุกต่อไป
  +/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 5.05 หมื่นล้านบาท ขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นสู่ 31.23 บาท/USD 
  **20 – 21 มี.ค. กำหนดประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ตลาดคาดที่ประชุมจะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีนี้
  ภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้รับปัจจัยบวกจากตลาดหุ้นต่างประเทศ และราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น  และตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนที่ชะลอตัวจึงไม่กดดัน ECB ในการเร่งลดมาตรการ QE โดยมีปัจจัยกดดันจากจาก Fund Flow ผันผวน  ดังนั้น คาด SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,800-1,820 จุด 
กลยุทธ์การลงทุน   เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน
  - TOP M BCPG หุ้นที่ได้เข้าคำนวณ FTSE
  - CPF GFPT TFG จีนรับรองมาตรฐานโรงงานผลิตไก่ไทย
  - ERW ได้ประโยชน์จากการส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรองและนักท่องเที่ยวจีน
  - หุ้นปันผลเด่น BAFS CRD FTE GLOW KKP NYT SIS SPRC TISCO QH PDI PL AIT TKS AP KIAT 
  - BEC เรตติ้งรวมปรับขึ้นยกแผงช่วง prime time ขายโฆษณาขยับเป็น 100% จากเดิม 85%  อัตรานาทีละ 480,000 บาท
  - หุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากค่าเงินบาทแข็งค่าสู่ 31.23 บาท/$ (ต้นปี 17 อยู่ที่ 34 บาท/$) และราคาทองแดงทรงตัวในระดับสูง 6,950 $/Ton(ต้นปี 17 อยู่ที่ 5,600 $/Ton)

หุ้นมีข่าว  

  • SYNEX TKS TBSP Analyst meeting
  • (-) TKS และ TBSP อยู่ในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ที่อุตสาหกรรมยังคงหดตัว ทางบริษัทจึงต้องปรับตัวโดยทำการพิมพ์แบบป้องกันการลอกเลียน อย่างไรก็ตามคู่ค้าได้พยายามลดการใช้คูปองและกระดาษลงและหันไปใช้ในรูปแบบ Eletronic Paper มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า ทำให้บริษัทต้องขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นโดยเน้นที่ประเทศพม่าซึ่งยังคงมีการใช้คูปองและกระดาษอยู่ อย่างไรก็ตามราคาหุ้นถูกกดดันจากการประกาศเพิ่มทุนของ TKS (RO 6 หุ้นเดิม : 1หุ้นใหม่ที่ 10 บาท) เพื่อมาทำคำเสนอซื้อ TBSP ที่ 15.70 บาท
  • (-) SYNEX ปี 61 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ 3.75 หมื่นล้านบาทเติบโตเพียง 15% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตย้อนหลัง 4 ปีที่ 7% (ราคาหุ้นซื้อขายที่ PE 10-15 เท่า) ขณะที่ปี 60 รายได้เติบโตมากถึง 50% ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปซื้อขายที่ PE 18-24 เท่า เราจึงมีความกังวลว่าการที่รายได้เติบโตช้าลงชะส่งผลให้ตลาดกลับมาซื้อขายที่ PE ในอดีตที่ 10-15 เท่า
  • ปัจจัยเสี่ยงต่อ SQ ดินทรุดตัว ใกล้เหมืองแม่เมาะ เป็นทางยาวเกือบ 1 กม. ทำถนนมีรอยแตกลึก คอสะพานขาด เสาไฟฟ้าโค่นกว่า 30 ต้น (ที่มา www.thairath.co.th)
  • ความเห็น จากการสอบถามไปยังบริษัทพอว่าเป็นพื้นที่ของ SQ ที่ใช้ในการทิ้งดินและเกิดเหตุดินทรุดตัว โดยเรามองเป็นผลลบต่อ SQ ที่อาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสาธารูปโภคที่เสียหายซึ่งยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้
  • ANAN Analyst Meeting (ราคาปิด 4.26)
  • ประมาณการรายได้ปีนี้มีความเสี่ยงต่ำกว่าเป้าเดิมเนื่องจากความล่าช้าในการโอนโครงการแอชตัน-อโศก มูลค่ารวม 6,705 ล้านบาท มียอดจองแล้ว 98% เนื่องจากยังไม่ได้รับใบอนุญาตใช้อาคาร และบริษัทได้ส่งจดหมายแจ้งลูกค้าขอขยายระยะเวลาส่งมอบโครงการจากเดิม 26 มี.ค. 61 เป็นภายใน 26 มี.ค. 62 ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นโครงการร่วมทุนที่ ANAN ถือหุ้น 51% ซึ่งจะกระทบยอดโอนตามสัดส่วนถือหุ้น ทำให้เป้ารายได้ของบริษัทลดลง 15% จากเดิม 2.2 หมื่นลบ.เหลือ 1.87 หมื่นลบ.
  • ความเห็น  หากไม่สามารถโอนโครงการแอชตัน-อโศกได้จะกระทบรายได้ราว 15% ตามสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการร่วมทุน ทั้งนี้เป้ารายได้หลังตัดโครงการแอชตันออกเหลือ 1.87 หมื่นลบ.เติบโตราว 55% (เติบโต 83% หากรวมโครงการแอชตัน) ทั้งนี้ปีนี้มีแผนโอนโครงการรวม 9 โครงการ อย่างไรก็ดี คาดว่า Consensus จะปรับลดประมาณการรายได้และกำไรลดลงจากเดิม ทั้งนี้เดิม Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 อยู่ที่ราว 2,215 ลบ. เติบโต 67% แนะนำ wait & see
  • TACC analyst Meeting (ราคาปิด 4.70 Bloomberg Consensus 6.80)
  • กำไรปี 60 เท่ากับ 112 ลบ. + 10% โดยมีรายได้ 1,281 ลบ. +8.9% อัตรากำไรขั้นต้นปรับลงเหลือ 30.22% จาก30.35% ในปี 59 เนื่องจากใน 4Q60 โดนเก็บภาษีน้ำตาลทำให้มีคชจ.เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มในกัมพูชามีปัญหาสงครามราคา ทั้งนี้ คาด 1Q61 ยังโดนผลกระทบจากภาษีน้ำตาลต่อเนื่อง แต่คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากการปรับตัวในการปรับสูตรส่วนผสมเครื่องดื่มที่จะใช้น้ำตาลน้อยลง (มีผล เม.ย.)  ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มในกัมพูชาบริษัทปรับกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นเพื่อเลี่ยงสงครามราคา สำหรับกลยุทธ์ในปี 3 ปีข้างหน้าบริษัทมีนโยบายปรับสัดส่วนรายได้กลุ่มสินค้าของบริษัทเองเพิ่มเป็น 35% : สัดส่วนสินค้า OEM สำหรับ 7-11 65% จากปัจจุบัน 12% ต่อ 88%
  • ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อผลประกอบการในครึ่งปีหลังของปีนี้ที่คาดว่าสถานการณ์น่าจะปรับดีขึ้น จากค่าภาษีน้ำตาลที่มีแนวโน้มลดลงหลังปรับสูตรใหม่  โดยยังต้องติดตามพัฒนาการในการเลี่ยงสงครามราคาในตลาดกัมพูชา ส่วนโอกาสในอนาคตอยู่ที่การได้รับลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายตัวการ์ตูน Rilakkuma ที่จะเริ่มมีผลในเดือนเม.ย.
  • TRUE (ราคาปิด 7.05 บาท Bloomberg Consensus 7.18 บาท) เดินหน้าโกยฐานลูกค้าองค์กร และ SME หลังล่าสุดเปิดตัวแพ็กเกจ "Business Buffet No Limit" ให้โทรฟรีในกลุ่มไม่จำกัด พร้อมเร่งขยายโครงข่ายไฟเบอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในพื้นที่ต่างจังหวัด
  • โอกาสในการเพิ่มฐานลูกค้าของ TRUE เริ่มเปิดกว้างมากขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการอันดับ 3 อย่าง DTAC ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านการมีใบอนุญาตคลื่นเพื่อประกอบการต่อเนื่องทั้ง คลื่น 2300 Mhz ที่ยังรอการตอบรับจากสำนักงานอัยการสูงสุด และคลื่น 900 - 1800 Mhz ที่ยังรอ กสทช.ชุดใหม่อีก 1 - 2 เดือน นอกจากนี้ TRUE ยังน่าจะได้รับกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน DIF ครั้งที่ 3 ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าครั้งที่ 2 กว่า 2  - 3 เท่า และล่าสุดยังเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดสุดท้าย (คสช.จะมีการพิจาณาวันที่ 27 มี.ค. 61) จึงแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร"
  • (+) U ธนารักษ์เตรียมเสนอโครงการหมอชิต-ร้อยชักสาม กว่า 2.7 หมื่นล้านเข้าครม.เร็วๆ นี้ ยูซิตี้ หรือ U ประกาศเดินหน้าโรงแรมหรู ร้อยชักสาม ริมเจ้าพระยา อายุสัมปทานเพิ่มเป็น 36 ปี จากเดิม 30 ปี ด้านบางกอกเทอมินอลพร้อมพัฒนาหมอชิต เนรมิตเป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ (ที่มาข่าวหุ้น)
  • (+) IVL มาตามนัด ประกาศเข้าซื้อกิจการ “M&G Polimeros Brazil S.A.” ในบราซิล กำลังผลิต 5.5 แสนตัน/ปี เพื่อเสริมแกร่งธุรกิจ PET เหตุเป็นโรงงานใหญ่ที่สุดในบราซิล ฟาก “อาลก” ลั่นจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/61 (ที่มาข่าวหุ้น)
  • AMA (ราคาปิด 13.67 บาท ทยอยซื้อ ราคาเหมาะสม 17 บาท (หลัง XR))จากการประกาศจ่ายปันผลเป็น 1) เงินสดหุ้นละ 0.20 บาท และ 2) เป็นหุ้น 5 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยเป็นผลให้เกิด Price Dilution Effect ซึ่งคาดว่าราคาหุ้นหลัง XR จะอยู่ที่ 13.5 บาท (อิงจากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 16 มี.ค. 61) และจะมีราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 17 บาท (จากเดิมที่ 20.5 บาท)

บันทึกโดย : วันที่ : 19 มี.ค. 2561 เวลา : 09:44:41

18-06-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555