Scoop : ธปท. คุมเข้มธุรกรรมเงินต่างประเทศไหลเข้าไทย ทำค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 7 เดือน


วัฏจักรค่าเงินบาท ที่อยู่ในระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 5 ปี ซึ่งเคยหลุดแนวรับที่ 31.00 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐไปแล้ว นอกจากจะเป็นเพราะแรงหนุนของปัจจัยทางเทคนิคแล้วนั้น ยังสอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลายครั้ง ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์กับปริมาณธุรกรรมการเงินจากต่างประเทศที่ไหลเข้าไทย ที่มีผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาท ดังนั้น ทาง ธปท. จึงได้ออกมาตรการคุมเข้ม ตรวจสอบเงินทุนที่ไหลเข้ามา เพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินบาท และรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่งออกไทย
 
ด้วยบริบทของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ที่การบริโภคในประเทศยังถูกกดดันด้วยหนี้ครัวเรือน การส่งออกไทยที่ยังฟื้นตัวช้า ภาคการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย หรือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังชะลอตัวอยู่ แต่ค่าเงินบาทดันกลับแข็งค่าขึ้นไปทดสอบระดับ 31.00 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐหลายต่อหลายครั้ง แน่นอนว่ามันไม่ได้สะท้อนจากปัจจัยพื้นฐานของไทยแต่อย่างใด หากแต่เป็นผลจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะ “การเก็งกำไรบนค่าเงินบาท” ของธุรกรรมจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามายังไทยในปริมาณสูง อย่างเช่นการขายเงินดอลลาร์สหรัฐ (ในสภาวะที่ดอลลาร์มีทิศทางอ่อนค่าจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ) เพื่อซื้อเงินบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มธุรกิจทองคำ โดยในบางช่วงมีสัดส่วนสูงถึง 20% ของการซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งมีผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาทในทิศทางที่แข็งค่าขึ้น
 
ดังนั้น เพื่อลดแรงกดดันด้านการแข็งค่าของเงินบาทและป้องกันการนำเงินเข้าประเทศที่ไม่ตรงกับแหล่งที่มาที่แจ้งไว้ และการทำธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การใช้เงินบาทเพื่อการฟอกเงิน หรือทุนสีเทา ทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า นำโดย นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธปท. ลงนามประกาศ ธปท. ส่งถึงผู้จัดการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร เรื่อง การซักซ้อมวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศกับลูกค้า โดยขอความร่วมมือในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานกรณีรับซื้อหรือรับฝากเงินตราต่างประเทศที่มาจากต่างประเทศ ของลูกค้าที่อยู่ในประเทศ (Resident) ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ด้วยเกณฑ์หลัก ๆ ดังนี้
 
1.กรณีการขายเงินตราต่างประเทศเพื่อซื้อเงินบาท และการโอนเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit) ด้วยธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ธนาคารพาณิชย์จะต้องเรียกตรวจสอบเอกสารถึงแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศตรงตามที่ลูกค้าแจ้งไว้เป็นรายธุรกรรมทุกครั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่เงินตราต่างประเทศ มีแหล่งที่มาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับต่างชาติ, รายได้จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล ,เงินทุนจากต่างประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินลงทุนในเครือ/สาขา เงินลงทุนในหลักทรัพย์ เงินกู้ และเงินส่วนต่างธุรกรรมอนุพันธ์, เงินตราต่างประเทศที่ได้จากแหล่งที่มาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การรับค่าสินค้า บริการ รายได้ และเงินโอนและบริจาค เงินลงทุน ธนบัตรและเงินฝาก
 
2.กรณีการขายและรับโอนเงินตราต่างประเทศที่มาจากการขายทองคำ ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบเอกสารการขายทองคำในต่างประเทศ รวมทั้งเอกสารเรียกเก็บเงินและใบขนทองคำของลูกค้าในทุกธุรกรรม
 
3.กรณีการขายธนบัตรเงินตราต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบเอกสารการนำเข้าเงินตราต่างประเทศของลูกค้าที่นำเข้าธนบัตรที่มีมูลค่ารวมตั้งแต่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าขึ้นไป
 
การดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าเงินที่เข้ามานั้น มาจากแหล่งที่มาใด มีวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน โดย ธปท.ได้มอบหมายให้ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบตามมาตรฐานสากล มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งมาตรการดังกล่าวก็ได้ช่วยให้ค่าเงินบาทกลับมามีทิศทางอ่อนค่าลง และยังอ่อนค่าสุดในรอบ 7 เดือน ภายใน 1 วันหลังมีการประกาศใช้ โดยในวันที่ 31 ธ.ค. 2568 ค่าเงินบาทเปิดอ่อนค่า ที่ระดับ 31.65 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนจากภาคการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 29-30 ธ.ค. 2568 ที่มีการขายสุทธิหุ้นไทย 657 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 1,269 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแรงเทขายทองคำเพื่อทำกำไร ซึ่งส่งผลให้เงินบาทมีการอ่อนค่าลงเช่นกัน
 
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทหลังปีใหม่ ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 5-9 ม.ค. 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.00-31.60 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารกรุงไทย มีการประเมินว่า ค่าเงินบาทจะยังอยู่ในแนวโน้มการแข็งค่าขึ้น จนถึงตลอดช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 แม้ว่าในช่วงสองวันนี้ โมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะอ่อนกำลังลงชัดเจนก็ตาม

LastUpdate 31/12/2568 20:41:15 โดย : Admin
กลับหน้าข่าวเด่น
02-01-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 2, 2026, 6:46 am