
By วิภาดา จิณณวาโส
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา หากพูดถึงสินค้าเกษตรส่งออกของไทย หลายคนมักนึกถึงข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง หรือไก่แปรรูป ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมาอย่างยาวนาน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีสินค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก หากกลับสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกกว่าหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลกเอาไว้ได้
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ในปี 2568 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,276 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 107,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.15% จากปีก่อน และครองส่วนแบ่งตลาดโลกประมาณ 10.2% เป็นรองเพียงเยอรมนี ขณะที่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เป็นตลาดสำคัญ สะท้อนว่าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยยังได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนความแข็งแกร่งของภาคการส่งออกไทย แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ เหตุผลที่ทำให้ตลาดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดจากจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก
ในอดีต สัตว์เลี้ยงอาจถูกมองว่าเป็นเพียงผู้ช่วยเฝ้าบ้านหรือสัตว์สำหรับคลายเหงา แต่ปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากกลับมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า Pet Humanization หรือการให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกครอบครัว จนเกิดคำเรียกอย่าง “Pet Parent” ที่สะท้อนว่าผู้เลี้ยงไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงเจ้าของสัตว์ แต่เป็นผู้ดูแลชีวิตอีกชีวิตหนึ่ง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนตามไปด้วย จากเดิมที่การซื้ออาหารสัตว์เป็นเพียงการตอบสนองความต้องการพื้นฐาน กลายเป็นการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลสุขภาพ ป้องกันโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ไม่ต่างจากการเลือกอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคน จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้ เราเริ่มเห็นอาหารสัตว์เลี้ยงที่ใช้คำอธิบายแบบเดียวกับอาหารของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารโปรตีนสูง สูตรช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน สูตรดูแลระบบทางเดินอาหาร สูตรสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงวัย หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ หลายแบรนด์ยังพัฒนาอาหารเกรด Human-grade ที่ใช้มาตรฐานวัตถุดิบใกล้เคียงกับอาหารสำหรับคน สะท้อนว่าการแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้กำลังขยับจากการขาย “อาหาร” ไปสู่การขาย “คุณภาพชีวิต”
การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสอดคล้องกับโครงสร้างประชากรโลกที่กำลังเปลี่ยนไป หลายประเทศมีอัตราการเกิดลดลง ครัวเรือนขนาดเล็กและผู้ที่อาศัยอยู่เพียงลำพังมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่สัตว์เลี้ยงกลับเข้ามามีบทบาทในการเติมเต็มความสัมพันธ์และการใช้ชีวิตมากกว่าในอดีต ส่งผลให้การใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตแม้ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว เพราะสำหรับผู้เลี้ยงจำนวนไม่น้อย ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสัตว์เลี้ยงไม่ใช่รายจ่ายฟุ่มเฟือย แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ยินดีลงทุน
เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์จึงไม่ได้แข่งขันกันด้วยราคาที่ถูกที่สุดอีกต่อไป หากแต่แข่งขันกันด้วยคุณภาพ ความปลอดภัย มาตรฐานการผลิต และนวัตกรรมด้านโภชนาการ ซึ่งนั่นเองกำลังเปิดโอกาสครั้งใหม่ให้กับประเทศไทย ประเทศที่มีความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูปสินค้าเกษตรมาอย่างยาวนาน และอาจกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูงของโลก
หากมองเพียงตัวเลขการส่งออก อาหารสัตว์เลี้ยงอาจเป็นเพียงอีกหนึ่งสินค้าส่งออกที่เติบโตดีของประเทศไทย แต่หากมองลึกลงไป อุตสาหกรรมนี้กำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจไทย จากประเทศที่เคยสร้างรายได้ด้วยการส่งออกวัตถุดิบ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปและนวัตกรรมมากขึ้น โดยความได้เปรียบของไทยในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ไม่ได้อยู่ที่การมีวัตถุดิบทางการเกษตรเพียงอย่างเดียว เพราะหลายประเทศก็สามารถผลิตไก่ ปลา หรือธัญพืชได้เช่นกัน หากแต่อยู่ที่ความเชี่ยวชาญในการแปรรูปอาหารที่สั่งสมมานาน ทั้งจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปและไก่ส่งออก ซึ่งทำให้ไทยมีโรงงานที่ได้มาตรฐานสากล ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ความปลอดภัยด้านอาหาร และความสามารถในการผลิตสินค้าตามความต้องการเฉพาะของแต่ละตลาด ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือสหภาพยุโรป ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่มีมาตรฐานสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
จุดแข็งดังกล่าว ทำให้อาหารสัตว์เลี้ยงกลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้าง Value-added Agriculture หรือ การเพิ่มมูลค่าให้กับภาคเกษตร ผ่านการเปลี่ยนวัตถุดิบไปสู่สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น แทนที่จะส่งออกไก่ ปลา ข้าวโพด หรือมันสำปะหลังในรูปแบบเดิม ประเทศไทยสามารถนำวัตถุดิบเหล่านี้มาพัฒนาเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณค่าทางโภชนาการเฉพาะด้าน มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศได้อย่างตรงจุด
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้หมายถึงมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยเชื่อมโยงรายได้กลับไปยังภาคเกษตร ลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ และทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจกระจายไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ โรงงานแปรรูป ไปจนถึงผู้ประกอบการด้านบรรจุภัณฑ์และโลจิสติกส์
ขณะเดียวกัน แนวโน้มของตลาดโลกก็ยังเปิดพื้นที่ให้ประเทศไทยเติบโตได้อีกมาก หนึ่งในเทรนด์สำคัญคือ Affordable Premium ซึ่งหมายถึงสินค้าเกรดพรีเมียมที่ยังมีราคาสมเหตุสมผล หลังจากผู้บริโภคทั่วโลกต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น หลายครัวเรือนอาจลดการใช้จ่ายในบางด้าน แต่ยังคงให้ความสำคัญกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยงเหมือนเดิม เพียงแต่เลือกสินค้าที่ให้คุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่ามากกว่าเดิม นี่จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่มีทั้งจุดแข็งด้านต้นทุนการผลิต ความเชี่ยวชาญในการแปรรูป และความสามารถในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดในระดับราคาที่แข่งขันได้
อย่างไรก็ตาม การรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา การคิดค้นสูตรอาหารเฉพาะสำหรับสัตว์แต่ละช่วงวัย การใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน รวมถึงการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาช่วยออกแบบโภชนาการที่ตอบโจทย์สุขภาพของสัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำ เพราะเมื่อผู้บริโภคมองสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัว ความคาดหวังต่อคุณภาพสินค้าก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว ความสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงอาจไม่ได้อยู่ที่การที่ไทยยังคงรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลก หากแต่อยู่ที่การสะท้อนทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจไทย ซึ่งความสามารถในการแข่งขันจะไม่ได้วัดจากการส่งออกวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการต่อยอดทรัพยากรที่มีให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูงที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ นวัตกรรม และมาตรฐานการผลิตระดับโลก ในวันที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น อาหารสัตว์เลี้ยงจึงไม่ใช่เพียงสินค้าส่งออกที่เติบโต แต่กำลังเป็นตัวอย่างชัดเจนของการยกระดับภาคเกษตรไทยจากผู้ผลิตวัตถุดิบ สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
ข่าวเด่น