ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน ปัจจัยต่างประเทศกลับมาบวกแบบพลิกผัน (28/05/61)


 “ประชุมสหรัฐฯ-เกาหลียังมี, น้ำมันร่วงแรง”

• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : --
  ภาวะตลาดและปัจจัย : ตลาดวันศุกร์ – SET Index รีบาวด์ได้ 8.70 จุด ปิดที่ 1741.21 จุด มูลค่าซื้อขายปานกลางที่ 54.8 พันล้านบาท มีแรงซื้อกลับ PTT หลังปรับตัวลงมามาก แม้ปัจจัยต่างประเทศกดดันคือ 1) ทรัมป์ยกเลิกการประขุมกับเกาหลีเหนือ กังวลการเมืองระหว่างประเทศ 2) สหรัฐฯอาจปรับเพิ่มภาษีรถยนต์นำเข้า และ 3) กังวลราคาน้ำมันกลับมาลง เพราะโอเปกอาจปรับเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมเดือนหน้า ผู้ขายสุทธิคือนักลงทุนต่างประเทศถึง 2.7 พันลบ.และหลักทรัพย์ 0.6 พันลบ.ด้านผู้ซื้อสุทธิคือรายย่อย 1.9 พันลบ สถาบัน 1.4 พันลบ.
  แนวโน้มและกลยุทธ์–ปัจจัยต่างประเทศกลับมาบวกแบบพลิกผัน หลังทรัมป์จะยังคงประขุมกับเกาหลีเหนือ ทำให้สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศดีขึ้นแต่มีข่าวลบเพิ่ม สหรัฐฯอาจปรับเพิ่มภาษีรถยนต์นำเข้า และกังวลราคาน้ำมันกลับมาลง เพราะโอเปกอาจปรับเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมเดือนหน้า ข้อดีที่มีคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐทยอยปรับลดลงจนหลุด 3% สถานการณ์ในประเทศระยะนี้ ปัจจัยบวกเป็นเรื่องเศรษฐกิจไทยเติบโตดีเกินคาด คาดว่าดัชนีฯมีโอกาสแกว่งตัวในลักษณะผันผวน เพราะปัจจัยต่างประเทศมีทั้งบวกและลบ แต่อาจมีการรีบาวด์ได้ต่อ เพราะ SET ลงมาลึก ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเช้านี้แกว่งบวก-ลบแคบๆ ส่วนระยะกลาง-ยาวยังต้องติดตามเรื่องการกีดกันทางการค้าที่ไม่แน่นอน ได้รับปัจจัยลบจาก MSCI ถ่วงน้ำหนักไทยลดลงมีผล 31 พ.ค. 61 อีกทั้งค่าเงินบาทมีความผันผวนเทียบกับดอลลาร์มาก ส่วนการเมืองไทยหลังศาลฯตีความไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็มีโอกาสเลือกตั้งได้ ก.พ.62 ติดตามตีความสส. กลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ ยังคงเน้นหุ้นรายตัว (Selective Buy) ที่มีพื้นฐานดี และมีประเด็นที่น่าสนใจในระยะนี้ มีแรงกระตุ้น (Catalyst) เฉพาะตัว ตามบทวิเคราะห์ DBS ได้ นักลงทุนระยะสั้นควรเล่นรอบสั้น ระยะกลาง-ยาวควรตั้งเป้าผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม และทยอยขายทำกำไรเมื่อได้ตามเป้าหมาย เพื่อล็อคกำไร ลดความเสี่ยง ระยะนี้คาดว่า SET จะซื้อขายอยู่ในกรอบเป็น 1720-1765 จุด
  Update หุ้นเด่น : AP- ล่าสุดประกาศปรับเพิ่มการเปิดขายโครงการใหม่ปีนี้สูงขึ้นไปอีกถึง 32% นอกจากนี้บริษัทได้วางแผนเปิดขายคอนโดตึกเตี้ย 2 โครงการในปีหน้า ซึ่งจะช่วยเสริมทั้งยอดขายและรายได้ได้เป็นอย่างดี คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรหลักปีนี้เป็น 13% y-o-y ส่วนปีหน้าอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว สำหรับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลอยู่ในเกณฑ์ดีปีนี้และปีหน้าเป็น 3.8%/4.2% ตามลำดับ กำหนดราคาพื้นฐานที่ 10 บาท ด้วย P/E ปี 61 ที่ 9.0 เท่า
  การวิเคราะห์ทางเทคนิค : ระยะสั้น Candlestick & Indicators เป็นบวกเล็กๆ แต่ความน่าจะเป็นของตลาดฯมีน้ำหนักเป็นการลง แต่อาจมีรีบาวด์สั้นๆก่อนแล้วจึงปรับลง เพราะระยะกลางมีสภาวะ Overbought & Divergence ยังคอยกดดัน ซื้อเน้นค่าบวก แนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1750-1760, 1765 โดยมีแนวรับ 1720-1700 แนวตัดขาดทุนต่ำกว่า 1730 จุด
  สำหรับการ Scan หุ้นที่มีโอกาสทำ New high ที่เข้ามาใหม่เป็น KTB, SEAFCO, GPSC, HMPRO, BH ที่ยังคงอยู่ใน List ได้แก่ IVL, STAR, AEONTS, WHA, SYNTEC, SCC, CPALL หุ้นที่หลุด KCE, THG, TKN และที่ให้หาจังหวะTake profit เป็น PTT

Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
+/• สถานการณ์พลิก สหรัฐฯกลับมาพร้อมประชุมกับเกาหลีเหนือ
  # นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการจัดการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า มีความเป็นไปได้ที่การจัดการประชุมสุดยอดระหว่างตัวเขา และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 มิ.ย.ที่สิงคโปร์ ตามที่มีการกำหนดไว้
  # เรื่องนี้มีผลกับ SET เพราะหากการประชุมมีความคืบหน้าที่จะบ่งชี้ว่า การเมืองระหว่างประเทศคลี่คลายไปในทางที่ดีก็จะเป็นบวกได้นั่นเอง
- น้ำมันปรับลง กังวลโอเปกเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน
  # สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 2.83 ดอลลาร์ หรือ 4% ปิดที่ 67.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ปีนี้
  # สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 2.35 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดที่ 76.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
  # นักลงทุนวิตกกังวลต่อรายงานข่าวที่ว่า ซาอุดิอาระเบียและรัสเซียกำลังพิจารณาปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน เพื่อชดเชยการผลิตที่ลดลงของอิหร่านและเวเนซุเอลา อันเนื่องมาจากการถูกคว่ำบาตร นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อสัญญาน้ำมันดิบเช่นกัน
  # ราคาน้ำมันหากปรับลงต่อเนื่อง จะเป็นผลลบกับหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เป็นการซ้ำเติมสภานการณ์ขณะนี้
-ผลกระทบจากรัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาปรับภาษีนำเข้ารถยนต์
  # บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ออกโรงคัดค้านแผนการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่น สหรัฐเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มตลาดรถยนต์ญี่ปุ่น อีกทั้งผู้ผลิตจากญี่ปุ่นต่างย้ายฐานการผลิตไปยังสหรัฐ มากยิ่งขึ้น หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้า การย้ายฐานการผลิตนี้อาจจะยิ่งเร่งและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ ทั้งที่อุตสาหกรรมดังกล่าวมีส่วนช่วยสนับสนุนเป็นอย่างมากต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น
  # อุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีออกมาแสดงปฏิกิริยาอย่างระมัดระวัง หลังมีข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เริ่มดำเนินมาตรการที่อาจนำไปสู่การกำหนดอัตราภาษีใหม่สำหรับรถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ บีเอ็มดับเบิลยูระบุว่า การเข้าถึงตลาดเสรีนั้นเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญในรูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัท และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม
  # หลักทรัพย์ชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กโทรนิกส์ที่จำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมเกี่ยวกับยานยนต์ ที่มีการส่งออกไปต่างประเทศ อาจได้รับผลลบ หากสหรัฐฯใช้มาตรการ สำหรับชิ้นส่วนยานยนต์อาจได้รับผลลบน้อยกว่าเพราะมีการกระจายความเสี่ยง จากการจำหน่ายในประเทศได้ แต่อิเล็กโทรนิกส์ ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นส่งออก เช่น KCE,DELTA และ HANA
  # หากเปรียบเทียบหลักทรัพย์อิเล็กโทรนิกส์ที่พึ่งพิงการจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมเกี่ยวกับยานยนต์โดยประมาณ คือ KCE-80%, HANA-17%,DELTA-15% และ SVI-11% แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์และการปรับตัวกันต่อไป
+/- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐทยอยปรับลงต่ำกว่า 3% ดอลลาร์แข็งค่า
  # อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงอีกสู่ระดับ 2.9286% หลังเคยไปทำยอดสูงสุดใหม่เกิน 3.1%
  # แต่ดอลลาร์สหรัฐแนวโน้มแข็งค่า ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นมาเป็น 94.01 จุด ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าขึ้นเป็น 31.987 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
  # ดัชนีความกลัว (VIX) แนวโน้มทยอยปรับลง ล่าสุดเป็น 13.22
-/+ ภาวะตลาดหุ้น : ดาวโจนส์สหรัฐปรับลงต่อ แต่ Nasdaq กลับขึ้น
  # ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,753.09 จุด ลดลง 58.67 จุด หรือ -0.24% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,721.33 จุด ลดลง 6.43 จุด หรือ -0.24% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,433.85 จุด เพิ่มขึ้น 9.42 จุด หรือ +0.13%
  # ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (25 พ.ค.) เนื่องจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง
  # อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดตลาดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
• ภาวะตลาดทองคำ : ลดลง หลังการเมืองระหว่างประเทศไม่แน่นอน
  # สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ขยับลง 70 เซนต์ หรือ 0.05% ปิดที่ 1,303.7 ดอลลาร์/ออนซ์
  # สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อวันศุกร์ (25 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสถานการณ์การเมืองระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือเริ่มส่งสัญญาณคลี่คลาย ภายหลังจากเกาหลีเหนือได้แสดงความพร้อมที่จะหันหน้าเจรจากับสหรัฐ นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังได้ฉุดสัญญาทองคำปิดลดลงเช่นกัน

ปัจจัยในประเทศ และข่าวเด่นหลักทรัพย์
-/• MSCI ยังมีผลกดดันตลาดหุ้นไทย เริ่มมีผล 31 พ.ค.61 แต่ตอบสนองไปก่อนบางส่วน
  # ด้านน้ำหนักการลงทุนของไทย ถูกปรับลดลงเป็น 2.31% จาก 2.38%
  #ใน MSCI Global Standard มีหุ้นเข้ามาคำนวณเพิ่ม 1 บริษัท คือ LH และหุ้นที่ถูกถอดออกคือ KCE, SCC-F ส่วนใน MSCI Small Cap Indexed มีหุ้นเข้ามาคำนวณเพิ่ม 6 บริษัท คือ DDD, KCE, MONO, PRM, THG, TPIPL และมีหุ้นถูกถอดออก 9 บริษัทคือ BIG, EASTW, FSMART, GL, KTC, LHBANK, MALEE, SAMART, TSE
  # หุ้นที่อยู่ใน MSCI และได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุน คือ SCC (เพิ่มจาก 0.03% เป็น 0.0998%) ส่วนหุ้นที่ถูกปรับน้ำหนักลดลง คือ SCC-F (ลดจาก 0.0805% เป็น 0%)
  # ผลกระทบ: คาดว่าราคาหุ้นอาจจะได้รับผลกระทบทั้งบวกและลบ แล้วแต่ถูกนำเข้า หรือเอาออก และหลังจาก 31 พ.ค. 61 ไปแล้วก็จะมีผลกระทบน้อยลง
+/• การเมืองไทย: ติดตามคำวินิจฉัยและมติของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเลือกตั้ง สส. 30 พ.ค.61
  #ศาลรัฐธรรมนูญ ยังได้นัดวินิจฉัยและแถลงด้วยวาจา และลงมติ ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ... มาตรา 35 (4) และ (5) มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 95 วรรคสามและร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ... มาตรา 92 วรรคหนึ่ง มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 หรือไม่ ตามที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 27 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในวันที่ 30 พ.ค.นี้
+/• THAI: ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน 59 เส้นทางบินระหว่างประเทศ มีผล 12 มิถุนายนนี้
  # บริษัทได้ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง ในเส้นทางบินระหว่างประเทศ จำนวน 59 เส้นทาง ซึ่งผู้โดยสารจะต้องเป็นผู้รับภาระจ่ายค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ราคาบัตรโดยสารต่อ 1 เที่ยวการเดินทาง ในแต่ละเส้นทางปรับเพิ่มขึ้น 5 - 45 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะมีผลบังคับใช้กับบัตรโดยสารที่ออกตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป
  # หลังจากที่ราคาน้ำมันได้ปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% นับจากต้นปี 2561 และมากกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เป็นค่าใช้จ่ายมีสัดส่วนถึง 30-40% ของต้นทุนรวม และไม่ให้กระทบผลการดำเนินงานในไตรมาส 2
  # ผลกระทบ: ข้อดีคือ ผลักภาระต้นทุนให้กับลูกค้า เพื่อป้องกันอัตรากำไรไม่ให้ลดลง แต่ข้อเสียคือ ผู้โดยสารที่มีความอ่อนไหวต่อเรื่องค่าใช้จ่ายการเดินทางอาจลดลง อย่างไรก็ตาม segment ลูกค้าการบินไทยอยู่ในระดับกลาง-สูงที่คาดว่าความอ่อนไหวจะไม่มาก คงคำแนะนำ ถือ THAI
• BEAUTY: ราคาหุ้นลงแรง แต่ปฎิเสธข่าวลือเกี่ยวกับ Suppliers ไม่เป็นความจริง
  # มีข่าวว่า suppliers ไม่สามารถส่งสินค้าให้บริษัทได้เพียงพอ ในการจัดจำหน่าย แต่จากการสอบถามบริษัทได้ปฎิเสธว่าไม่จริง ตอนนี้การดำเนินงานยังเป็นไปตามแผนงาน และ 2Q61 ผลการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่งยอดขายที่เพิ่มจากช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ คือ แพล็ตฟอร์ม e-commerce ในลักษณะ cross-border ที่ประเทศจีน ซึ่งจะเริ่มบันทึกยอดขายตั้งแต่ พ.ค.61 เป็นต้นไป
  # คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาพื้นฐาน 26.00 บาท คาดการณ์ว่าบริษัทยังจะมีอัตราการเติบโตกำไรหลักที่สูงปีนี้และปีหน้าเป็น 25%/28% ตามลำดับ เทียบ y-o-y รวมทั้งเป็นการเติบโตแบบยั่งยืน
• PTT: ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการตรึงราคา LPG และดีเซลจาก กบง.
  # คณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.)จะใช้เงินจากองทุนน้ำมันช่วยตรึงราคาดีเซล และ LPG ทาง PTT ยังไม่ต้องไปรับภาระ และทาง PTT เห็นว่าหากราคาน้ำมันจะปรับตัวลงในอนาคต แรงกดดันเรื่องนี้จะลดน้อยลงไปตามลำดับ


บันทึกโดย : วันที่ : 28 พ.ค. 2561 เวลา : 09:50:30

07-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 7, 2019, 2:49 pm