Scoop : Cat Economy : ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของไทย ในวันที่คนมีลูกน้อยลง


สังเกตกันไหมว่าในช่วงปัจจุบันนี้ หากเราเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาคือ "ชั้นวางอาหารแมว" ที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ จากอาหารของสัตว์ชนิดอื่น ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ สำหรับแมวให้เลือกสรร และการจัด Promotion ส่งเสริมการขายที่แทบจะมีตลอดเวลา ภาพที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางการตลาดธรรมดา แต่กำลังสะท้อนบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น ซึ่งก็คือการที่ประเทศไทยกำลังขยับเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า “Cat Economy” อย่างเต็มตัวเข้าไปทุกที ๆ

Cat Economy คืออะไร และมันเกิดขึ้นได้ยังไง

คำว่า “Cat Economy” ไม่ใช่ศัพท์ทางการในตำราเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นคำที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ที่ “แมว” กลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่การผลิตอาหาร บริการสุขภาพ ไปจนถึงธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดยแก่นของปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่คนเลี้ยงแมวมากขึ้น แต่คือ “คนยอมทุ่มเงินจ่ายเพื่อแมวมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

โดยในบริบทของประเทศไทย ที่กำลังเข้าสู่สังคมที่อัตราการเกิดลดลงต่อเนื่อง จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียงหลักแสนต่อปี ขณะที่จำนวนประชากรแมว อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจาก อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ซึ่งเป็นผู้จัดงานสัตว์เลี้ยงระดับประเทศ เปิดเผยว่า มีมากกว่า 4 ล้านตัวแล้ว และสังคมไทยยังเลี้ยงแมวเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20-25% ต่อปี สะท้อนถึงความนิยมในการเลี้ยงแมวแบบ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะในบทบาทของ “ลูก” ต่างจากสมัยก่อนที่เลี้ยงให้พออยู่รอด กลายเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตเพื่อให้มีอายุยืนยาวขึ้น (Longevity) ดังนั้นเอง เมื่อสัตว์เลี้ยงถูกยกระดับสถานะขึ้นแบบนี้ พฤติกรรมการใช้เงินจึงเปลี่ยนทันที

จาก “เลี้ยง” สู่ “เลี้ยงดู”: ค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งตัวที่เพิ่มขึ้น

หัวใจของ Cat Economy ไม่ได้อยู่ที่จำนวนแมวที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือ “มูลค่าต่อแมวหนึ่งตัว” ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งข้อมูลจากตลาดสัตว์เลี้ยงไทยได้สะท้อนชัดว่า ธุรกิจนี้กำลังเติบโตต่อเนื่อง รายได้รวมของกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงแตะระดับกว่า 2.5 แสนล้านบาท และยังคงขยายตัว ขณะที่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากหลักหมื่นล้านสู่กว่า 4 หมื่นล้านบาท และสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลข คือ พฤติกรรมเจ้าของแมวในวันนี้ ไม่ได้เลือกของที่ถูกที่สุด แต่เลือกของที่ “ดีที่สุดเท่าที่จ่ายไหว” เช่น

• อาหารต้องมีฟังก์ชันเฉพาะ (ควบคุมน้ำหนัก บำรุงไต ลดภูมิแพ้)

• มีการพาไปตรวจสุขภาพเหมือนคน

• ใช้บริการดูแลหรือโรงแรมแมวเวลาเดินทาง

• ซื้อ Gadget อัจฉริยะเพื่อดูแลแมวระหว่างไม่อยู่บ้าน: น้ำพุแมว, เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ, กล้องวงจรปิด เป็นต้น

พฤติกรรมการใช้จ่ายเหล่านี้ คือ การเปลี่ยนผ่านจาก “สัตว์เลี้ยง” ไปเป็น “สมาชิกครอบครัวเต็มรูปแบบ” ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยได้อย่างแท้จริง ส่วนในเหตุผลที่ว่า ทำไมแมวถึงโตแรงกว่าสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นเป็นพิเศษ ? เหตุผลสำคัญมาจากโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป อย่างขนาดครอบครัวเล็กลงและคนโสดมากขึ้น ที่พิจารณาได้จากอัตราการเกิดที่ลดลง, การมีพื้นที่อาศัยจำกัด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพ ที่ค่าที่อยู่อาศัยสูง พื้นที่ใช้สอยเล็กลง หรือจะเป็นไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่ ที่มีเวลาน้อยลง แต่ยังต้องการความผูกพันทางอารมณ์ ก็ล้วนแล้วแต่ผลักดันให้แมว ที่ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของคนไทยในยุคนี้มีความนิยมเพิ่มสูงขึ้น

โดยการเกิดขึ้นของ Cat Economy ไม่ใช่แค่เทรนด์หรือกระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างของทั้งเศรษฐกิจไลฟ์สไตล์ ที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแมว จะไม่ได้จำกัดแค่ร้านอาหารสัตว์อีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่ Ecosystem เต็มรูปแบบ เช่น

• อาหารพรีเมียมและโภชนาการเฉพาะทาง

• โรงพยาบาลและประกันสัตว์เลี้ยง

• โรงแรมแมวและบริการดูแลถึงบ้าน

• คาเฟ่และพื้นที่สาธารณะที่รองรับสัตว์เลี้ยง

• อสังหาริมทรัพย์ที่ออกแบบเพื่อคนเลี้ยงสัตว์

โดยในระดับโลก ตลาดสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตต่อเนื่อง และไทยเองก็เติบโตในอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศ สะท้อนว่าโอกาสทางธุรกิจยังเปิดกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ตอบโจทย์ “คุณภาพชีวิต” มากกว่าราคา แม้จะอยู่ท่ามกลางค่าครองชีพสูงขึ้น และความมั่นคงลดลงก็ตามที แต่ด้วยในบริบทที่รูปแบบครอบครัวไทยได้เปลี่ยนไป ผู้คนกำลังมองหาความสัมพันธ์ที่ให้ความอบอุ่นทางใจ โดยที่ไม่ผูกมัดเท่าการมีลูก แมวจึงไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่เป็นคำตอบหนึ่งของชีวิตในยุคนี้ ที่กำลังสะท้อนว่า “คุณค่าของการมีใครสักคนอยู่ข้างๆ” กำลังถูกนิยามใหม่ ในรูปแบบของสิ่งมีชีวิตสี่ขาขนฟูร้องแค่เหมียวๆ แต่กลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของใครบางคน ท่ามกลางโลกที่วุ่นวายอยู่ในตอนนี้

LastUpdate 25/03/2569 21:42:52 โดย : Admin
กลับหน้าข่าวเด่น
25-03-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 25, 2026, 11:59 pm