ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน แนะนำถือหุ้นต่อไปสำหรับผู้ที่เข้าสะสม (24/05/61)


 Today Selections  >>  BDMS, COM7, CPALL

Stock          S          R          Comment
BDMS         25.75       27.00       ผูกมิตรประกันเสริมคนไข้ใหม่ รายโตได้แกร่ง
COM7         18.20       18.90       เร่งเครื่องเปิดสาขาให้ครบ 100 สาขาในปี 2561
CPALL        80.00       81.75       คาด 2H61 อัตราการทำกำไรโตจากปรับ Product Mix

A relief in Thai politics and Digital TV industry
          Politics : ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนุญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ พร้อมนัดลงมติตีความร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ เรามีมุมมองต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ว่า ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นเพียง Sentiment เชิงบวกระยะสั้นต่อ SET Index เท่านั้น และจะไม่มีผลกระทบต่อ Fund flow อย่างมีนัยสำคัญ แต่การปลดล็อคเบื้องต้นดังกล่าว คาดเป็นผลบวกต่อหุ้นบางกลุ่ม อาทิเช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (AMATA: ราคาเป้าหมาย Consensus อยู่ที่ 26 บาท)
          Digital TV : คสช.ประกาศใช้มาตรา 44 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิตัลเป็นที่เรียบร้อย โดยรายละเอียดของมาตรการแบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่
          1) ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลพักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตได้เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยไม่ตัดสิทธิจากการเป็นผู้รับใบอนุญาต และให้กสทช.สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (MUX) เป็นจำนวนเงิน 50 % ของค่าเช่าโครงข่าย เป็นระยะเวลา 24 เดือน
          2) ให้กรมประชาสัมพันธ์ อาจมีรายได้จากการหาโฆษณาได้เท่าที่จำเป็น และเพียงพอต่อการผลิตรายการตามวัตถุประสงค์ โดยต้องไม่เป็นการมุ่งต่อการแสวงหากำไรทางธุรกิจ
          มุมมองของเรา : เป็นการลดความกังวลทางด้านสภาพคล่องในกลุ่มทีวีดิจิตัลในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้หุ้นในกลุ่มมีการปรับตัวรีบาวด์ในระยะสั้น (อาทิ BEC) ประเมินเช่นเดิมว่ากรณีนี้อาจเป็นกรณีศึกษาเทียบเคียงไปยังกลุ่ม Telecom ที่มีโอกาสได้รับการยืดหนี้ค่าใบอนุญาตด้วยเช่นกัน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็น Upside risk ต่อ ADVANC และ TRUE ได้
          FOMC Minutes : รายงานการประชุม Fed ที่เผยแพร่เมื่อคืนนี้ยืนยันความเห็นของเราที่ว่า Fed จะมีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.75 - 2.00% ในการประชุมเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไปแล้ว 100% แต่ปัจจัยที่สำคัญกว่านั้นได้แก่ Dot plots ที่จะออกมาจากการประชุมดังกล่าว หากค่ากลางมีการปรับเพิ่มจากการขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด 3 ครั้งในปีนี้เป็น 4 ครั้ง มองจะเป็นปัจจัยที่ผลักดัน Bond yield สหรัฐฯให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกได้ ทั้งนี้ ล่าสุดนักลงทุนในตลาดคาดการณ์มีโอกาส 50:50 (ดูรูป)
          MINT : ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงวานนี้หลังจากที่บริษัทรายงานการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท NH Hotel Group SA. 8.6% มูลค่า 7.4 พันล้านบาท ซึ่งประกอบธุรกิจโรงแรมอยู่ 382 แห่งในยุโรป อเมริกา และแอฟริกา ในส่วนของผลกระทบทางการเงินนั้น หากแหล่งเงินทุนทั้งหมดมาจากการกู้ยืม คาดว่า MINT จะมีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 220-300 ล้านบาทต่อปี อิงระดับดอกเบี้ยที่ 3.0-4.0% ต่อปี และจะทำให้ระดับ D/E ปรับตัวสูงขึ้นจาก 0.95x มาอยู่ที่ 1.1x - 1.2x แต่ยังคงต่ำกว่าเพดานที่ตั้งไว้ที่ 1.75x ทั้งนี้ เราประเมินว่าการลงทุนนี้จะเป็นผลประโยชน์ระยะยาวต่อบริษัท เนื่องจากจะทำให้มีฐานโรงแรมอยู่ทั่วทุกภูมิภาค และจะไม่ส่งผลกดดันต่องบการเงินมากนัก เนื่องจากจะได้เงินปันผลจากการเข้าถือหุ้นมาช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายบางส่วนได้ ยังคงแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 48 บาท
          กลยุทธ์การลงทุน : แนะนำถือหุ้นต่อไปสำหรับผู้ที่เข้าสะสมไปช่วงดัชนีปรับฐานก่อนหน้านี้ โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาวในความเห็นของเรายังคงได้แก่
          1) กลุ่ม Cyclical ที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ได้แก่ PTT, PTTGC, BANPU, IVL
          2) กลุ่มโรงแรม ที่ได้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการท่องเที่ยวเมืองรอง ได้แก่ MINT, ERW
          3) กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ที่ได้แก่ประโยชน์จากการขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ AMATA
          4) กลุ่มที่อยู่อาศัยที่มี Valuation ถูกและมี Dividend yield ในระดับสูง ได้แก่ QH, AP
          5) กลุ่ม ICT ที่ราคาปรับตัวลงมาแรง และมี Upside risk จากมาตรการเยียวยาของภาครัฐ รวมถึงการประมูลใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz ที่ไม่น่าจะมีการแข่งขันสูงมากนัก ได้แก่ ADVANC, TRUE
          และสำหรับนักลงทุนระยะสั้น แนะนำเก็งกำไรหุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี MSCI เช่น LH, TPIPL, THG และหุ้นที่เราประเมินว่าจะถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไปได้แก่ KTC, TOA, RATCH, BGRIM, ESSO

          แนวรับ  1,740  แนวต้าน 1,768

Today's Event  :                                 
          AMATAR  XD 0.19 บาท       SPF  XD 0.41 บาท                     
          BKI  XD 3.00 บาท          SRIPANWA  XD 0.155 บาท               
          BKKCP  XD 0.20 บาท        TIF1  XD 0.15 บาท                    
          CHAYO  XD 0.06 บาท        APEX ลูกหุ้นเข้า 999,950,000 หุ้น          
          FUTUREPF  XD 0.347 บาท    TSE ลูกหุ้นเข้า 90,749,580 หุ้น            
          GPI  XD 0.15 บาท          TITLE ลูกหุ้นเข้า 39,999,039 หุ้น          
          JASIF  XD 0.22 บาท                                            


บันทึกโดย : วันที่ : 24 พ.ค. 2561 เวลา : 10:25:22

22-10-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555