ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน เฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่รอมิ.ย. (03/05/61)


 “เฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่รอมิ.ย.”

• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : TASCO (จาก Fully Value เป็น ขาย)
  ภาวะตลาดและปัจจัย : ต่างประเทศ –ในที่สุดเฟดยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอันเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปีลดลง ดอลลาร์สหรัฐกลับมาอ่อนค่าลง ราคาน้ำมันกลับมาปรับขึ้นได้ แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่าเฟดอาจใช้การประชุมครั้งหน้าคือ เดือน มิ.ย.61 กลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ทรัมป์ก็มีข่าวเกี่ยวกับการออกมาตรการควบคุมจีน เกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสาร โดยระยะนี้จะมีการหารือระหว่างสหรัฐฯกับจีน
  ในประเทศ – SET Index วันพุธปรับขึ้น 11.02 จุดปิดที่ 1791.13 จุด โดยนลท.ต่างชาติยังขายสุทธิ 1.3 พันลบ. สถาบันในประเทศซื้อสุทธินำ 1.5 พันลบ. นับว่า SET ปรับขึ้น surprise ตลาดฯในช่วงเย็น เพราะคาดว่าเฟดยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่อาจปรับขึ้นรอบ มิ.ย.61 มากกว่า ดังนั้น SET ในช่วงสั้นอาจไปได้ต่อ เพราะเฟดยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามคาด แต่วานนี้ราคาหุ้นก็ปรับขึ้นล่วงหน้าไปแล้ว และมิ.ย.61 ก็มีโอกาสจะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีก การปรับขึ้นจึงคาดว่าจะไปได้อย่างจำกัด ในช่วงนี้ปัจจัยที่มีน้ำหนักอยู่ที่รายงานกำไรบจ.งวด 1Q61 ซึ่งจะทยอยออกมาถึงกลางเดือนพ.ค. ช่วงนี้เก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะออกมาดี หลังน้ำมันปรับขึ้น ในสัปดาห์นี้ กลยุทธ์เน้นหุ้นรายตัว (Selective Buy) ในหุ้นรายตัวที่มีพื้นฐานดี และมีประเด็นที่น่าสนใจในระยะนี้ ตามบทวิเคราะห์รายตัว
  Update กลุ่มและหุ้น : อสังหาริมทรัพย์ –คาดการณ์กำไรหลัก 1Q61 เติบโตแข็งแกร่ง 20% y-o-y เป็น 6.8 พันล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีกำไรเติบโตสูงคือ ANAN (+74%), ORI (+70%) AP (+53%) และ SPALI (+48%) ส่วนบริษัทที่คาดว่าจะมีผลการดำเนินงาน 1Q61 ออกมาไม่สดใสคือ SIRI (-73%) และ LPN (-7%) อย่างไรก็ตามกำไร 1Q61 หากเทียบกับ q-o-q ลดลง 37% คาดว่าระยะสั้นจะมีการเก็งกำไรที่จะออกมาดี
  การวิเคราะห์ทางเทคนิค : ระยะสั้น Candlestick & Indicators เปลี่ยนเป็นบวกเล็กๆ ซื้อใหม่เน้นค่าบวก แนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1800-1810, 1820 Stop loss ถ้าหลุด 1785 (SET ปิดที่ 1791.13) โดยมีแนวรับ 1760-1750
  สำหรับการ Scan หุ้นที่มีโอกาสทำ New high ที่เข้ามาใหม่เป็น KTB, AOT,AAV, CPALL, IVL, BCPG, BGRIM ที่ยังคงอยู่ใน List ได้แก่ GPSC, BEM, TFG, TPIPP, HMPRO, SAT หุ้นที่หลุด List JMART และที่ให้หาจังหวะ Take profit เป็น TRUE,SGP,JMT,WHA,DTAC,SAMART,GULF

ปัจจัยต่างประเทศ
+/- เฟดยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ตามคาด แต่คาดว่าเป็นมิ.ย.61
  # ธนาครกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เฟดจะยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. โดยได้ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อกำลังเข้าใกล้ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟดและการปรับตัวของเศรษฐกิจได้สนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป
-ตัวเลขเศรษฐกิจการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) สหรัฐฯสูงกว่าคาด
  # ตัวเลขออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 204,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ตำแหน่ง แต่ต่ำกว่าระดับ 228,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค.
-ทรัมป์กำลังพิจารณามาตรการควบคุมบริษัทจีนในการจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสาร
  # ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาการออกคำสั่งให้ใช้มาตรการควบคุมบริษัทของจีนในการจำหน่ายอุปกรณ์ด้านการสื่อสารในสหรัฐ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
• ตลาดหุ้นยุโรปวานนี้ แกว่งตัวกรอบแคบ รอดูเฟด และผลประกอบการ 1Q61
  #สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจยุโรปที่จะมีการรายงานได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนเม.ย.จากมาร์กิต,ตัวเลขประมาณการเบื้องต้น GDP ไตรมาส 1/2561 และอัตราว่างงานเดือนมี.ค.
  # สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัว 0.4% ในไตรมาสแรก โดยลดลงจากระดับ 0.7% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว เมื่อเทียบรายปี เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัว 2.5% ในไตรมาสแรก
+ สหรัฐฯขยายเวลายกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากยุโรป
  # รัฐบาลสหรัฐประกาศขยายเวลาการยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU), แคนาดา และเม็กซิโก ออกไป 1 เดือน หรือจนถึงวันที่ 1 มิ.ย.นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะ "ให้เวลา 30 วันสุดท้าย" แก่ประเทศเหล่านี้ ในการบรรลุข้อตกลงการเจรจาด้านการค้ากับสหรัฐ
• ญี่ปุ่นเรียกร้องสหรัฐฯ ยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมอย่างถาวร
  # รัฐบาลญี่ปุ่นจะพิจารณาใช้มาตรการที่จำเป็นภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลกหรือ WTO ในขณะที่ยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้สหรัฐยกเว้นการบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากญี่ปุ่นอย่างถาวร เช่นเดียวกับประเทศจีน รองนายกรัฐมนตรีจีน และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ เพื่อหารือในประเด็นการค้า
• ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะทยอยประกาศออกมาสัปดาห์นี้
  # ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนเม.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดุลการค้าเดือนมี.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนเม.ย.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนเม.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), คำสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมี.ค. และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.
-/+ ภาวะตลาดหุ้น : ดาวโจนส์สหรัฐปรับตัวลงอีก หลังเฟดยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  # ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,924.98 จุด ร่วงลง 174.07 จุด หรือ -0.72% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,635.67 จุด ลดลง 19.13 จุด หรือ -0.72% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,100.90 จุด ลดลง 29.81 จุด หรือ -0.42%
  # ดาวโจนส์เป็นลบช่วงสั้นกับ SET แต่การยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ก็ทำให้ความกังวลคลี่คลายในระยะสั้น อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งถัดไปคือ มิ.ย.61 ก็จะกลับมากังวลอีกครั้ง ว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้
+ ภาวะตลาดน้ำมัน : ราคาปรับขึ้น หลังดอลาร์อ่อนลง
  # สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 68 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 67.93 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 73.36 ดอลลาร์/บาร์เรล
  # น้ำมันได้ปัจจัยหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ โดยการอ่อนค่าของดอลลาร์ได้ช่วยสกัดปัจจัยลบจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นกว่า 6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว
+ ภาวะตลาดทองคำ : ราคาปรับลง ก่อนเฟดประชุม
  # สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.2 ดอลลาร์ หรือ 0.09% ปิดที่ 1,305.6 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะรู้ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะแถลงผลการประชุม

ปัจจัยในประเทศ และข่าวเด่นหลักทรัพย์
+ ดัชนีความเชื่อมั่น เม.ย. ของ ม.หอการค้า สูงสุดรอบ 40 เดือน
  # ในเดือนเม.ย. 61 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค อยู่ที่ 80.9 จาก 79.9 ในเดือน มี.ค.61 โดยเป็นการปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 40 เดือน นับตั้งแต่ ม.ค.58 เป็นต้นมา ตามการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น
-ธปท.เผย ดัชนีความเชื่อมั่นเม.ย.61 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า
  # ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือน เม.ย.61 ลดลงจากระดับ 53.3 ในเดือนก่อน มาอยู่ที่ระดับ 49.5 โดยเป็นการปรับลดลงในทุกองค์ประกอบ ผู้ประกอบการในภาคการผลิตมีความเชื่อมั่นลดลงในด้านการผลิตและคำสั่งซื้อ โดยเฉพาะในธุรกิจผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์และธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
+ ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ พร้อมหมดแล้ว
  # สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) คาดเปิดขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์)ตามแผนในช่วงเดือน มิ.ย. - ก.ค. นี้ หลังกระบวนการต่าง ๆ ในการจัดตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์พร้อมหมดแล้ว แต่ยังติดปัญหาบางส่วนอยู่บ้าง
+ GULF มีโอกาสเข้า MSCI
  # กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ หรือ GULF เป็นหุ้นอีกบริษัทที่มีโอกาสเข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Standard ประกาศวันที่ 14 พ.ค.นี้ หลังมาร์เก็ตแคปขึ้นมาที่ 1.43 แสนล้านบาท และ Foreign room หรือจำนวนหุ้นที่ต่างชาติถือเพิ่มอีกได้เปิดกว้าง (ข่าวหุ้น)
+ ฟิทช์ เพิ่มอันดับเครดิตสากลระยะสั้นของ KTB, คงอันดับเครดิต BBL-KBANK-SCB- BAY
  # อันดับเครดิตสนับสนุนและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำของ BBL KBANK SCB และ KTB สะท้อนถึงการที่ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 4 แห่งมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนได้จากการที่ธนาคารแต่ละแห่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดในด้านเงินฝากมากกว่า 14% ของระบบธนาคารพาณิชย์ อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำของ KTB ที่ 'BBB' อยู่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์อีก 3 แห่ง 1 อันดับ เนื่องจาก KTB ไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศเท่านั้น แต่ KTB ยังมีความสำคัญในเชิงกลยุทย์ต่อรัฐบาลไทย โดย KTB เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งเดียวที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ ทั้งยังมีความใกล้ชิดในการดำเนินงานกับกระทรวงการคลัง
  # คำแนะนำ สำหรับหุ้น Top picks เป็น BBL (ได้ประโยชน์จากการลงทุนฟื้นตัว และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยขยายตัวได้ดี) และ TMB (รายไดที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตได้ดี โดยเฉพาะที่จับมือเป็นพันธมิตรกับ FWD และสินเชื่อ Small SME ที่เติบโตแข็งแกร่ง) ด้าน KBANK แนะนำซื้อ เช่นกัน ส่วน KTB และ SCB เป็น ถือ
• ทริสคงอันดับเครดิต CK ที่ A- และ CKP ที่ A
  # ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ "A-"สะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างชั้นนำในประเทศไทย ตลอดจนความสามารถในการรับงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่และโครงการที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมทั้งความแข็งแกร่งในการดำเนินโครงการและความยืดหยุ่นทางการเงินที่เกิดจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัท คงคำแนะนำ ซื้อ CK เพื่อการลงทุน
  # ทริสเรทติ้งคาดว่า CKP จะชำระคืนหนี้หุ้นกู้โดยการออกหุ้นกู้ชุดใหม่หรือกู้จากสถาบันการเงิน โดยความเสี่ยงจากการกู้เงินใหม่ส่วนใหญ่จะถูกลดทอนลงจากการที่บริษัทมีกระแสรายได้ที่แน่นอนและมีความสามารถในการกู้ยืมในตลาดเงินปัจจุบันบริษัทได้รับวงเงินกู้จากสถาบันการเงินหลายแห่งเพื่อใช้รองรับการชำระคืนหนี้หุ้นกู้ ฝ่ายวิจัยฯ DBS ไม่ได้ทำการวิเคราะห์ CKP
+ SUPER ความคืบหน้าการจัดตั้ง IFFs
  # บ. ซุปเปอร์บล็อกจากัด (มหาชน) (SUPER) เตรียมนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ ขนาดกาลังการผลิต 118 เมกะวัตต์ มาจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 9,000 ล้านบาท โดยมีธนาคารกรุงเทพ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน คาดยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใน 2Q18 นี้ และคาดว่าจะสามารถเริ่มเปิดซื้อขายในปีนี้ หวังได้เงินระดมทุนราว 9,000 ล้านบาท และจะมีผลตอบแทนของกองทุนราว 5.5-7.0% โดยหลังจากการจัดตั้งกองทุนแล้วเสร็จ บริษัทจะถือหุ้นในกองทุนราว 15%
  # คาดว่าจะมีการเก็งกำไร SUPER จากข่าวข้างต้น เพราะจะช่วยหนุนนำกำไรจากการนี้ แต่ในระยะกลางถึงยาว บริษัทจะต้องมีการ COD โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาเพิ่มเติม เนื่องจากกำไรจากการดำเนินงานจะลดลง หลังขายสินทรัพย์เข้า IFFs แล้ว
• จะมีการเปลี่ยนชื่อ และสัญลักษณ์การซื้อขายสำหรับ FER
  # วันที่ 4 พ.ค.61 บริษัท เฟอร์รั่ม จำกัด (มหาชน) (FER) เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (7UP)


บันทึกโดย : วันที่ : 03 พ.ค. 2561 เวลา : 09:37:52

20-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 20, 2019, 10:41 pm