ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน เก็งกำไรหุ้นรายตัว (15/05/61)


 กลยุทธ์วันนี้

          เก็งกำไรหุ้นรายตัว

Smart Pick

  • สะสม LH

  ราคาปิด 10.90 บาท
  ราคาเหมาะสม 11.80 บาท
          เราคาดราคาหุ้นจะตอบรับเชิงบวก เมื่อ LH ถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี MSCI Thailand ประกาศเช้านี้ โดยจะมีผล ณ ราคาปิดวันที่ 31 พ.ค. 
          เราคาดกำไรสุทธิ 2Q61 เติบโตเด่นต่อเนื่อง จากการบันทึกกำไรพิเศษราว 949 บาท จากการขาย Service Apartment ในสหรัฐฯ

  • สะสม BANPU

  ราคาปิด 20.50 บาท
  ราคาเหมาะสม 32.00 บาท
          ราคาหุ้นมี Sentiment เชิงบวกต่อเนื่อง จากราคาถ่านหินล่วงหน้าทั้ง 3 ตลาดบวกเป็นวันที่ 3 ล่าสุดราคาถ่านหินล่วงหน้า Newcastle อยู่ที่ US$102.50/ตัน  
          เรามองว่าผลการดำเนินงานผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1Q61 จากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษคดีหงสา 2.7 พันล้านบาท เป็นการปลดล็อก Overhang เราคาดกำไรสุทธิ 2Q61 จะพลิกกลับมาเป็นกำไร ขณะที่ Valuation น่าสนใจที่ระดับ PER2561 เพียง 7.1 เท่า

  • เก็งกำไร EKH

  ราคาปิด 5.70 บาท
  ราคาเหมาะสม 7.00 บาท
          รายงานกำไรสุทธิ 1Q61 ที่ 22 ล้านบาท +61% YoY จากแรงหนุนของโรคระบาดในเดือน ม.ค.-ก.พ.2561 และการเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยากตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ส่งผลให้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 22.1% จาก 1Q60 ที่ 16.6%
          แนวโน้มกำไร 2Q61 โต YoY ต่อเนื่อง จากการปรับขึ้นค่าห้องเฉลี่ยราว 5% และห้องพักผู้ป่วยในที่ปิดปรับปรุงก่อนหน้ากลับมาเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่ 1Q61 เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ

  • เก็งกำไร TCAP

  ราคาปิด 51.25 บาท
  เป้าหมายเทคนิค 53.00 บาท 
          ทางเทคนิคราคาหุ้นมีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบ 53.00 บาท แนวรับ 50.75 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 50.25 บาท 
          คาดกำไร 2Q61 เป็นจุดสูงสุดของปี จากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน รวมทั้งการใช้ Tax Carry Forward จากการควบรวมกิจการกับ SCIB ในไตรมาสนี้จะส่งผลให้อัตราภาษีอยู่ในระดับต่ำ

Pair Trade :  n.a.

กลยุทธ์วันนี้
          การรายงานผลการดำเนินงาน 1Q61 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ จะได้ได้จากวานนี้หุ้นที่รายงานผลประกอบการออกมาต่ำกว่าคาด อย่าง MINT/ WORK/ BCPG/ SIRI เผชิญกับแรงขายหนาแน่น แต่ในทางกลับกัน หุ้นที่ประกาศกำไรดีกว่าคาด ราคาหุ้นก็ตอบสนองเชิงบวกเช่นกัน เช่น AH/ AAV/ BJC/ SAT/ STEC
          การรายงานงบในช่วงเย็นวานนี้พบว่า หุ้นขนาดกลาง-เล็ก ยังคงเป็นกลุ่มที่รายงานกำไรดีกว่าตลาดคาด ได้แก่ BGRIM/ ERW/ SAPPE / EKH เราเชื่อว่าหุ้นเหล่านี้จะสร้างสีสันของการเก็งกำไรในหุ้นรายตัวอีกวัน อย่างไรก็ดี SET INDEX ยังขาดปัจจัยบวกใหม่ แนวต้าน 1780 จุดยังไม่น่าปิดยืนเหนือแนวนี้ได้ในช่วงสั้นนี้
          การปรับดัชนี MSCI รอบ 6 เดือน โดยดัชนี Global Standard มีหุ้นไทยเข้าเพียงบริษัทเดียว คือ LH ขณะที่ KTC ถูกปรับออกจากดัชนี Global Small Cap ทั้งนี้ การปรับน้ำหนักจะเกิดขึ้น ณ ราคาปิดวันที่ 31 พ.ค.นี้ (ดูรายชื่อหุ้นไทยเข้า-ออกทั้งหมดได้ในหน้า 2) อย่างไรก็ตาม KTC ยังมีประเด็นบวกต่อมติแตกพาร์
          กลยุทธ์ "ขายทำกำไรบริเวณ 1780 จุด+/- และพักเงินไว้ที่ REIT / IFF" และ "รอซื้อหุ้นเป้าหมายกลับเมื่อราคาอ่อนตัว" รวมถึง "เก็งกำไรรอบสั้น" ใน (1) หุ้นที่รายงานงบ 1Q61 ออกมาดีกว่าคาด (2) ได้เข้าดัชนี MSCI (LH) ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้จำกัด อาจพักเงินไว้ที่ DIF / CPNREIT/ HREIT ที่จะขึ้นเครื่องหมาย XD/ XN ในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า

HOT Topic
          1. MSCI ประกาศหุ้นเข้า-ออกดัชนีเช้านี้ หุ้นตัวใดน่าสนใจ?
          2. วิเคราะห์งบ 1Q61 ที่รายงานล่าสุด ได้แก่ SAPPE, ERW, MINT, CENTEL, EKH, BGRIM, SIRI, CPN, RS, PLANB, AH
          3. KTC แตกพาร์จาก 10.00 บาท เหลือ 1.00 บาท 
          4. วันสุดท้ายของการรายงานงบ 1Q61 หุ้นตัวใดยังไม่ประกาศงบ และน่าสนใจเก็งกำไรผลประกอบการ

ตลาดหุ้นไทยวานนี้
          วานนี้ SET INDEX ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 2 อีก 7.17 จุด ปิดที่ 1773.10 จุด ได้รับแรงหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่นำโดย CPALL (+1.17%), SCB (+1.87%), PTT (+0.44%), BJC (+3.00%) และ ADVANC (+0.76%) ส่งผลกระทบต่อดัชนีราว +3.6 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 4.8 หมื่นล้านบาท ด้านกระแสเงินทุนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเล็กน้อยราว 263 ล้านบาท สวนทางกับสถาบันในประเทศที่ซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 อีกราว 1.9 พันล้านบาท รวม 3 วันซื้อสุทธิทั้งสิ้น 3.8 พันล้านบาท ด้านตลาด SET50 Index Futures นักลงทุนต่างชาติมีสถานะ Long สุทธิเป็นวันแรกในรอบ 5 วันทำการ ราว 5.4 พันสัญญา สวนทางกับสถาบันในประเทศและบัญชี บล. ที่มีสถานะ Short สุทธิวันแรกในรอบ 3 วันทำการ ราว 2.2 พันสัญญา ส่งผลให้ QTD นักลงทุนต่างชาติมีสถานะ Long สุทธิราว 3 หมื่นสัญญา ขณะที่สถาบันในประเทศและบัญชีบล. มีสถานะ Short สุทธิราว 2.9 พันสัญญา ด้านตลาดตราสารหนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิวันแรกในรอบ 6 วันทำการ ราว 1.6 พันล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้

  • MSCI ประกาศหุ้นเข้าออกในการคำนวณดัชนี ซึ่งจะมีการปรับน้ำหนัก ณ ราคาปิด วันที่ 31 พ.ค. โดย Global Index หุ้นเข้า - LH หุ้นออก - KCE, SCC-F และ Small Cap Index หุ้นเข้า - DDD, KCE, MONO, PRM, THG, TPIPL หุ้นออก - BIG, EASTW, FSMART, GL, KTC, LHFG, MALEE, SAMART, TSE
  • OPEC รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอล่า ทำจุดต่ำสุดในรอบ 10 ปี
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เผย OPEC มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบมากพอที่จะชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจากการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ
  • จีนเตรียมยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร รวมไปถึงถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯจะไม่คว่ำบาตรบริษัท ZTE
  • อิตาลีเตรียมตั้งรัฐบาลผสม หลังจาก พรรค 5-Star Movement และ League สามารถบรรลุข้อตกลงในการการจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกันได้ และจะเปิดเผยผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยสินเชื่อธนาคารพาณิชย์โต 4.7% ในขณะที่ NPL ทรงตัวที่ระดับ 2.92%
  • ธปท. ยังคงกฎระเบียบเดิมที่ไม่ให้สถาบันการเงินทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล ถึงแม้ว่าจะมี พ.ร.ก. ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วก็ตาม
  • ติดตามการรายงาน GDP 1Q61 ของยูโรโซน วันนี้
  • ติตดามการประชุม กนง. วันที่ 16 พ.ค.
  • ติดตามการรายงาน GDP ญี่ปุ่น 1Q61 ตลาดคาดหดตัว 0.1% และการรายงานเงินเฟ้อเดือน เม.ย. ของยูโรโซน ในวันที่ 16 พ.ค.
  • ติดตามการรายงานเงินเฟ้อเดือน เม.ย. ของญี่ปุ่น ตลาดคาดขยายตัว 0.7% YoY ในวันที่ 18 พ.ค.

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 พ.ค. 2561 เวลา : 11:26:59

20-07-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555