Scoop : "ฮอร์มุซสะดุด" เกมพลังงานโลกที่กำลังบีบธุรกิจ - เพิ่มค่าครองชีพคนไทยโดยไม่รู้ตัว


 

ข่าวความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นการปิดกั้น "ช่องแคบฮอร์มุซ" กลับมาอยู่ในความสนใจของโลกอีกครั้ง เมื่อล่าสุดนี้ จีนและรัสเซียได้ใช้สิทธิ์วีโต้คัดค้านมติของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หนึ่งในองค์กรหลักของ UN ทำให้มาตรการ “ปกป้องเส้นทางเดินเรือ” ไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งหากเรามองอย่างผิวเผิน เรื่องนี้อาจถูกเล่าอย่างง่าย ๆ ว่า การที่จีนและรัสเซียคัดค้าน เท่ากับการขัดขวางการเปิดเส้นทางพลังงาน ที่ทำให้เราต้องใช้น้ำมันแพงอย่างในตอนนี้ แต่ในโลกความเป็นจริงนั้นซับซ้อนกว่านั้นมาก เพราะสิ่งที่กำลังถูกต่อรอง ไม่ใช่แค่เส้นทางเดินเรือ แต่คือ “อำนาจในการควบคุมเส้นเลือดพลังงานของโลก” ของสองขั้วอำนาจหลักที่ยังไม่ได้ข้อยุติ และกำลังกัดกินประเทศเล็ก ๆ รอบข้าง อย่างเช่นประเทศไทยโดยที่เราอาจจะยังไม่รู้ตัว

ช่องแคบฮอร์มุซ คือ ทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลก แค่มีความเสี่ยงว่าเส้นทางนี้อาจถูกปิดกั้น ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็พร้อมจะขยับขึ้นทันทีแม้จะยังไม่มีเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น ความอ่อนไหวตรงนี้ คือ ธรรมชาติของตลาดพลังงาน ที่ไม่ได้รอให้เกิดวิกฤต แต่สะท้อนความกลัวล่วงหน้า และสำหรับ ประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก ความเคลื่อนไหวในพื้นที่นี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยแม้แต่นิดเดียว และเนื่องด้วยมติที่ถูกเสนอใน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันปกป้องการเดินเรือ ซึ่งในภาษาทางการทูตฟังดูเหมือนเป็นมาตรการเพื่อความมั่นคง แต่ในเชิงปฏิบัติ คำว่า “ปกป้อง” สามารถหมายถึงการส่งกองกำลังเข้าไปคุ้มกันเรือสินค้า หรือเปิดพื้นที่ทางทหารบริเวณช่องแคบได้ สิ่งนี้เองคือจุดที่ทำให้ จีนและ รัสเซีย เลือกใช้สิทธิ์วีโต้ (เป็นสิทธิ์ของประเทศใหญ่ในเวที UN ที่สามารถออกเสียงล้มล้างผลโหวตอีกฝั่งได้ แม้จะเป็นเสียงข้างมาก) ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการ “เข้าข้าง” อิหร่าน แต่เพราะพวกเขามองว่ามติดังกล่าวอาจกลายเป็นช่องทางให้สหรัฐอเมริกา และพันธมิตรขยายอิทธิพลทางทหารในพื้นที่สำคัญระดับโลก พูดอีกแบบหนึ่ง นี่ไม่ใช่แค่การโหวต แต่มันคือการ “บล็อกเกม” ระหว่างมหาอำนาจ

ธุรกิจไทย: ถูกบีบจากต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้

ในโลกปัจจุบัน พลังงานไม่ใช่แค่ทรัพยากร แต่มันคือ “เครื่องมือกดดันทางเศรษฐกิจ” เมื่อเส้นทางพลังงานมีความเสี่ยง ราคาจะปรับขึ้นทันที และเมื่อราคาพลังงานขึ้น ต้นทุนของทุกอย่างในระบบเศรษฐกิจจะถูกดันขึ้นตาม ซึ่งสำหรับภาคธุรกิจในประเทศไทย ผลกระทบไม่ได้มาแบบฉับพลัน แต่มาในรูปของแรงกดดันสะสม ทั้งในภาคโลจิสติกส์ ที่ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้นทันที แต่เพราะการแข่งขันในตลาดทำให้ไม่สามารถขึ้นราคาตามต้นทุนได้เต็มที่ ธุรกิจจำนวนมากจึงต้อง “แบกต้นทุน” และยอมให้กำไรลดลง ส่วนในภาคการผลิต โรงงานต้องเผชิญกับค่าไฟที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น, ค่าวัตถุดิบที่แพงขึ้น และค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ธุรกิจก็ไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้เต็มที่เพราะกำลังซื้ออ่อนแอ ผลลัพธ์คือ Margin ถูกบีบจนบางรายอาจต้องชะลอการลงทุน สุดท้ายผลกระทบทั้งหมดก็จะตกลงมาสู่สินค้าอุปโภคบริโภค ที่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในทุกขั้นตอน แต่ไม่ได้มาในรูปแบบ “ขึ้นราคาชัดเจน” เสมอไป แต่อาจมาในรูปแบบปริมาณที่ลดลง, คุณภาพเปลี่ยนจากการปรับสูตร หรือราคาขยับแบบเนียน ๆ ทีละนิด โดยผู้บริโภคอาจไม่ทันสังเกตว่ากำลัง “จ่ายแพงขึ้น” อยู่

ค่าครองชีพ: การเพิ่มขึ้นที่มองไม่เห็น แต่รู้สึกได้

สำหรับคนทั่วไป ผลกระทบไม่ได้มาในรูปแบบของตัวเลขตามข่าวเศรษฐกิจ แต่มาในรูปแบบของ “ความรู้สึก” เช่น

• เติมน้ำมันบ่อยขึ้น

• ซื้อของแล้วเงินเหลือน้อยลง

• ค่าไฟเริ่มสูงขึ้นโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

นี่คือผลลัพธ์ของต้นทุนพลังงานที่ไหลผ่านทั้งระบบ และมาสะท้อนที่ปลายทาง คือ ผู้บริโภค และถึงแม้กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะถูกมองว่าเป็นทางออกจากน้ำมัน แต่ในความเป็นจริง โครงสร้างพลังงานของไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ และ LNG อยู่มาก เมื่อราคาพลังงานโลกผันผวน ค่าไฟฟ้าจึงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่า การเปลี่ยนจากน้ำมันไปสู่ไฟฟ้า อาจไม่ใช่การหลีกหนีต้นทุน แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปแบบของต้นทุน ที่ส่งผลให้ค่าครองชีพของคนไทยสูงขึ้นอยู่ดี

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ จากปัญหาต้นทุนที่สูง ธุรกิจต้องแบกรับภาระเอง ในขณะที่กำลังซื้อของคนในประเทศก็มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ในภาพใหญ่ เศรษฐกิจไทยของเรากำลังเข้าสู่โหมดตึงตัว หรือเข้าสู่สภาพ “โตช้า แต่แพงขึ้น” อันเป็น Environment ที่ “อยู่ยากที่สุด” สำหรับทั้งคนและธุรกิจ ส่วนในระดับโลกนั้น แม้การที่มติของทาง UN ไม่ผ่าน อาจไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือแย่ลงในทันที แต่หมายถึงว่าโลกยังหาข้อสรุปไม่ได้ และตราบใดที่ความไม่แน่นอนยังอยู่ ราคาพลังงานก็ยังมีแรงกดดัน ซึ่งสำหรับประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานอย่าง ประเทศไทย แค่ “ความไม่แน่นอน” ก็เพียงพอที่จะสร้างภาระต้นทุนมากขึ้นแล้ว

LastUpdate 08/04/2569 20:15:23 โดย : Admin
กลับหน้าข่าวเด่น
09-04-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 9, 2026, 6:54 am